loading...

วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

  รู้หรือไม่ ภาพถ่าย คือ "จุดขาย" ของการโฆษณาสินค้า กว่า 70% ของการตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์มาจากการเลือกดูสินค้าจากภาพถ่าย

         ตามมาดู เทคนิคการถ่ายรูปให้ออกมาสวยสะดุดตาด้วยวิธีง่าย ๆรวมวิธีถ่ายรูปให้ออกมาโดดเด่นด้วยวิธีง่าย ๆ กับการสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่ช่างภาพควรรู้  ส่วนใครที่เพิ่งหัดเล่นกล้องได้ไม่นานและกำลังมองหาวิธีพัฒนาฝีมือการถ่ายรูปให้เก่งยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้ภาพถ่ายสวย ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร วันนี้เราได้รวบรวมเทคนิคการถ่ายภาพที่จะช่วยให้คุณได้ภาพที่สวยงามตามต้องการมาแนะนำกันด้วย ขอบอกเลยว่าแต่ละวิธีแจ่มมาก แถมไม่ยากอย่างที่คิด Dooideas.com ให้บริการตกแต่งภาพ ทำแบนเนอร์สำหรับโพตส์สื่อออนไลน์ สนใจคลิกที่นี่ 

    เทคนิคการถ่ายภาพอาหารให้ออกมาสวยได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน

          สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหัดถ่ายภาพอาหารได้ไม่นานและอยากได้ภาพที่สวย แต่ยังไม่รู้ควรถ่ายยังไง เพื่อให้ได้ภาพตามที่ต้องการ วันนี้เราจึงรวบรวมเทคนิคการถ่ายภาพอาหารให้ดูน่ากินมาฝากกันครับ

          เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

          นอกจากกล้องแล้ว อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการถ่ายรูปอาหารที่ควรมีคือ แฟลชแยก ขาตั้ง และเลนส์ให้เรียบร้อย โดยเลนส์ที่เหมาะสมควรเลือกเป็นเลนส์ฟิกซ์ เพราะมีรูรับแสงกว้างถึง f/1.4 หรือ 1.8 ซึ่งช่วยให้เก็บภาพอาหารบนโต๊ะได้สวยงามนั่นเอง

          ตั้งค่ากล้องให้เหมาะ

          สำหรับการตั้งค่ากล้องเพื่อถ่ายภาพอาหาร ควรปรับความไวแสงให้ต่ำเพื่อป้องกัน Noise ที่อาจเกิดขึ้นในภาพ ควรเซตไว้ที่ ISO 100 ส่วนความเร็วชัตเตอร์ ควรเปิดให้เร็วเข้าไว้ เริ่มจาก 1/125 วินาที ขณะที่รูรับแสงก็ปรับตามความต้องการ ถ้าอยากเน้นอาหารให้คมชัดและเบลอฉากหลัง ก็เปิดรูรับแสงให้กว้าง แต่หากอยากให้ชัดทั้งภาพ ก็ตั้งค่าด้วยตัวเลขสูง ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้น การตั้งค่ากล้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของแต่ละคน



 ภาพจาก Instagram @georgeats

          จัดวางอาหารให้สวยงาม

          เมื่อเลือกเมนูที่จะต้องถ่ายได้แล้ว ควรจัดวางบนโต๊ะให้สวยงามและเช็กองค์ประกอบต่าง ๆ ว่าเข้ากับอาหารหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นฉากหลัง สีของผ้าปูโต๊ะ จาน และช้อน เป็นต้น เพราะว่าถ้าทุกอย่างจัดวางออกมาได้ลงตัว ก็จะช่วยให้เก็บภาพได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ควรเน้นความเรียบง่ายเข้าไว้ ไม่ควรให้มีวัตถุที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาหารวางอยู่บนโต๊ะเด็ดขาด เพราะมันอาจดึงความสนใจจากอาหารไปได้

          องค์ประกอบเพิ่มเติม

          การเลือกวางองค์ประกอบเพิ่มเติมในตำแหน่งที่เหมาะ จะช่วยให้อาหารจานหลักมีความน่าสนใจและชวนมองมากยิ่งขึ้น เช่น วางวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารไว้ข้าง ๆ, วางเครื่องปรุงที่อยู่ในภาชนะสวย ๆ ไว้ด้านหลัง, หรือใช้มือคนจับช้อน เป็นต้น



 ภาพจาก Instagram @huachaferias

          จัดแสงให้เรียบร้อย

          ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพแนวไหน ก็ควรให้ความสำคัญในเรื่องแสง เพราะแสงที่จัดอย่างเหมาะสม จะทำให้ภาพออกมาสวยงาม โดยไม่ต้องตกแต่งเพิ่มเติมเลยก็ได้ ซึ่งควรจัดให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด นอกจากนี้ การใช้แสงจากแฟลชโดยตรง อาจได้แสงที่แข็งกระด้างเกินไป ควรใช้ซอฟต์บ็อกซ์ช่วย เพื่อให้ได้แสงที่เนียนตานั่นเอง

          ลงมือถ่ายภาพ

          สำหรับใครที่ยังไม่ชำนาญการถ่ายภาพอาหาร ควรลองฝึกถ่ายก่อน เพื่อเช็กดูว่ารายละเอียดต่าง ๆ จัดวางได้ลงตัวแล้วหรือไม่ แต่ถ้าทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ลงมือถ่ายได้เลย แล้วอย่าลืมใช้ขาตั้งกล้องช่วยเพื่อให้ได้ภาพที่นิ่งและคมชัด


 ภาพจาก Instagram @hairyberry

          ถ่ายหลาย ๆ มุม

          ควรถ่ายภาพอาหารแต่ละเมนูให้ได้หลาย ๆ มุม เพราะแต่ละมุมจะถ่ายทอดอารมณ์และเผยรายละเอียดของภาพได้ต่างกัน นอกจากนี้การขยับเข้า-ออกก็ช่วยให้ได้ภาพในมุมที่แตกต่าง แถมอาจจะได้ภาพในมุมใหม่ ๆ ที่ไม่ซ้ำใครด้วย

           เช็กความพอใจหลังถ่ายเสร็จ

          ขั้นตอนนี้ควรทำบนคอมพิวเตอร์ เพราะจะได้เห็นขนาดและสีของภาพจริง ๆ ซึ่งการเช็กจากจอภาพของกล้อง อาจแสดงผลได้ไม่เต็มที่ ถ้ารู้สึกว่าภาพที่ออกมายังไม่ถูกใจเท่าไร ก็จัดการแต่งรูปได้เลย แต่ไม่ควรแต่งให้ดูเว่อร์เกินไป เพราะภาพอาหารจะดูไม่สมจริง

          เป็นอย่างไรบ้างกับเทคนิคการถ่ายภาพอาหารที่เรานำมาฝากกัน ใครที่อยากได้ภาพอาหารสวย ๆ ละก็ ลองเอาไปปรับใช้กันได้เลย ไม่แน่เหมือนกันว่าคุณอาจจะได้ภาพอาหารที่สวยงามไม่แพ้ช่างภาพมือโปรเลยก็เป็นได้


 ภาพจาก Instagram @sara_kroupova

 ภาพจาก Instagram @likhachoffs

 ภาพจาก Instagram @aysecaga



ข้อมูลจาก digital-photography-school, learnfoodphotography

วันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

BeQuala บีควอล่า ชุดบำรุงผิวหน้า เปลี่ยนหน้าสิวเป็นหน้าใส เผยผิวใหม่




ชื่อสินค้า Product details of BeQuala บีควอล่า ชุดบำรุงผิวหน้า เปลี่ยนหน้าสิวเป็นหน้าใส เผยผิวใหม่ ขาวกระจ่างใส เปล่งประกาย ออร่า ชุดใหญ่ ( 1 ชุด)

BeQuala บีควอล่า ชุดบำรุงผิวหน้า เปลี่ยนหน้าสิวเป็นหน้าใส เผยผิวใหม่ ขาวกระจ่างใส เปล่งประกาย ออร่า  ชุดใหญ่

คุณสมบัติ

BeQuala บีควอล่า ชุดบำรุงผิวหน้า ชุดบำรุงผิวสูตรเร่งด่วน ให้คุณมีผิวที่นุ่มชุมชื่น ขาว ใส เด้ง เด็ก บำรุงล้ำลึก สังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นครีมที่รับรองความปลอดภัยและการรักษาที่ครบวงจรในการดูแลผิวขั้น พื้นฐาน ไม่ว่าจะ สิว ฝ้า กระ รอยดำรอยแดง หรือกะสีผิว สามารถเห็นผลได้ด้วยBeQuala บีควอล่า ชุดบำรุงผิวหน้า

 

        ครีมบีควอล่า(bequala) เซตเปลี่ยนหน้าสิวให้เป็นหน้าใสเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 7 วัน !! ด้วยสารสกัด อาทิ โสม ทานาคา ไข่มุก วิตามินบี3 วิตามินซี เห็ดหลินจือ ผงไหม บัวบก คอลลาเจน และสะเดาอินเดีย ที่มีอยู่ในครีมบำรุงและสบู่ ซึ่งจะช่วยให้ผิวหน้าได้รับการบำรุงทุกขณะ ตั้งแต่การล้างหน้าทำความสะอาดผิวและขั้นตอนการบำรุงที่จะบำรุงได้อย่างล้ำลึก ปกป้องได้อย่างเต็มที่ จากคุณค่าสารบำรุงต่างๆที่ได้สกัดและผสมผสานกันด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยจึงได้ผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่าที่จะช่วยดูแลปกป้อง และฟื้นฟูให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้อย่างเห็นผล และมีความปลอดภัยสูงสุด
ในเซตประกอบด้วย
 

1. Moisturwhiter Cream (10g.)
ครีม มอยสเจอร์ไรท์เทอร์ เพื่อการปกป้องและดูแลผิวในขั้นตอนเดียว ลดปัญหาริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ คืนความอ่อนนุม คงความอ่อนเยาว์ให้กับผิว
เพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิว ลดปัญหา กระ จุดด่างดำ และปัญหาสิว ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม สัมผัสถึงความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับผิวเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
วิธีใช้ : ใช้ทาบางๆ บำรุง เช้า – ก่อนนอน เป็นประจำ
ใบรับแจ้งเลขที่: 10-1-5741719

สั่งซื้อสินค้าโทร/ไลน์. 0962697591  
ร้านกาแฟริมน้ำบรรยากาศดีที่มองเห็นวิวพระปรางค์วัดอรุณแบบพาโนราม่า


         มาดูอีก1ร้านที่น่านั่งชมวิว คือ ร้าน วีวี่ เดอะ คอฟฟี่ เพลส Vivi The Coffee Place  ร้านอยู่ท่าเตียน  กรุงเทพฯ เป็นร้านกาแฟริมน้ำบรรยากาศดีที่มองเห็นวิวพระปรางค์วัดอรุณแบบพาโนราม่า  มีกาแฟสดรสละมุน และเค้กโฮมเมดนุ่มๆ  บ่ายๆ เย็นไม่รู้จะไปไหนลองมานั่งมองพระอาทิตย์ตกที่นี่สวยไม่แพ้ที่ไหนเลยคับ...^^

 เดินทำบุญมาเรื่อยๆ เพลินจนมาถึงท่าเตียน เห็นร้านกาแฟตั้งโดดเด่นอยู่ร้านหนึ่ง จึงลองเลี้ยวเข้าไปแวะเพิ่มพลังความสุขให้กับตัวเองสักหน่อย ก้าวขาเข้าร้านปุ๊บ กลิ่นหอมกรุ่นของชา กาแฟ และเค้ก ประดังประเด ตีเข้าจมูกทิชชี่ ชวนให้อยากโดน หม่ำเข้าปากไวๆ เข้าไปอีก

 ร้าน ViVi ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับวิวที่เหมาะสุดๆ คืออยู่ตรงข้ามกับวัดอรุณฯ เลย มี 2 ส่วน คือโซนแอร์เย็นๆ เหมาะกับช่วงกลางวันที่แดดเปรี้ยงๆ และโซนธรรมชาติริมน้ำ หรือในสวน ที่เหมาะมว๊ากกกก

 ภายในร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์น โปร่ง โล่ง สบายตา มีมุมเก๋ๆ ให้แชะภาพถ่ายรูปลงโซเชียลเพียบเลยค่ะ เป็นร้านกาแฟเล็กๆ แต่รับรองเต็มอิ่มไปด้วยบรรยากาศ และความฟินแน่นอน



             ที่มาของชื่อร้าน vivi the coffee place (วีวี่ เดอะ คอฟฟี่ เพลส) “เมื่อก่อนแถวนี้เป็นโกดังเก็บของ เป็นย่านธุรกิจส่งของทางเรือ ที่บ้านก็ทำธุรกิจอยู่ แต่ปัจจุบันขนส่งของยากขึ้น เราก็เลยเอาโกดังที่ว่าง มาทำร้านกาแฟ เพราะที่บ้านชอบกินกาแฟค่ะ พ่อแม่ก็ชอบ เลยอยากแบ่งปันวิวตรงนี้ ให้คนกรุงเทพคนอื่นๆ สัมผัสด้วย เพราะไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม เก็บไว้เฉยๆ ก็ไม่มีประโยชน์ และ ณ เวลานั้น ยังไม่มีร้านกาแฟอื่นเปิดริมน้ำเลย ร้านเราเป็นร้านแรกๆ นะคะที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร้านนี้เปิดมาได้ประมาณ 11 ปีแล้วจ้า
(Pr) ไอเดียน่านั่ง ร้านกาแฟที่เข้าไปแล้วจะหลงรักทันทีไม่อยากกลับ...จริ๊งๆๆ
          สวัสดีครับเคยเป็นกันมั้ยชอบเดินทางชอบดื่มกาแฟ และสรรหาร้านกาแฟ...ร้านน่ารักๆ....วันนี้เลยมีไอเดีย เก๋กู๊ดดด....นำเสนอคาเฟ่  ร้านกาแฟ  น่ารัก น่านั่ง  น่าถ่ายรูป..ไว้เพื่อนๆ เดินทางไป ตจว. ขับรถผ่านได้แวะชิค ชิม ชิล กัน....บอกก่อนเลยนะคับว่ามิได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับทางร้านใดๆ ทั้งสิ้น...ชอบดื่มกาแฟ  และก็ชอบถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย   เลยขอเก็บภาพร้านกาแฟ คาเฟ่  ไว้เป็นความทรงจำของเราว่าไปที่ไหนมาแล้วบ้าง ^^ 


“ บ้านนากาแฟ Baanna Kafe “  ร้านน่ารักมั่ก มาก  อยู่ทางไปหนองปลาหมอ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี  ร้านเป็นแนวร้านกาแฟในไร่   มีบ้านหลังเล็กๆ สีขาว  อยู่กลางไร่  มีที่นั่ง 2 โซน  indoor และ outdoor  จะอยุ๋ในสวน มีสระกลางน้ำ  ลมจะพัดเย็นสบายตลอดเวลา มีเสื่อผืนหมอนใบหลับชัวร์ครับที่นี่มีคู่บ่าวสาว มาถ่ายพรีเวดดิ้งเยอะเลย   ขายเฉพาะกาแฟ และเค้กคับ  ถ้าไปร้านไม่ถูก แนะนำเปิด Google map เลยพาไปถึงร้านแน่นอน


 บรรยากาศข้างนอกร้านน่านั่งมากๆ

  บรรยากาศข้างนอกร้านน่านั่งมากๆ

     
         บรรยากาศข้างนอกร้านน่านั่งมากๆถ้าใครว่างๆผ่านมาก็แวะได้นะครับ “ บ้านนากาแฟ Baanna Kafe “  ร้านน่ารักมั่ก มาก  อยู่ทางไปหนองปลาหมอ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

วิธีทำขนมปังชีสยืดดดด...กรอบนอกนุ่มในรับรองความอร่อยลองแล้วจะติดจัย


สวัสดีครับวันนี้ไปเจอกระทูหนึ่งใน pantip.com น่าสนใจมากเลยนำมาฝาก เอาของว่าง ทานเล่นๆ มาฝากการทำง่ายมากๆๆ คนที่ชอบทานชีสอยู่แล้วต้องชอบแน่ๆ



ส่วนผสม
1. ขนมปัง 2 แผ่น
2. ชีสเชดด้าสีส้ม
3.ชีสอัพเพนเซลเลอร์ หรือ จะใช้ ชีสมอสซาเรลล่า ก็ได้
4.เนย

วิธีทำ

1. นำขนมปังทาเนยให้ทั่วทั้ง 2 ด้าน และ 2 แผ่น
2. นำไปทอดในกระทะ ด้วยไฟอ่อนๆ อย่าใช้ไฟแรงเพราะเนยจะไหม้เป็นสีดำ
3.เติมชีสที่เตรียมไว้ลงไปบนแผ่นขนมปัง พยายามเหลือขอบรอบๆ เอาไว้น๊ะ เพราะเวลาชีสละลายจะได้ไม่ล้นออกมา
4.นำชีสอีกแผ่นมาประกบ เมื่อขนมปังแผ่นล่างกรอบได้ที่แล้ว ก็กลับด้านขนมปัง
5.รอซักครู่ให้ขนมปังกรอบแล้วก็เติมชีสลงไปด้านบนของขนมปัง กลับด้าน รอให้ชีสละลายและกรอบๆ ทำแบบเดิมทั้ง 2 ด้าน



นำไปทอด ให้ด้านหนึ่งเหลืองแล้วกลับด้าน

 เมื่อชีสทั้งสองด้านกรอบได้ที่แล้ว ก็ตักเสริฟ โรยหน้าเพิ่มรสด้วยเครื่องเทศ พริกป่นและพริกไทย


 ตัดกินชีสยืดมากกก ด้านนอกกรอบกรุบกริบ ด้านในนุ้มนุ่ม 
 

  ลองนำไปทำทานเล่นดูนะครับว่าอร่อยจริงมั้ย

-ข้อมูล-https://pantip.com

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

มีสาเหตุอะไรกันที่ทำให้พนักงานดีๆ ต้อง “ลาออก”

        
          การสูญเสียพนักงานที่มีศักยภาพคือความเสียหายขององค์กร เพราะการเข้ามาแทนที่ของพนักงานใหม่ย่อมเสียเวลาในเรื่องการปรับตัวความเข้าใจเกี่ยวกับงาน ซึ่งบางทีอาจทดแทนพนักงานคนเก่าไม่ได้เลยก็ได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้น คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้พนักงานต้องลาออก แล้วนำสิ่งเหล่านั้นมาปรับปรุง พัฒนา องค์กร เพื่อให้พนักงานที่มีศักยภาพอยู่โยงกับองค์กรไปได้ยาวๆดังนั้น เรามาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้พนักงานดีๆ ต้องลาออกจากองค์กร

1.ความสัมพันธ์กับหัวหน้า
พนักงานทุกคนย่อมมีความคาดหวัง อยากมีความสัมพันธ์ในการร่วมงานที่ดีกับหัวหน้า รวมถึงด้านการทำงานที่สามารถนำเอาไปใช้เป็นแบบอย่างได้ กลับกันหากเจอหัวหน้าที่ไม่มีความผู้นำ ไม่มีทักษะเรื่องการทำงานหรือการบริหาร มันก็จะเป็นการเสียเวลาหากคุณจะทำงานอยู่กับองค์กรนี้ต่อไป

2.ความไม่สมดุลระหว่างงานและการใช้ชีวิต
ความสมดุลของชีวิตการทำงานคือหนึ่งในเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาพนักงานที่มีคุณภาพไว้ เพราะหากชีวิตการทำงานและชีวิตประจำวันมีความสอดคล้องกันย่อมลคความเบื่อหน่ายที่มีต่องาน ,ลดความเครียด รวมถึงยังรักษาความท้าทายการทำงานให้มีต่อไป

3.ความเสมอภาค
แม้ว่าแต่ละองค์กรจะสร้างกระบวนการด้านความเสมอภาค เท่าเทียมกันขึ้นมา อย่างไรก็ตามการเลือกปฏิบัติก็ยังคงมีอยู่ ไม่ได้หายไปไหน ซึ่งพนักงานทุกคนต้องการองค์กรที่มีความใจกว้าง ให้ความก้าวหน้ากับพวกเขาได้ โดยยึดหลักความยุติธรรม

4.งานหนักมากเกินไป
ไม่ใช่เรื่องแปลก หากพนักงานที่มีศักยภาพ จะสามารถทำงานจนมีผลลัพธ์ออกมาในทิศทางที่ดี พวกเขาอาจทำอะไรได้อย่างมากมายจนไม่มีคำว่า “บ่น” แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การทำงานมากเกินไปจะกลายเป็นปัญหาตามมา นำไปสู่การเอียนกับงาน และลาออกในที่สุด

5.เบื่อหน่ายและหมดความท้าทาย
ผู้บริหาร หรือหัวหน้างาน ควรมั่นใจอยู่เสมอว่าพนักงานภายในทีมไม่มีอาการเบื่อหรือมีความรู้สึกไม่ท้าทายกับการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องไปมอบหมายงานให้พวกเขามากขึ้น เพื่อสร้างแรงกระตุ้นขึ้นมา  แต่คุณควรจะหาวิธีทำอย่างไรให้พนักงานมีส่วนร่วม ตื่นตัว และมีความท้าทายกับการทำงานอีกครั้ง โดยหลายบริษัทเลือกวิธีเปิดโอกาสให้พนักงานเสนอความคิดหรือไอเดียที่อยากจะให้เป็น

6.ไม่ได้รับการปกป้อง
เมื่อพนักงานถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องปัญหาส่วนตัว หรือประเด็นกับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างงานควรจะแสดงความเอาใจใส่ โดยรับฟังและเสนอแนวคิดแก้ปัญหา

7.สภาพแวดล้อมการทำงานไม่เอื้ออำนวย
สภาพแวดล้อมการทำงานในที่นี้  คือ ความขัดแย้งระหว่างบุคคล ,เรื่องนินทา,การแข่งขัน หรือแม้แต่ความปลอดภัยของสถานที่ทำงาน ซึ่งผู้บริหารต้องตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ให้ความใส่ใจกับปัญหาการขัดแย้งที่มีภายในองค์กร ,รับฟังความคิดเห็นของพนักงาน และเมื่อรับฟังแล้วควรหาวิธีแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยดังกล่าวหรือโยกย้ายพนักงานไปยังแผนกอื่น

เรียบเรียงจาก : INC

วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ไอเดียทำบ่อปลาในสวนหลังบ้าน ด้วยวัสดุง่ายๆ ยางรถ




      ตามมาดูไอเดียทำบ่อเลี้ยงปลาเล็กในสวนหลังบ้านกันครับ สามารถนำไปใช้แต่บ้านได้นะ วัสดุก็หาง่ายด้วยบางรถเก่าๆ พลาสติกหนาๆ ก้อนหินสวยๆ และปูนซีเมนต์


1.ขุดหลุมเท่าพอให้วางยางรถลงไปได้




2.ห่อด้วยพลาสติกแล้วกลบด้วยดิน


 3.จัดวางก้อนหิน ตกแต่งให้สวยงามตามต้องการ



 4.คุณก็จะได้บ่อน้ำเล้กๆเอาใว้เลี้ยงปลาคราฟสวยๆหลังบ้านกัน


ปลูกผักชีฝรั่ง เพาะปลูกแบบปลอดสาร ทำกำไรงามเป็นกอบเป็นกำ

           วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านคลองโยง ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตผักอินทรีย์กลุ่มแรก ๆ ของจังหวัดนครปฐมที่ลด ละ เลิกการใช้สารเคมีอย่างจริงจัง ดำเนินการมาร่วม 10 ปี

คุณจำนงค์ อ่อนสัมพันธ์ (โทร. 0-2418-8131) หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มได้ให้ข้อมูลว่า ช่วงแรกที่เริ่มปลูกผักชีฝรั่งยังใช้สารเคมี ส่งขายที่ปากคลองตลาด พอเริ่มเข้าร่วมกลุ่มเพื่อส่งขายให้กับโรงแรม จึงต้องปรับเปลี่ยนมาปลูกแบบอินทรีย์เพื่อให้ได้ตามมาตรฐานที่ทางโรงแรมกำหนด

เมื่อผลออกมาว่าไม่มีสารตกค้างทางโรงแรมก็ยินดีรับซื้อทันที จากนั้นพืชผักของทางกลุ่มก็เป็นที่นิยมมากขึ้นในตลาดคนรักสุขภาพ ทั้งยังสามารถส่งออกไปยังประเทศไต้หวันถึง 10 ตัน/ปี ปัจจุบันได้เลือกปลูกพันธุ์จันทบุรี เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นเพื่อให้มีความแข็งแรง ทนทานต่อโรค ผลผลิตที่ได้มีขนาดใหญ่ขึ้น ไม่ต้องตัดแต่งใบมากเท่าเดิม การดูแลน้อยลงแค่ควบคุมปริมาณแสงแดดและความชุ่มชื้นของดินเท่านั้น


วิธีการปลูก จะปลูกแบบยกร่องรอบแปลงเพื่อกักน้ำและป้องกันน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมี
ขั้นตอนแรกของการปลูก คือการบำรุงดิน เพื่อให้ผลผลิตที่ได้งอกงามดี นำปุ๋ยคอกมาโรยให้ทั่วแปลงที่จะเพาะปลูก ตากดินไว้ประมาณ 1 เดือน เมื่อครบกำหนดนำสแลนหรือตาข่ายกรองแสง 50 เปอร์เซ็นต์ มาขึงด้านบนแปลงสำหรับพรางแสง หากเป็นช่วงที่อากาศร้อนจัดให้นำมาคลุมเพิ่มอีกชั้น
นำเมล็ดพันธุ์มาหว่านให้ทั่วแปลง ใช้เมล็ดพันธุ์ 4 กิโลกรัม/ไร่ แบ่งหว่านครั้งละ 2 งาน ทิ้งระยะห่าง 1 เดือน ต่อการหว่าน 1 ครั้ง ผักชีฝรั่งต้องการความชื้นมาก ดินในแปลงจึงต้องมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา


ปัญหาในการปลูกผักชีฝรั่ง นอกจากแดดแล้วคือศัตรูพืชอย่างแมลงหวี่ขาวซึ่งจะพบได้ช่วงหน้าร้อน ทำให้ใบหงิกงอและอาจหนักถึงขั้นเป็นสีขาวทั้งใบ สามารถวิธีป้องกันโดยนำพืชสมุนไพรที่ช่วยกันแมลงมาปลูกรอบแปลง เช่น พริก ข่า ตะไคร้ กะเพรา โหระพา
ใช้ระยะเวลา 3 เดือนครึ่ง ถึง 4 เดือน จึงเริ่มเก็บเกี่ยวได้ ซึ่งลำต้นผักชีฝรั่งจะเจริญเติบโตไม่เท่ากัน จึงจะต้องถอนต้นที่มีใบขนาดใหญ่ออกมาก่อน และบำรุงใบขนาดเล็กที่เหลืออยู่ในแปลงให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ

การเก็บเกี่ยว ให้ใช้มือถอนแล้วลอกใบล่างที่มีสีเหลืองออก ล้างดินออกจากรากและลำต้นให้สะอาด มัดไว้เป็นกำ ก่อนจะนำใส่เข่งไม้เพื่อให้ระบายลมและป้องกันไม่ให้ผักช้ำระหว่างการขนส่ง โดยผู้รับซื้อจะมีรับซื้อผลผลิตถึงที่ สัปดาห์ละครั้ง จัดจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 40 บาท
ปัจจุบันสินค้าของทางกลุ่มจะส่งไปยังตลาดคนรักสุขภาพเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ ตลาดสุขใจ ตลาดในมหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงโรงแรมโรสการ์เด้น อำเภอสามพราน, โรงพยาบาลพุทธมณฑล, บริษัท ไทวิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ส่งออกไปยังประเทศไต้หวัน)

ข้อมูลข่าวจาก เกษตรกรก้าวหน้า

วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

แค่5นาทีป้องกันคอมฯไวรัสตัวใหม่ วิธีปิด SMBv1 เพื่อป้องกันตัวเองจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry

      ขณะนี้มัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry / WannaCrypt กำลังระบาดหนักทั่วโลก มีคอมพิวเตอร์โดนโจมตีไปแล้วกว่า 200,000 เครื่องใน 99 ประเทศภายในเวลาเพียง 2 วันเท่านั้น เรามีวิธีป้องกันตัวเองจากมัลแวร์ดังกล่าวอยู่ 2 อย่าง คือการอัพเดตวินโดวส์เพื่ออุดช่องโหว่ และอีกอย่างคือการปิดโปรโตคอล Server Message Block (SMB) ที่เป็นโปรโตคอลสำหรับการรับส่งไฟล์ระหว่างคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน

          ปัจจุบันโปรโตคอล SMB มี 3 เวอร์ชันด้วยกัน คือ SMBv1, SMBv2 และ SMBv3 โดย SMBv1 เป็นรุ่นเก่ามาก ออกมาเกือบ 30 ปีแล้ว ซึ่ง WannaCry ก็ใช้ช่องโหว่ของ SMBv1 นี่แหละ เป็นช่องทางแพร่ตัวเองเข้าโจมตีคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในเครือข่าย โดยที่เครื่องเป้าหมายไม่ต้องคลิกเปิดไฟล์อะไรด้วยซ้ำ (เปิดคอมต่อเน็ตอยู่ดีๆ ก็ติดเลย) ดังนั้น SMBv1 จึงไม่เหมาะสมที่จะใช้งานในยุคนี้แล้ว และควรปิดทิ้งไปเสีย
เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นการรับส่งข้อมูลหากัน จึงต้องมีฝั่งนึงเป็น Server และอีกฝั่งเป็น Client โดยสำหรับผู้ใช้ทั่วไป จะถือว่าตัวเองเป็น Client ซึ่งการปิดแบบ Client ก็เพียงพอแล้วต่อการป้องกันตนเองไม่ให้รับมัลแวร์เข้ามา

การปิด SMBv1 ฝั่ง Client

โชคดีที่ขั้นตอนการปิด SMBv1 ใน Windows 8.1, Windows 10, Windows Server 2012 R2 และ Windows Server 2016 นั้นง่ายมาก ไม่ต้องมีความรู้ทางเทคนิคเลยก็ทำได้ ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็เสร็จแล้ว ดังนี้
  1. คลิก Start
  2. พิมพ์ในช่อง Search ว่า "turn windows features" แล้วคลิกที่ "Turn Windows features on or off" ตามภาพ


หน้าต่าง Windows Features จะเปิดขึ้นมา ให้เลื่อนลงไปล่างๆ หาข้อความ "SMB 1.0/CIFS File Sharing Support" โดยฟีเจอร์นี้จะถูกเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น



ให้นำติ๊กถูกออกจากช่องสี่เหลี่ยม และกด OK


 สุดท้าย ให้รีสตาร์ทเครื่อง 1 รอบ ก็เป็นอันเสร็จสิ้น เพียงเท่านี้มัลแวร์ WannaCry ก็ไม่สามารถแพร่มาหาเราได้แล้ว


          อย่างไรก็ตาม การปิด SMBv1 ฝั่ง Client ในระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าอย่าง Windows Vista, Windows Server 2008, Windows 7, Windows Server 2008 R2, Windows 8 และ Windows Server 2012 มีความยุ่งยากอยู่บ้าง เพราะต้องรันคำสั่งผ่าน Command Prompt ดังนี้
  1. เปิด elevated command prompt โดยการคลิกขวาที่ Command Prompt แล้วคลิก Run as administrator



การปิด SMBv1 ฝั่ง Server

สำหรับฝั่ง Server ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Server 2012 R2 และ Windows Server 2016 ก็ให้เปิด Server Manager และไปที่ Dashboard จากนั้นก็นำติ๊กถูกออกตามภาพ



ส่วนการปิด SMBv1 ฝั่งเซิฟเวอร์ในระบบปฏิบัติการรุ่นเก่า อย่าง Windows 8, Windows Server 2012, Windows 7, Windows Server 2008 R2, Windows Vista และ Windows Server 2008 มีความซับซ้อนมาก จึงจะไม่นำมาสอนในบทความนี้ ขอให้ผู้ดูแลระบบเข้าไปทำตามวิธีที่ไมโครซอฟท์สอนไว้จากลิงค์อ้างอิงท้ายบทความนะครับ

สุดท้าย เราขอแนะนำให้ทุกท่านอัพเดตระบบปฏิบัติการ รวมถึงซอฟต์แวร์ต่างๆ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ และใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์กันเถิดครับ อย่าง Windows 10 แบบ OEM ในปัจจุบันก็ราคาเพียง 3,990 บาทเท่านั้น สามารถใช้งานได้อย่างสบายใจ (และภูมิใจ) พร้อมรับแพตช์ล่าสุดตลอดเวลา ขอให้มี awareness ระหว่างการใช้งานให้มาก เพราะการโจมตีไซเบอร์สมัยนี้มันโหดร้ายกว่าแต่ก่อนเยอะครับ



ดูไอเดีย นั่งทำงานนอกบ้านกันบ้าง Working Space เปิดใหม่ที่สยาม 'GetAway' แอร์เย็น นั่งสบาย นอนก็ได้
        สำหรับคนที่มาสยามสแควร์ เชื่อว่าหลายคนไม่ได้มีเป้าหมายที่จะมากินข้าว ซื้อของ อย่างเดียว บางคนมาสยามเพื่อทำธุระ นัดคุยงานแต่เบื่อไม่อยากไปร้านกาแฟจะไปคุยที่ไหนดี ล่าสุดที่สยามสแควร์มี Co – Working Space เปิดใหม่หมาดๆ  ชื่อ ‘GetAway’ ซึ่งเราไปลองใช้มาแล้วเลยจะมารีวิวให้พิจารณากันดูนะครับ



 เน้นราคาถูก และความสะดวกสบายของผู้เข้ารับบริการ จะนั่ง จะนอน จะประชุมงานก็ได้ GetAway ไม่ได้มีอาหาร หรือเครื่องดื่มขายอย่างจริงจัง อย่างมากก็แค่น้ำอัดลม ขนม และน้ำเปล่า เนื่องจากที่แห่งนี้ต้องการให้เป็นพื้นที่สำหรับเข้ามานั่งพักผ่อน นอน หรือทำงานอย่างเดียว


 และจ่ายค่าใช้บริการในราคาไม่แพงเพื่อกาลนี้โดยเฉพาะ ปกติหากเราจะนั่งรอใครสักคนในร้านกาแฟ อย่างน้อยเตรียมไว้เลยร้อยบาท สำหรับซื้อน้ำ แต่ถ้ามาที่ GetAway 40 บาท ก็นั่งชิลได้เป็นชั่วโมง สำหรับรายละเอียดอื่นๆ มีดังนี้

  
พื้นที่ให้บริการแบ่งออกเป็นสามชั้น
Common Room : ชั้นสองของ GetAway เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการนั่งทำงาน นั่งอ่านหนังสือ แบบคนเดียว หรือเป็นกลุ่มก็ได้ มีโซนให้เลือกนั่งทั้งหมดสองโซนมีทั้งแบบติดหน้าต่าง และไม่ติดหน้าต่าง

  
Private Room : พื้นที่ส่วนตัวที่แท้ เพราะชั้นนี้แบ่งพื้นที่ให้บริการออกเป็นห้องๆ ตามขนาดห้องแบ่งเป็นไซส์ออกเป็น

 Relaxing Playground : พื้นที่ฟรีสไตล์ที่คุณจะนั่งก็ได้ จะนอนก็ได้มีทั้งโต๊ะญี่ปุ่นให้บริการ เก้าอี้นอน และถุงบีนแบ็ค สะดวกมุมไหนเข้าไปมุมนั้งได้เลย แน่นอนมีปลั๊กไฟเหลือเฟือทุกพื้นที่
  
ค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร
สำหรับห้องปกติ (ไม่นับห้องประชุม) คิดราคาจำง่ายที่ชั่วโมงละ 40 บาท/คน แต่ถ้าเหมาจ่ายทั้งวันอยู่ที่ 200 บาทเท่านั้น ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็ราคาเดียว โดยก่อนจะใช้บริการ ก็แจ้งที่เคาท์เตอร์แลกบัตรประชาชน แล้วขึ้นไปใช้งานได้เลย แต่ถ้าเป็นห้องประชุมต้องแจ้ง หรือจองล่วงหน้าก่อน  ส่วนโปรฯ เดือนพฤษภาคม ทุกวันพุธลดครึ่งราคา
 

วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

“4” ปัจจัยสำคัญ  สู่ความสำเร็จธุรกิจออนไลน์


         สมัยนี้การเปิดร้านออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีเครื่องมือช่วยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ เพียงแต่คุณจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็อีกเรื่อง ซึ่งสำหรับใครที่วันนี้คิดจะลองเข้าเข้าสู่สนามการค้าออนไลน์ คุณควรต้องมีทั้ง 4 องค์ประกอบคือ สินค้า, ช่องทาง, การตลาด และการวัดผล

1. สินค้า : สำหรับใครที่ยังไม่มีสินค้า ลองเริ่มจากการหาสินค้าที่ตัวเองชื่นชอบรัก เช่น ชอบเครื่องสำอาง ก็ขายชอบจักรยานก็อาจจะขายสินค้าจักรยาน เป็นต้น เพราะการเริ่มต้นจากของที่ตนเองชอบจะได้เปรียบ เพราะทำให้เรามีความสุขกับการทำงาน หรือ ถ้าไม่ชอบแต่เห็นโอกาสว่าทำแล้วได้กำไรดีก็น่าลอง อาทิ คุณสามารถเข้าถึงแหล่งสินค้าและได้ในราคาที่ถูกกว่าคนอื่นๆ เช่น แถวบ้านทำผ้าไปไหม คุณอาจซื้อได้ในราคาพิเศษกว่าคนอื่น แบบนี้ก็น่าสนใจที่จะติดต่อนำมาขาย เป็นต้น

2. ช่องทาง : เมื่อมีสินค้าแล้ว ต่อมา คือดูว่าจะใช่ช่องทางอะไร วันนี้คุณสามารถเปิดขายผ่านเว็บไซต์ ซึ่งมีทั้งที่ให้บริการฟรี หรือตาม Facebook, Line Shop, Instagram ฯลฯ แต่อย่าลืมว่า โซเชียลมีเดียเหล่านี้ เป็นแค่เพียงช่องทางโปรโมทสินค้าเท่านั้น จุดอ่อนของโซเชียลมีเดียทุกตัว คือเป็นบริการที่ ให้ข้อมูล แต่ไม่สามารถทำให้ลูกค้ากดสั่งซื้อได้เลย ที่ผ่านมาถ้าลูกค้าดูแล้วสนใจ ก็จะติดต่อ โอนเงิน ถึงจะได้ของ  เจอปัญหา คือระหว่างที่ลูกค้าจะไปโอนเงิน เกิดไปเจอสิ่งใหม่ หรือเปลี่ยนใจได้ ของที่จะขายได้อยู่แล้วก็หมดโอกาสไป

    ฉะนั้นโจทย์ คือ คุณต้องทำให้คนที่เข้ามาเจอเราแล้ว ชอบสินค้าเรา ทำไงให้เขาจ่ายเงินเราได้ สามาถรซื้อสินค้าเราได้เลย ฉะนั้นการใช้โซเชียลมีเดีย จึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับ E-COMMERCR เข้าด้วยกัน โดยคุณอาจทำระบบช้อปปิ้งการ์ด  

3. กลยุทธ์การตลาด : ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการจำนวนมากที่เปิดเว็บไซต์ ขายของบนโซเชียลมีเดีย แต่ขายของไม่ได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะคุณเข้าใจผิดคิดว่า หาช่องทางเพื่อโปรโมทสินค้าแล้วจบ ไม่ได้คิดหาวิธีการที่จะทำอย่างไรให้คนเข้ามาดูร้านค้า หรือสิ่งของที่คุณขายบนโลกออนไลน์  แล้วนำมาซึ่งโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการนั้นได้ อยากให้ลองย้อนกลับไปดูว่า โซเชียลมีเดียที่คุณใช้อยู่ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Line Shop, Instagram คนที่เห็นกิจการการค้าคุณส่วนใหญ่ก็จะเป็นญาติ เพื่อนฝูงเท่านั้น โอกาสที่คนกลุ่มอื่นจะมาเห็นนั้นมีน้อยมาก คุณจึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์การตลาดในการดึงคนเข้ามาดู สร้างอัตราการเข้าถึงคนให้เกิดขึ้นมากที่สุดการวางแผนการตลาดบนโลกออนลน์มีหลากหลายวิธี เช่นการทำอีเมล์มาร์เก็ตติ้ง การทำบนโซเชียลมีเดีย ด้วยการโพสต์ หรือ การลงโฆษณา การทำ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้คนที่เข้ามาหาข้อมูล ได้เจอสินค้าหรือบริการของเราก่อนใคร  การตลาดออนไลน์ หลายคนอาจเลือกวิธีการใช้เงินซื้อโฆษณา แต่คุณก็สามารถสร้างความสำเร็จในการทำธุรกิจโดยไม่ต้องใช้เงินได้ด้วย เหมือนกัน เพียงแต่คุณต้องมีทักษะ มีความรู้เยอะ มีเทคนิคการตลาดใหม่ๆ

4.การวัดผล : ข้อดีของโลกอินเทอร์เน็ต คือมีเครื่องมือที่สามารถวัดผลได้หมด จะทำให้เจ้าของร้านออนไลน์ต่างๆรู้เลยว่า มีคนเข้ามาดู คือ เพศใด อายุเท่าไร แต่ละคนมาจากช่องทางไหนบ้าง จากประเทศอะไร เข้ามาชอบดูเรื่องอะไร เข้ามาบ่อยแค่ไหน ข้อมูลทุกอย่างสามารถรู้ได้หมดเลย ซึ่งการวัดผลนี้ จะทำให้เรา ทราบว่าวันนี้ลูกค้าของเราคือ ใครกันแน่ แล้สนำมาวิเคราะห์หาแนวทางในการพัฒนาต่อไป ว่าจะเพิ่มยอดคนมาดู เพิ่มยอดการสั่งซื้อได้อย่างไร เครื่องมือการวัดผลทำให้เรากำหนดกรอบการทำงาน การตลาดได้ง่ายและสำริดผลขึ้น

“การทำธุรกิจออนไลน์ การทำธุรกิออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยาก และหลายคนจะกลัวๆ จดๆจ้องๆ หลายคนอาจได้ยินว่าทำแล้วโอเค ทำแล้วดี แต่ยังกลัวอยู่ ฉะนั้นวันนี้ถ้าคุณอยากจะมีธุรกิจบนโลกออนไลน์ วิธีการ คือลงมือทำเลย เริ่มทำในทุกช่องทาง ทำแล้วค่อยๆ พัฒนา ลด เพิ่ม ไปเรื่อยๆ แล้วผมรับรองว่าคุณจะมีรายได้ มียอดขายจากช่องทางออนไลน์ แน่นอนครับ”
แวะมาดูการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์กลมแบบง่ายๆทำใว้ข้างๆบ้านก็ดีนะ


การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์กลมแบบง่ายๆ

     การเลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์เป็นวิธีการเลี้ยงปลาอีกวิธีหนึ่งที่ สามารถเลี้ยงกันได้ง่าย สำหรับสถานที่ก็ใช้พื้นที่ไม่เยอะ และสามารถเคลื่อน ย้ายท่อปูนซีเมนต์ได้ง่ายด้วย ค่าลงทุนในการการเลี้ยงก็ไม่มากสามารถนำไป ประกอบเป็นอาชีพเสริมได้และผลตอบแทนก็เป็นที่น่าภูมิใจ จากการลงพื้นที่ของ เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.สงขลา ได้พบกับคุณชา ลี สุวรรณชาตรี อยู่บ้านเลขที่ 319 ม.18 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ. สงขลา เกษตรกรผู้ที่เลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์ ได้บอกถึงวิธีการเลี้ยงปลา ดุกด้วยระบบชีวภาพซึ่งมีขั้นตอนการเลี้ยงดังนี้ 
 
ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมอุปกรณ์
1.ท่อปูนซีเมนต์ขนาด 100*50 เซนติเมตร
2.ท่อพีวีซี ขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น และยาว 40 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น
3.ข้องอพีวีซีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 อัน
4.ยางนอกรถสิบล้อจำนวน 1 เส้น
5.ยางนอกรถจักรยานยนต์จำนวน 1 เส้น
6.ตาข่าย
7.น้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
8.ปูน ทราย หิน
9.อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก
10.พืชผักที่ปลากิน เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ฯลฯ
11.ลูกปลาดุก 70-80 ตัว



ภาพวิธีการสร้างบ่อปลาดุกด้วยท่อซีเมนต์



 วางท่องถ่ายน้ำทิ้ง

  เทพื้นปูน
  เทพื้นปูน
  เทพื้นปูน
ได้ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ทำขั้นตอนต่อไป
 
ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมบ่อปูนซีเมนต์สำหรับเลี้ยงปลาดุก
1.จะต้องทำการฆ่ากรดฆ่าด่างในบ่อปูน โดยให้นำหัวกล้วยหรือโคนกล้วยมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำมูลวัวมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำใส่ไปในบ่อใส่น้ำให้เต็ม แล้วหมักไว้ 5 วัน จากนั้นให้เปิดน้ำทิ้งแล้วเอาโคนกล้วยออกทิ้งด้วย
2.นำน้ำสะอาดใส่ไปในบ่อแล้วแช่ทิ้งไว้ 1 วัน หลังจากนั้นก็ให้เปิดน้ำทิ้ง
3.นำผักบุ้งมาถูให้ทั่วบ่อ ทิ้งไว้ตากบ่อให้แห้ง

ขั้นตอนที่ 3 การทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
1.ถังพลาสติกที่มีฝาปิดจำนวน 1 ถัง
2.น้ำตาลทรายแดง 3 กิโลกรัม
3.ฟักทองแก่ 3 กิโลกรัม
4.มะละกอสุก 3 กิโลกรัม
5.กล้วยน้ำหว้าสุก 3 กิโลกรัม

วิธีทำ
หั่นมะละกอ, กล้วยน้ำหว้า, ฟักทองทั้งเปลือกและเมล็ดใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด ผสมน้ำตาลทรายแดง แล้วคนให้เข้ากันและปิดฝาให้แน่นหมักทิ้งไว้ 7 วัน แล้วเติมน้ำสะอาด 9 ลิตร ปิดฝาให้แน่นแล้วหมักต่ออีก 15 วัน

ประโยชน์
-เป็นฮอร์โมนพืช เร่งดอก เร่งผล รสชาติหวานอร่อย
-ปลาไม่เป็นโรค
-ปลาไม่มีกลิ่นสาบ
-ปลาไม่มีมันในท้อง
-ปลาจะมีเนื้อหวานรสชาติอร่อย

ขั้นตอนที่ 4 การเลี้ยง
1.นำท่อปูนที่มีรอยคราบผักบุ้ง หรือบ่อปูนที่ไม่มีกรดไม่มีด่าง ใส่น้ำให้มีความสูง 10 เซนติเมตร (ช่วงปลาขนาดเล็ก เพิ่งนำมาปล่อย) แล้วเติมน้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะ
2.นำปลาดุกมาแช่น้ำในบ่อปูนทั้งถุง แล้วค่อยๆเปิดปากถุงให้ปลาว่ายออกมาเอง
3.วันแรกที่นำปลามาปล่อยไม่ต้องให้กินอาหาร
4.นำพืชผักที่ปลากิน เช่นผักบุ้ง ผักตบชวาและอื่นๆมาใส่ในบ่อ
5.การให้อาหาร ปลา 1 ตัวให้อาหาร 5 เม็ด/เมื้อ ในช่วงปลาเล็กให้อาหารวันละ 2 เมื้อ เช้า-เย็น ปลาอายุ 1 เดือนครึ่งให้อาหารปลาขนาดกลาง โดยให้อาหารวันละ 1 ครั้ง ให้ปลากินตอนเย็น
หมายเหตุ ก่อนให้อาหารต้องนำอาหารมาแช่น้ำก่อนเสมอประมาณ 10-15 นาที
เหตุผลเพื่อ
1.ปลาจะได้กินอาหารทุกตัว
2.ปลาตัวที่แข็งแรงจะทำให้ท้องไม่อืด
3.ปลาไม่ป่วย
4.การเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน
5.อาหารไม่เหลือในบ่อและน้ำก็ไม่เสีย
6.ถ่ายน้ำทุกๆ 7 วัน หรือ 10 วัน/ครั้ง ทุกครั้งที่ถ่ายน้ำจะต้องใส่น้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะเสมอ

ขั้นตอนที่ 5 การจำหน่าย
1.ก่อนจะจำหน่าย 2 วัน ให้นำดินลูกรังสีแดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ จะทำให้ปลาดุกมีสีเหลืองสวย ขายได้ราคาดี
2.ปลาดุก 3 เดือนครึ่ง จำนวน 70 ตัว จะมีน้ำหนัก 14-15 กิโลกรัม หรือประมาณ 4-5 ตัว/กิโลกรัม จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท
3.ต้นทุนอาหารกิโลกรัมละ 19-20 บาท หมายเหตุ ต้นทุนครั้งแรก 1 ชุด 430 บาท น้ำที่ถ่ายทิ้งจากบ่อปลาสามารถนำมารดต้นไม้ พืชผักสวนครัว เป็นปุ๋ยอย่างดี


ขอให้มีความสุขและประสบความสำเร็จในการเลีียงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ นะครับ