วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ไอเดียการแต่งห้องนอนขนาดเล็กให้ดูมีพื้นที่มากขึ้น


        หาไอเดียการแต่งห้องนอนโดยเฉพาะการแต่งห้องนอนขนาดเล็กให้ดูสวยงามและยังเป็นไอเดียการแต่งห้องนอนที่ทำให้ดูมีพื้นที่มากขึ้น กว้างขึ้น ดูรูปภาพในโพสต์นี้น่าจะเป็นไอเดียการแต่งห้องให้คุณได้ดี แถมยังเพิ่มเสน่ห์ให้ห้องของคุณดูทันสมัย ไม่เหมือนใคร รายละเอียดการแต่งห้องส่วนใหญ่ที่เน้นโทนสีอ่อนที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกให้ พื้นที่ดูกว้างขึ้นได้ดีกว่าโทนสีเข้ม การเลือกเตียงนอนที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่มากซึ่งจะเปลืองเนื้อที่ของห้อง การติดกระจกในห้องก็เช่นกันที่จะช่วยเพิ่มมุมมองความรู้สึกให้ดูมีพื้นที่มากขึ้น และที่สำคัญสำหรับการช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องของคุณได้ คือประตูหรือหน้าต่างที่มีวิวทิวทัศน์เมื่อมองทะลุออกไป ไม่ว่าห้องของคุณจะเล็กขนาดไหนไอเดียต่างๆ เหล่านี้ช่วยให้ห้องของคุณดูดีได้แน่นอน












ภาพจาก http://freshome.com
ข้อมูลและภาพจาก : http://baanstyle.com

วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

5 ท่าฝึกกล้ามท้อง ทำได้ง่ายๆจากที่บ้าน


        หนุ่มๆ หลายคนคงปรารถนาอยากจะมีกล้ามหน้าท้องมาครอบครอง เพราะฉะนั้นมาบริหารกล้ามเนื้อบริเวณส่วนนี้กันดีกว่า ทำทุกวันรับรองว่าคุณจะได้เป็นเจ้าของซิกแพกสวยๆ เฟริ์มๆ อย่างแน่นอน อ่อที่สำคัญเลยอย่าลืมรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่ไปด้วยนะจ้ะ


1.Sit-ups : 10 ครั้ง
ท่าบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องแบบเบสิก ที่หลายคนต้องรู้จักอย่างแน่นอน เริ่มต้นให้คุณนอนราบลงบนพื้นหรือเบาะออกกำลังกาย ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้น มือวางไว้บนพื้นแนบข้างลำตัวหรือจะประสานไว้บริเวณท้ายทอยก็ได้เช่นกัน จากนั้นดันตัวขึ้นเกร็งหน้าท้องส่วนบน กลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำเช่นเดิมทั้งหมด 10 ครั้ง/ 1 เซต


 2.Reverse crunches : 10 ครั้ง
        ท่าออกกำลังกายนี้เป็นท่าที่ช่วยบริหารหน้าท้องส่วนล่างได้ดีมาก เริ่มต้นโดยให้คุณนอนราบลงบนพื้น ใช้มือทั้งสองข้างแตะไว้บริเวณใบหูของทั้งสองข้างหรือจะวางแนบข้างลำตัวก็ได้เช่นกัน ชันเข่าทั้งสองข้างแล้วยกขึ้นให้ขาขนานกับพื้น จากนั้นออกแรงยกสะโพกขึ้น โดยที่แผ่นหลังยังคงติดกับพื้น ทำซ้ำเช่นเดิมทั้งหมด 10 ครั้ง/ 1 เซต


3.Leg raises : 8 ครั้ง
        เริ่มต้นง่ายๆ เพียงให้คุณนอนราบลงบนพื้นหรือเบาะออกกำลังกาย ยกขาทั้งสองข้างขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อยเหยียดตรงไปด้านหน้าและออกแรงยกขาให้สูงขึ้น ยกขึ้นและยกลงให้นับเป็น 1 ทำทั้งหมด 8 ครั้ง



4. Flutter kicks : 20 ครั้ง
        ให้คุณนอนเหยียดตรงลงบนพื้น ใช้มือทั้งสองข้างทำเป็นกำบั้นสอดไว้บริเวณหลังของคุณ ยกขาทั้งสองข้างขึ้นลอยเหนือพื้นเล็กน้อย เกร็งหน้าท้องพร้อมกับออกแรงยกขาขึ้นและลงสลับกันไปเรื่อยๆ ทำทั้งหมด 20 ครั้ง/ 1 เซต



5.Plank : 30 วินาที
        เป็นท่าออกกำลังกายที่เบสิกและคนส่วนใหญ่นิยมทำอีกท่าหนึ่ง เริ่มจากให้คุณอยู่ในท่าคล้ายกับว่าจะ 'ดันพื้น' หรือ 'วิดพื้น' โดยนอนคว่ำหน้าลงบนพื้น ใช้มือทั้งสองข้างยันกับพื้นจนแขนอยู่ในลักษณะเหยียดตรงและตัวอยู่เหนือพื้นจนเป็นแนวขนานกับพื้น ให้คุณเกร็งส่วนหน้าท้อง สะโพก บั้นท้ายค้างไว้ 30 วินาที/ 1 เซต

วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

10นิสัยทำร้าย "น้องชาย" ของคุณข้อความอ่านของผู้ชาย

       เพราะอวัยวะเพศชาย คือสิ่งที่ติดตัวคุณมาตั้งแต่เกิด เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้ชายในตัวคุณ ดังนั้นคุณคิดว่าควรจะดูแลน้องชายของคุณ ให้สามารถใช้งานได้อย่างตลอด แบบเต็มขีดความสามารถ และไม่มีอาการเหี่ยวเฉาเมื่อถึงเวลาที่ต้องลงสนามจริง ได้หรือไม่? ลองมาดูกันครับกับนิสัยต่อไปนี้ ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย ว่าสิ่งที่เรากำลังทำลงไปนั้น ได้ทำร้ายน้องชายคุณอยู่ จะได้หาทางแก้ไขทัน ก่อนที่จะสายเกินไป

1 ไม่ชอบออกกำลังกาย

ในทุกครั้งที่เราออกกำลังกาย หัวใจเราจะสูบฉีดโลหิต ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย ก็จะส่งผลให้การไหลเวียนของระบบโลหิตเรา มีผลกระทบต่อน้องชายเราอีกด้วย

2 สูบบุหรี่มากเกินไป
เราคงไม่กล้าที่จะบอกให้คุณนั้นเลิกบุหรี่ไปซะเถอะ เพราะผู้ที่สูบทุกคนย่อมรู้และพร้อมที่จะยอมรับ ในความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกันดีอยู่แล้ว แต่ถ้าหากว่าคุณนั้น ลดจำนวนในการสูบให้น้อยลง ก็จะช่วยให้น้องชายของคุณ ทำงานได้เป็นปกติมากกว่าเดิม

3 ไม่ค่อยได้ใช้งานน้องชาย
การที่เราไม่ได้ทำกิจกรรมทางเพศมานาน ย่อมส่งผลให้การไหลเวียนของโลหิต ไปตรงส่วนของอวัยวะเพศเราเป็นไปได้ยาก ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์น้อยกว่าสัปดาห์ละครั้ง อาจมีผลเสี่ยงต่อการสูญเสียความเป็นชาย เมื่ออายุมากขึ้น ในเรื่องการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

4 นอนไม่เพียงพอ
การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ก็คืออีกหนึ่งข้อที่ทำให้สมรรถภาพทางเพศของเรา ทำงานด้วยความแปรปรวนจากความผิดปกติของฮอร์โมนทางเพศ จึงส่งผลให้ไม่มีความรู้สึกที่ต้องการทางเพศ และเริ่มหมดอารมณ์ไปในที่สุด เป็นผลอันเนื่องมาจากอาการเมื่อยล้าจากการพักผ่อน

5 ไม่ชอบทานผลไม้
ในผลไม้นั้นมีแร่ธาตุ ที่ช่วยในการผลิตสเปิร์มให้เพิ่มจำนวนขึ้นมาได้ นอกจากนั้นในผลไม้ยังมีสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดภาวะในการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และมีวิตามินที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันไม่ให้เราเจ็บป่วยได้ง่าย หากเรามองข้ามในผลไม้ไป ย่อมส่งผลให้มีผลกับน้องชาย


6 ทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์
ในชีวิตที่รีบเร่งของการแข่งขันกันทำงาน จึงทำให้พวกเราต่างมองข้ามเรื่องการทานอาหารไป โดยหันไปพึ่งอาหารจานด่วน ในชั่วโมงที่รีบเร่ง จึงทำให้ไม่ได้สารอาหารครบถ้วนเท่าที่ควร ตามที่ร่างกายนั้นต้องการ เป็นผลมาให้น้องชายเราเริ่มอ่อนแรงตามเราไปด้วย

7 ไม่ดูแลสุขภาพในช่องปาก
ปัญหาในช่องปากจากโรคเหงือก เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในผู้ชาย โดยร่างกายได้ส่งสัญญาณเตือน ให้เรารู้ว่าเกิดสิ่งผิดปกติทางช่องปากขึ้นมาแล้วจากแบคทีเรีย แบคทีเรียในเหงือกเรานั้น สามารถกระตุ้นจนส่งผลให้เกิดการอักเสบต่อหลอดเลือดตรงอวัยวะส่วนน้องชายเราได้

8 การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปทำให้ ส่งผลต่อตับของเราโดยตรง ทำให้ฮอร์โมนเพศชายเราแปรปรวน อัณฑะเราทำงานได้ผิดปกติไปจากเดิม การดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมาก ยังส่งผลให้ออกฤทธิ์ไปกดประสาท ทำให้น้องชายเราไม่แข็งตัว อาจทำให้เราต้องท้อใจเมื่อจะใช้งาน

9 ไม่ดื่มกาแฟ
การดื่มกาแฟทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และการทำงานของหัวใจดีขึ้น จากผลการวิจัยพบว่าคาเฟอีนในกาแฟช่วยส่งผลให้หลอดเลือดแดง เกิดการขยายตัวและช่วยสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งส่งผลให้น้องชายของเรา สามารถทำงานได้เป็นปกติ


ภาพประกอบ  Freepick

วันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เคล็ดลับ วิธีจำกัดมด ไล่มดแบบธรรมชาติและพิฆาตยกรัง

       มดคือศัตรูตัวเล็กๆที่นอกจากกัดเจ็บแล้วยังก่อความยุ่งยากทำให้ต้องคอยระมัดระวังไม่ให้มดเข้าไปกัดกินหรือเข้าไปอยู่ในอาหาร ไล่ก็ไม่ไป กำจัดมด ยังไงก็ไม่หมดสักที มด เมื่อเปรียบกับสัตว์ตัวเล็กๆหรือแมลงชนิดอื่นๆอาจมีอันตรายหรือก่อให้เกิดโรคต่างๆได้น้อยกว่า แต่ก็สามารถสร้างความรำคาญหรือทำให้ยุ่งยากและก่อให้เกิดความเสียหายได้มากกว่า เช่น มดที่อยู่ในอาหาร ในน้ำตาล ในเครื่องดื่ม หรืออยู่ในอาหารสำเร็จรูปต่างๆ

วิธีไล่และกําจัดมด

วิธีไล่และกำจัดมดทำได้หลายวิธี คล้ายๆกับการกำจัดแมลงชนิดอื่นๆ แต่มดสร้างความเสียหายให้มากกว่าเพราะมีจำนวนมาก สำหรับวิธีไล่และกำจัดทำได้ง่ายๆ ดังนี้

ชอล์กขีดมด

เป็นวิธีไล่มดที่ทำได้ง่ายๆเพียงใช้ชอล์กขีดรอบๆขาโต๊ะที่ใช้สำหรับเก็บอาหาร ขนม เครื่องดื่ม หรืออาหารว่างที่เป็นอาหารของมดได้ เพราะส่วนผสมของชอล์กประเภทปูนขาวและอื่นๆ อาจมีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างทำให้มดเกิดอาการระคายเคืองได้

ป้องกันมดด้วยน้ำ

โดยการเทน้ำใส่จานรองหรือภาชนะอื่นแล้วนำไปวางรองขาโต๊ะอาหาร หรือรองขาตู้ใส่กับข้าว วิธีนี้ทำได้ง่ายๆ สามารถป้องกันและไล่มดอย่างได้ผลโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย

เปลือกไข่ไล่มด

ไข่เป็นเมนูอาหารประจำบ้านของทุกคนอยู่แล้ว เปลือกไข่อย่าทิ้งแต่ให้รวมไว้ เมื่อมีมดรบกวนให้นำมาเผาไฟไล่มดได้ เพราะเปลือกไข่เมื่อถูกเผาไฟจะมีกลิ่นเหม็น ขั้นตอนง่ายๆเพียงนำเปลือกไข่เผาไฟพอมีกลิ่นไหม้ จากนั้นมดละเอียดแล้วนำไปโรยบริเวณที่มีมดหรือใกล้ๆรังมดช่วยไล่และกำจัดมดได้อย่างเห็นผล

สบู่เหลวไล่มด

ใช้สบู่เหลวผสมน้ำเปล่าให้เจือจางเล็กน้อย แล้วนำไปฉีดบริเวณโต๊ะอาหาร หรือบริเวณที่มีกลิ่นอาหารของมดทิ้งไว้สัก 3-5 นาที จากนั้นเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด กลิ่นของสบู่เหลวจะติดอยู่ตามโต๊ะนอกจากมีกลิ่นเหม็นที่มดไม่ชอบแล้ว ยังทำให้มดเกิดการระคายเคืองช่วยป้องกันไม่ให้มารบกวนอาหารหรือสิ่งของต่างๆได้

ใช้ยาฉีดมด

ยาฉีดมดจะช่วยกำจัดมดในรังหรือบริเวณที่มีมดรบกวนเป็นจำนวนมากๆ ได้อย่างเห็นผล

อุปกรณ์ใกล้ตัว

ใช้สิ่งของที่มีอยู่ในบ้านช่วยไล่และกำจัดมด เช่น ใช้แป้งฝุ่นตรางูโรยบริเวณพื้นที่มีมด ใช้น้ำหน่อไม้ดองหรือน้ำล้างหน่อไม้ดองเทราดบริเวณรังมดหรือบริเวณที่มีมดอยู่มากๆช่วยขับไล่มดได้

น้ำส้มควันไม้

เติมน้ำส้มควันไม้ 2-3 หยด ลงในถังน้ำที่ใช้ถูบ้าน กลิ่นและฤทธิ์ของน้ำส้มควันไม้จะช่วยขับไล่มด ไม่ให้เข้ามาในบริเวณที่ถูได้

ซันเจี่ยกำจัดมด

      ใช้แล้วดีจริงๆ จึงมาบอกต่อ จัดการโรยซันเซี่ยตามจุดทางเดินของมดเพื่อล่อให้มดมากินและขนกลับรัง ฤทธิ์ของซันเจี่ยจะทำให้มดตายยกรังได้เลยทีเดียวการไล่หรือกำจัดมดที่ได้ผลดีที่สุดก็คือการกำจัดรังมดที่อยู่ภายในบริเวณบ้านให้หมดไป รวมถึงการทำความสะอาดไม่มีให้กลิ่นอาหารหรือกลิ่นคาวที่มดชื่นชอบ ก็สามารถป้องกันการรบกวนของมดตัวเล็กๆได้แล้ว

วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

น้องบีย่ามีเคล็ดลับ วิธีดูแล หุ่นสวย หุ่นดี เป๊ะเวอร์



     สาวๆคนไหนเป็นแบบนี้บ้าง น้ำหนักขึ้นๆลงๆ เดี๋ยวอ้วน เดี๋ยวผอม ขึ้นแล้วลงยาก ลดการทานอาหารลงแล้วแต่ก็กลับมาโยโย่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีก นี้แหละเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของสาวๆทั้งหลายเลยทีเดียว เห็นรูปร่างดีๆที่ได้มานั้น มันมาอย่างยากลำบาก  วันนี้ น้องบีย่าแนะนำหุ่นสวยแบบบลาๆ ฉันไม่ต้องอดทานอาหารจานอร่อยเลยนะนั้น เอาล่ะอย่ารีรออยู่เลย น้องบีย่า มีเคล็ดลับดีๆมาฝาก ไปอ่านกันเลย..

 1. กินอาหารที่มี น้ำ + ไฟเบอร์ เยอะๆ

เพื่อช่วยให้ร่างกายอิ่มท้อง เราต้องกิน น้ำ + ไฟเบอร์เป็นประจำ ให้ติดเป็นนิสัย กินยิ่งมากเท่าไรยิ่งดี อาหารที่มี น้ำ + ไฟเบอร์ เช่น ผัก ผลไม้ ซุปใส และอาหารประเภทตุ๋น ร่วมกับเมนูที่ทำจากโฮลเกรน ที่มีเส้นใยสูง ก่อนมื้ออาหาร เพราะอาหารเหล่านี้จะช่วยให้อิ่มท้อง ทำให้คุณกินอาหารหลักได้น้อยลงนั่นเองค่ะ

2. อัตราส่วน/มื้อ

มื้อเช้า ถือเป็นมื้อที่สำคัญมากๆต่อร่างกายของเรา มื้อเฃ้สจัดหนักไปเลยจ้า เพราะร่างกายจะ Burn ตลอดวัน ทำให้ Calorie ที่ทานในมื้อเช้า เป็น 0 การทานอาหารเช้าใน ครึ่งชั่วโมง หลังตื่นมาทันที จะช่วยเร่ง Metabolism ให้เผาผลาญตลอดวันเลยทีเดียว

3. กินน้อยๆ บ่อยๆ ก็ได้อยู่

เราควรทานอาหารพออิ่มท้อง ไม่ให้หิว ไม่ใช่กินจนพุงกาง แบบนี้น้ำหนักพุ่งกระฉูดแน่เลย ทานอาหารที่ไม่มีแป้งเยอะ จะกินบ่อยแค่ไหนก็ไม่อ้วนแน่นอน ผู้มีประสบความสำเร็จในการควบคุมน้ำหนักจะกินอาหารวันละ 5 มื้อ ใช้อุบายนี้ช่วยลดทอนสัดส่วนของอาหารลง โดยในแต่ละมื้อจะกินแค่เกือบอิ่มเท่านั้น

4. ใช้ชีวิตเพื่อดูแลตัวเองบ้าง

อย่ามั่วแต่ใส่ใจคนอื่นมากเกินไป จนลืมดูการกินของตัวเอง ใส่ใจเรื่องอาหารการกิน เลือกทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ออกไปพักผ่อน ให้คลายความเครียดต่างๆลงบ้าง ผู้หญิงยิ่งเครียดจะยิ่งทานจุ

5. ลดความหลากหลายเมนูอาหารในแต่ละมื้อลง

เวลาหิว เรามักจะสั่งนู้นสั่งนี้มาทาน คิดว่าตัวเองทานหมดแน่นอน แต่ลืมนึกไปว่า…อาหารแต่ละเมนูที่เราสั่งนั้น มันจะทำให้เพิ่มจำนวนแคลอรี่มากมายให้กับร่างกายของเรา อีกอย่างควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภท ทอด แป้ง มัน หวาน ควรเป็นอาหารที่จะเพิ่มน้ำหนักจำนวนแคลอรี่ของเราน้อยที่สุด เช่น สลัดผัก ต้มจืด ซุปผัก ผลไม้

6. กินอาหารให้ครบทุกมื้อไม่ควรอด

การที่เราจะลดน้ำหนักได้ เราก็ควรจะลดปริมาณอาหาร ลดจำนวนแคลอรี่ที่ทานเข้าไป แต่ก็ต้องทานให้ครบทุกมื้อด้วย เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพร่างกายให้สมดุลต่อการทานอาหารที่ลดปริมาณของเรา ยังทำให้ลำไส้ของเรานั้นมีขนาดที่เล็กลงอีกด้วย ฉะนั้นการทานให้ครบทุกมื้อนั้นสำคัญมากๆ อย่าลืมทานให้ครบทุกมื้อนะจ๊ะ

7. นั่งนานๆ ทำให้อ้วนได้นะ

ผลสำรวจพบว่า การที่เรานั่งนานๆเกินกว่า 2 ชั่วโมง โดยไม่ลุก ไม่เดินไปไหนมาไหนเลย จะทำให้เราหุ่นเสียได้ ลงพุง ก้นใหญ่ ขาใหญ่ เพราะไม่ยอมออกกำลังกายเดินไปนั้นไปนี้เลย ขณะที่คนผอมส่วนใหญ่แล้วจะไม่ชอบทำงานอยู่กับที่ จะลุก จะเดิน จะนั่ง ผลักเปลี่ยนไปมาตลอดเวลา จึงทำให้หุ่นดีตลอดเวลา

8. ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ

แทนที่เราจะนัดเจอกับเพื่อนๆโดยการไปนั่งบาร์ นั่งดูหนังในโรงภาพยนตร์ เปลี่ยนไปทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้าง เช่นชวนกันไปปีนเขา เต้นรำ เล่นโรลเลอร์เบลด ออกกำลังกายฟิตเน็ท เดินช็อปตามประสาผู้หญิง แค่นี้ก็ทำให้เราสามารถนำแคลอรี่ที่สะสมอยู่ในร่างกายยออกไปได้อย่างดีเลยทีเดียว



วันอังคารที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ทำไมต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละวัน สารอาหารแต่ละประเภทมีความสำคัญอย่างไร

การทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้เกิดโทษต่อร่างกายได้เช่น

การขาดวิตามิน
หากขาดวิตามินเอจะมีความผิดปกติที่ตาและผิวหนัง เยื่อบุตาและกระจกตาขุ่นมัว เกิดตาฟางหรือตาบอดกลางคืน ผิวหนังแห้งแตก บางทีผมร่วง เล็บเปราะ
ขาดวิตามินบี 1 จะเป็นโรคเหน็บชา อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องผูก อาหารไม่ย่อย ปวดศรีษะ นอนไม่หลับ
ขาดวิตามินบี 2 จะเป็นโรคปากนกกระจอก เป็นแผลที่มุมปาก ผิวหนังอักเสบ คัน และปวดแสบร้อนที่ตา
ขาดวิตามิน ซี ทำให้เกิดโรคลักปิดลักเปิด เลือดออกตามไรฟัน และมีความต้านทานโรคต่ำ
ขาดวิตามินดี ทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อน
ขาดวิตามินเค ทำให้เลือดไม่แข็งตัว เวลามีบาดแผลเลือดจะออกมาก

การขาดแร่ธาตุ
ขาดธาตุไอโอดีน จะเป็นโรคคอพอก ถ้าขาดตั้งแต่เด็ก ทำให้เจริญเติบโตช้า ร่างกายเตี้ยแคระแกรน สติปัญญาเสื่อม ทางเหนือและทางอีสานเป็นโรคนี้กันมาก บางทีเรียกว่าโรคเอ๋อ ขาดธาตุเหล็ก จะเป็นโรคโลหิตจาง มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ซีด ลิ้นอักเสบ เล็บเปราะบาง ขาดธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส จะเป็นโรคกระดูกอ่อนในเด็ก และเป็นโรคกระดูกผุและหักง่ายในผู้ใหญ่

การขาดคาร์โบไฮเดรตจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และบางทีทำให้สมองเสื่อมได้ การขาดโปรตีน โดยเฉพาะในเด็กทำให้ร่างกายแคระแกรน สมองเสื่อม ปัญญาอ่อน ร่างกายอ่อนแอ ติดโรคได้ง่าย ถ้าขาดไขมันจะทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินบางชนิดได้ เช่น วิตามินพวกที่ละลายในไขมันคือ วิตามิน A D E และK

นอกจากอาหาร5หมู่แล้ว ปัจจุบันยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งค้นพบภายหลังอีกมากมาย
เช่นphytonutrientsในผักผลไม้ ถือเป็นแหล่งสำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมากซึ่งจะไปลดการเกิดมะเร็ง ลดการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดและโรคเรื้อรังบางชนิด

phytonutrientsที่มีในผักผลไม้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีคุณประโยชน์เป็นที่ยอมรับเช่น ชาเขียวมีสารสำคัญเป็น Polyphenol ชื่อ Catechin ทับทิมมีสารประเภทFlavonoid แครอทมีBeta-carotene มะเขือเทศมีLycopene บร็อคโคลี่มี Sulforaphane แอปเปิ้ล มีสารPolyphenol เมล็ดองุ่นมีProanthocyanin ขมิ้นมีสารสำคัญคือCurcumin ฯลฯ

ยุคหลังกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขจึงออกโภชนบัญญัติ9ประการเพิ่มเติมจากอาหาร5หมู่ได้แก่
ข้อ 1 กินอาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย และหมั่นดูแลน้ำหนักตัว
ข้อ 2 กินข้าวเป็นอาหารหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้ง เป็นบางมื้อ
ข้อ 3 กินพืชผักให้มากและกินผลไม้เป็นประจำ
ข้อ 4 กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ
ข้อ 5 ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย
ข้อ 6 กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร
ข้อ 7 หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานจัดและเค็มจัด
ข้อ 8 กินอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อน
ข้อ 9 งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

แหล่งข้อมูล:
แหล่งที่มา:กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
http://nutrition.anamai.moph.go.th/newpage6.htm
http://www.anyvitamins.com/vitamin-a-info.htm
http://www.vitaminstuff.com/mineral-selenium.html

วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ทำอย่างไรเมื่อกุญแจรถหาย?

กุญแจรถหาย คงเป็นสิ่งที่ใครหลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งหากมันเกิดขึ้นแล้วจะมีอะไรบ้างที่เราสามารถทำได้ ตามเรามาพบคำตอบที่ดีที่สุดที่นี่ 

4 สิ่งที่ควรทำหากกุญแจรถหาย

1.หากุญแจสำรอง
ในการซื้อรถทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ก็ตาม ผู้ที่ซื้อจะได้รับกุญแจตัวจริงและกุญแจสำรองสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ ทำให้อย่างน้อยเจ้าของรถต้องมีกุญแจอยู่สองชุด ดังนั้นแล้วหากวันไหนคุณเกิดพลาดพลั้งทำกุญแจหายขึ้นมาก็ควรรีบหากุญแจสำรองที่ว่านั้นให้เจอ เพื่อให้สามารถใช้งานรถของคุณได้

2.โทรเรียกช่าง หากไม่มีกุญแจสำรอง

หากเจ้าของรถคันไหนโชคร้ายหน่อยที่ทำกุญแจรถของตัวเองหาย แถมกุญแจสำรองก็ยังไม่มีอีก เรียกได้ว่ามีกุญแจอยู่เพียงดอกเดียว แถมยังเป็นดอกที่หายไปอีกด้วยก็คงจะต้องโทรตามช่างทำกุญแจรถสถานเดียว ซึ่งช่างทำกุญแจที่ว่านั้นก็จะสามารถปั้มกุญแจรถให้คุณใหม่ได้ ซึ่งค่าบริการในการทำกุญแจใหม่นั้นก็ไม่ได้แพงเลย โดยหากใครที่มีเงินไม่พอจริงๆที่เว็บไซต์ happyluke-thailand.com ก็มีเกมการเดิมพันเตรียมไว้รอคนที่เงินไม่พอแบบคุณอยู่มากมาย

3.หากุญแจอันที่หายไปให้เจอ
หลังจากที่เราได้กุญแจอันใหม่ หรือเจอกุญแจสำรองของเราและสามารถใช้งานรถได้ตามปกติแล้ว การหากุญแจดอกที่หายไปก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้กันเลย เพราะอย่างไรก็ตามการทำกุญแจเพิ่มย่อมมีค่าใช้จ่าย อีกทั้งในบางทีกุญแจที่หายไปของคุณอาจจะไปอยู่ในมือคนอื่น ซึ่งนั่นหมายถึงการที่พวกเค้าสามารถเข้ามาไขประตูรถของคุณ และนำรถของคุณออกไปใช้ได้ทุกเมื่อ 

4.สลับเขี้ยวรอบคันใหม่
หากกุญแจดอกที่หายไม่ซึ่งคุณพยายามหาแล้ว แต่หายังไงก็หาไม่เจอสักที ดังนั้นสิ่งที่ควรทำเลยก็คือการตามช่างมาทำการสลับเขี้ยวรอบคันรถใหม่ ซึ่งการสลับเขี้ยวนั้นก็หมายถึง การเปลี่ยนกลไกลของรูกุญแจใหม่ ทำให้กุญแจดอกเดิมหรือกุญแจที่หายไปไม่สามารถใช้งานได้ โดยการทำแบบนี้จะทำให้รถของคุณมีความปลอดภัยจากกุญแจที่หายไปได้นั่นเอง
 

วันพุธที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เทรนด์แต่งบ้านแบบเก่ากำลังจะกลับมาใหม่ในปี 2018

ภาพ :istock


     การแต่งบ้านปี2018 นี้ เทรนด์การแต่งบ้านจะมีการปรับเปลี่ยนลุค สิ่งที่เคยล้าสมัย จะกลับมาเป็นที่นิยมอีก สำหรับใครที่กำลังคิดจะแต่งบ้าน ลองมาดูเทรนด์สำหรับปีหน้ากันก่อน และเป็นข่าวดีที่ว่าเราไม่จำเป็นต้องเสียงบประมาณในการซื้อของรุ่นใหม่ ๆ ทันสมัยมาแต่งเสมอไป เพราะในปีหน้านี้ สไตล์เก่า ๆ หลายสไตล์ จะกลับมาทันสมัยอีกครั้ง โดยเฉพาะกับ 5 สไตล์ต่อไปนี้

1.ทองเหลืองจะกลับมาอีกครั้ง : ของแต่งบ้านที่มีความมันวาว อย่างพวกโลหะ ทองเหลือง เป็นสิ่งที่ทำให้บ้านดูสดใส มีชีวิตชีวา แต่สไตล์นี้ เคยถูกระบุว่าเป็นสไตล์ที่ล้าสมัยในช่วงปี 2016 แต่คาดว่าจะกลับมาเป็นที่นิยมใหม่ นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป ดังนั้นใครมีของแต่งบ้านแนวทองเหลือง เตรียมนำออกมาปัดฝุ่นกันได้เลย

2.สีเขียวอะโวคาโดและสีทองสุก : สองสีนี้เมื่อนำมาใช้ด้วยกันแล้วดูเป็นดีไซน์ที่ดีทีเดียว ทำให้สถานที่สงบ เชื้อเชิญ และออกแนวย้อนยุคหน่อย เทรนด์นี้เคยได้รับความนิยมในช่วงยุค 70 แต่ในปีหน้าก็มีแนวโน้มจะมาแรงมากเช่นกัน

3.สีขาวและดำ : การตกแต่งภายในด้วยสีขาวและดำ เป็นสไตล์ที่อยู่ได้เรื่อย ๆ มาเป็นเวลานานแล้ว และเป็นสไตล์ที่ติดกลุ่มความนิยมในอันดับต้น ๆ มาไม่เคยตก สไตล์นี้จะตกแต่งให้ดูลึกลับ หรือสง่างามก็ได้ เป็นสไตล์ที่คลาสสิกและลงตัวเสมอมา

4.เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ : ส่วนใหญ่แล้วในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ เจ้าของบ้านจะพิจารณาจากพื้นที่มากกว่าดีไซน์ แต่สำหรับในปีหน้านี้ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ จะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง หลังจากที่เคยถูกมองว่าล้าสมัยมาช่วงหนึ่ง ยิ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่สไตล์โบราณ ก็ยิ่งสร้างบรรยากาศหรูหรา คลาสสิก

5.แต่งผนังห้องให้เหมือนแกลอรี่ : แม้ว่าการนำรูปหลาย ๆ รูปมาแขวนผนัง จะถูกพิจารณาว่าเชยมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่สไตล์นี้ เป็นสไตล์ที่ไม่เคยห่างหายไปนาน ครอบครัวต่าง ๆ ล้วนมีภาพที่อยากจะนำมาแขวนตกแต่งกันทั้งนั้น และในปีหน้า สไตล์นี้จะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นภาพเล็ก หรือภาพใหญ่ ก็สามารถจะนำมาตกแต่งให้ดูน่าสนใจได้ทั้งนั้น


ขอขอบคุณ
ข้อมูล :pouted
ภาพ :istock


สีทาบ้านที่ช่วยให้เรามีความสุขทุกครั้งเมื่ออยู่บ้าน

      สีในบ้านส่งผลกระทบโดยตรงต่ออารมณ์ของคนในบ้าน โดยเฉพาะสีที่เราใช้ทาผนัง สีแต่ละสี แต่ละโทนที่เราเลือกทาบนผนังบ้านนั้น บางสีก็ทำให้อารมณ์ของเราหม่นหมอง บางสีก็ช่วยให้ผ่อนคลาย ดังนั้นในการเลือกควรเลือกเฉดสีที่ส่งผลในเชิงบวก และผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าใครที่อยากเลือกสีที่จะนำมาซึ่งความสุขก็ให้เลือก 5 สีต่อไปนี้




1.สีเหลืองเป็นสีแห่งความสุข : เนื่องจากสีเหลืองเป็นสีที่ช่วยให้มีชีวิตชีวา เพราะเป็นสีที่สะท้อนความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ และกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวของสัมผัสทั้ง 5 สีเหลืองเป็นสีธรรมชาติ ที่ให้พลังในเชิงบวก ช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกว่ามีความสุข


2.สีเหลืองปนเขียว ทำให้มองโลกในแง่ดี : สีเหลืองปนเขียวนั้นเป็นสีของความสดใสในฤดูใบไม้ผลิ เป็นสีที่นำมาซึ่งความตื่นเต้น นำเอาพลังเชิงบวกเข้ามาสู่พื้นที่ และกระตุ้นให้เกิดการเติบโต



3.สีฟ้าของท้องฟ้า ให้ความรู้สึกถึงการเริ่มต้นใหม่ : หากต้องการปรับแต่งห้องให้ได้ความรู้สึกใหม่ สีฟ้าสดใสของท้องฟ้าเป็นทางเลือกที่ดี สีฟ้านอกจากจะช่วยให้เกิดความสงบแล้ว ยังมีความเป็นธรรมชาติ ช่วยให้นอนหลับสบาย กระตุ้นผลผลิต ทำให้เกิดความลื่นไหล นำมาซึ่งพัฒนาการที่ดีในหลายด้าน



4.สีม่วงเข้มปนดำเป็นสีที่ช่วยให้มีสมาธิ : แม้ว่าสีม่วงปนดำ จะเป็นสีโทนมืด แต่ด้วยความที่สีม่วงเข้มนั้นเป็นสีที่ให้สัมผัสของการเยียวยา และความผ่อนคลาย สีนี้จึงช่วยให้เกิดความสงบและมีสมาธิ



5.สีเขียวเงิน เพื่อความสมดุล : สีที่มีความลงตัวมากอีกสีหนึ่งก็คือสีเขียวเสก ซึ่งมาผสมกับสีเทาเงิน ทำให้เกิดความสมดุลและกลมกลืน ทำให้พื้นที่ดูหรูหรา และนำมาซึ่งความรู้สึกสนุกสนาน



ขอขอบคุณ
ข้อมูล :countryliving
ภาพ :istock

วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560

คนเกษตรรุ่นใหม่หัวดี!!! ไอเดียเจ๋ง ” ปลูกฝรั่ง ” รายได้ดีกว่าทำงานบริษัทนับปี


ชาวสวนรุ่นใหม่ ดีกรี ป.ตรี ปลูกฝรั่ง เทคนิคดี รายได้เดือนเดียว มากกว่างานบริษัททั้งปี

ในช่วงหลายปีมานี้ ต้องยอมรับว่า ฝรั่ง คือพืชอีกชนิดที่อยู่ในกระแสความสนใจของหลายคน เนื่องจากฝรั่งเป็นพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่มีราคาสูงอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาหลายปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในช่วงนี้เราจะเห็นแปลงปลูกฝรั่งแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในแหล่งปลูกเดิมอย่าง นครปฐม ราชบุรี และพื้นที่ใหม่ๆ

แต่จะว่ากันไปแล้ว ฝรั่งดูจะเป็นพืชที่แอบทำเงินเงียบๆ ให้ชาวสวนมาตลอด เพราะฝรั่งไม่ใช่พืชที่ถูกปลุกกระแสจากสื่อต่างๆ เหมือนกับอีกหลายพืชที่ถูกปลุกกระแสจนโด่งดังหรือน่าสนใจเกินความเป็นจริงเสียอีก จึงทำให้พื้นที่ปลูกฝรั่งไม่เพิ่มขึ้นมากเท่าที่ควรจะเป็น และหลายคนมองข้ามพืชชนิดนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ถ้าคุณได้รู้จักพืชชนิดนี้แล้วเชื่อว่าคุณจะกลับมามองฝรั่งในมุมมองใหม่และทิ้งพืชที่คุณกำลังสนใจหันมาปลูกฝรั่งแทนกันเลยทีเดียว


แม้จะเติบโตมากับอาชีพทำสวน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลูกหลานชาวสวนจะไม่อยากเดินตามรอยอาชีพของพ่อแม่ ขณะเดียวกันพ่อแม่เองก็อยากให้ลูกหลานได้ทำงานบริษัทที่สุขสบาย ไม่ต้องมายึดอาชีพเกษตรกรรมที่ต้องตากแดดแทนการตากแอร์ในออฟฟิศ เช่นเดียวกับ คุณวราภรณ์ ขุนพิทักษ์ ที่มีดีกรีถึงปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่จะเลือกทำงานบริษัทในเมืองหลังจากเรียนจบแทนการมาเป็นชาวสวน แต่หลังจากทำงานได้ไม่กี่ปี เธอก็เลือกที่จะมาทำสวน เจริญรอยตามพ่อ-แม่ เพียงเพราะมองว่างานสวนที่บ้านหนักเกินกว่าที่พ่อ-แม่ จะทำไหว ซึ่งที่บ้านทำสวนกว่า 30 ไร่ โดยพืชหลักที่ปลูกก็คือ มะม่วง ชมพู่ และฝรั่ง ส่วนใหญ่จะเป็นมะม่วง


แต่หลังจากที่คุณวราภรณ์เห็นว่าพืชที่ปลูกทั้งหมด ฝรั่งเป็นพืชที่น่าสนใจที่สุด เพราะมะม่วงที่ทำมานานนั้น พื้นที่ 30 ไร่ มีรายได้เพียงปีละ 2-3 แสนบาทเท่านั้น ทั้งยังเป็นมะม่วงพันธุ์ทั่วไปที่เน้นขายป้อนตลาดขายส่งทั่วไป ขณะที่ฝรั่งสามารถให้ผลผลิตเร็ว เพียง 8 เดือน หลังปลูกฝรั่งก็จะสามารถตัดลูกชุดแรกได้แล้ว อีกทั้งผลตอบแทนก็สูง คุณวราภรณ์จึงตัดสินใจเปลี่ยนพื้นที่สวนมาเป็นฝรั่งเพียงอย่างเดียวและปลูกฝรั่งมาตลอด วันนี้คุณวราภรณ์บอกว่า เธอตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกเป็นชาวสวน เพราะรายได้จากการทำสวนเพียงเดือนเดียวมันมากกว่ารายได้ที่เธอทำงานบริษัททั้งปีซะอีก ฝรั่งเพียง 10 ไร่ สามารถทำเงินได้หลักแสนต่อเดือน ปีหนึ่งสามารถทำเงินหลักล้านได้ไม่ยาก จากฝรั่งเพียง 10 ไร่ ซึ่งปัจจุบันคุณวราภรณ์มีพื้นที่ปลูกฝรั่งกว่า 24 ไร่

แปลงฝรั่งของคุณวราภรณ์จะมีอยู่ 2 แปลง แปลงหนึ่ง 14 ไร่ อีกแปลง 10 ไร่ คุณวราภรณ์ บอกว่า พืชทุกชนิดจะมีช่วงราคาถูก-แพง ในรอบปี ฝรั่งก็เช่นเดียวกันค่ะ มักจะมีราคาถูกในช่วงร้อนหรือประมาณเดือน เมษายน-มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลใหญ่ของผลไม้บ้านเรา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มะม่วง เงาะ ทุเรียน มังคุด บุกตลาดเมื่อไหร่ เมื่อนั้นผลไม้ชนิดอื่นแทบหมดความสำคัญ และช่วงนั้นจะเป็นช่วงตกต่ำของผลไม้ เพราะเป็นช่วงที่มีผลไม้ออกสู่ตลาดมากที่สุด ถ้าไม่อยากเสี่ยงกับราคาช่วงนี้ก็หลีกเลี่ยงที่จะให้มีผลผลิตเก็บขายได้ช่วงที่ผลไม้ประดังกันออกมา ดังนั้น ช่วงนี้คุณวราภรณ์จะไม่ห่อผลฝรั่งเลย ราคาฝรั่งช่วงนี้จะไม่ไกลไปกว่า 10 บาท ต่อกิโลกรัม หน้าสวน

ส่วนช่วงที่ฝรั่งมักมีราคาแพง จะเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีผลไม้ชนิดไหนออกสู่ตลาด อย่างช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ช่วงนั้นราคาฝรั่งจะสูง 30-40 บาท ต่อกิโลกรัม (หน้าสวน) กับอีกช่วงคือมกราคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งมีเทศกาลต่างๆ มาก การวางแผนจะให้ฝรั่งเก็บได้ช่วงไหนก็นับย้อนไป 5 เดือน แล้วโน้มกิ่งให้ฝรั่งแตกยอดใหม่ เพื่อที่จะให้ผลผลิต หรือนับจากห่อผลก็ 3 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวได้ โดยฝรั่งที่จะเก็บผลได้ในช่วงสิงหาคม-กันยายน ก็จะต้องโน้มกิ่ง ต้นเดือนมีนาคมซึ่งก็คือช่วงนี้นั่นเอง คุณวราภรณ์โน้มกิ่งหลังจากเก็บผลผลิตชุดใหญ่ขายไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงตรุษจีนที่ผ่านมานี้เอง
ชาวสวนหลายคนที่ทำสวนฝรั่งอาจไม่ได้เก็บข้อมูลตัวเลขการลงทุนและรายได้ แต่คุณวราภรณ์เก็บข้อมูลไว้หมด ซึ่งทำให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนของการทำสวนฝรั่งได้เป็นอย่างดี คุณวราภรณ์ บอกว่า ฝรั่งเป็นพืชที่ให้ ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว โดยจะมีผลผลิตชุดใหญ่ๆ อยู่ประมาณ 3 ชุด ต่อปี อย่างชุดตรุษจีนที่ผ่านมาซึ่งเป็นชุดใหญ่ พื้นที่ 10 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวได้มากถึง  44,000 กิโลกรัม ในช่วงเวลาการเก็บ 5-6 วัน (หมดชุด) ราคาช่วงนั้น 25-35 บาท ต่อกิโลกรัม ชุดเดียวทำเงินไปเหยียบล้านเลยทีเดียว  โดยฝรั่ง 10 ไร่ จะลงทุนต่อ 1 ชุด เพียงแสนกว่าบาทเท่านั้น


วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ไอเดียแต่งบ้านที่ไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท
      ของถูกว่าดีแล้ว แต่ของฟรีดียิ่งกว่า! ทำไมต้องยอมทุ่มงบซื้อเฟอร์นิเจอร์แพงๆมาแต่งบ้าน ทั้งๆที่มีทางประหยัดได้? ทำไมต้องยอมควักกระเป๋า ทั้งๆที่คุณก็สามารถเอาของที่มีอยู่แล้ว มาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ได้เพราะฉะนั้น ไอเดียบุคในวันนี้เราจึงเลือกนำเสนอแนวทางการตกแต่งบ้าน ให้สวยอย่างเป็นเอกลักษณ์ โดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินเลยแม้แต่นิดเดียว ลองไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง





วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Product หรือ Service อะไรสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์ ?

บทความโดย:: lnwshop.com 

คำถามยอดฮิตในการเริ่มต้นขายของออนไลน์ก็คือ อะไรสำคัญที่สุดในการขาย ? หากสินค้าดี ราคาเก๋ แต่บริการแย่…. ใครจะซื้อ ? แต่หากบริการโดดเด่น แต่สินค้าไม่น่าตรงใจ…. ลูกค้าจะซื้อไปทำไม ?
แล้วแบบนี้ ถ้าเราจะขายของออนไลน์ล่ะ ควรต้องทำยังไงบ้าง !? คำตอบของคำถามนี้มีอยู่ว่า…

การจะเริ่มต้นทำ e-Commerce หรือขายของออนไลน์นั้น ปฎิเสธไม่ได้ว่า “สินค้า หรือบริการ” คือเรื่องสำคัญที่สุด อันที่จริงไม่เฉพาะการขายของออนไลน์ แต่การขายทุกประเภท Product ก็เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ของการขายเช่นเดียวกันนะคะ

แต่หากสินค้าดี แต่บริการแย่ ลูกค้าก็ย่อมจะเปลี่ยนไปตามหา สินค้าที่คล้าย ๆ กัน หรือเหมือนกันในบริการที่ดีกว่าจากที่อื่น ยิ่งการซื้อขายของออนไลน์ด้วยแล้ว ก็เปลี่ยนไปช้อปเว็บอื่น ยิ่งทำได้ง่ายนิดเดียว…จริงไหมคะ

ดังนั้นหากคุณจะขายของออนไลน์จึงต้องคิดไว้ว่า สินค้าที่ดีคือหัวใจ แต่บริการที่ดีก็จะช่วยดันให้ร้านของคุณประสบความสำเร็จว่าแต่แล้วขายของออนไลน์ต้องนำเสนอสินค้าอย่างไรบ้าง ถึงจะดึงดูดลูกค้าได้นะ… วันนี้เรามีเคล็ดลับในฝากขของการนำเสนอสินค้ามาฝากกันค่ะ

1. รูปของสินค้า คือ เรื่องแรกที่ต้องคิดถึง





หนึ่งในประสาทสัมผัสที่ลูกค้าสามารถรับรู้ถึงสินค้าของเราในโลกออนไลน์ และทรงประสิทธิภาพก็คือ “สายตา” ดังนั้นภาพสินค้าที่สวยงาม ก็จะดึงดูดให้ลูกค้าสนใจได้ง่าย ที่สำคัญภาพสินค้าที่สวยยังช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าด้วยนะ! ไม่เชื่อคุณลองดูภาพ A และ B ด้านบน แล้วบอกเราหน่อยสิคะ ว่าคุณจะเลือกช้อปชิ้นไหน

2. ยิ่งรายละเอียดเยอะเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือได้เท่านั้น



ความน่าเชื่อถือเป็นปัญหาสำคัญอันดับต้น ๆ ของการขายของออนไลน์ ดังนั้นหากเราสามารถที่จะแก้ปัญหานี้ได้ ก็จะทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น และกล้าที่จะสั่งสินค้ากับร้านของเรามากขึ้น ซึ่ง “ข้อมูลของสินค้า” เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้กับร้านได้ยิ่งข้อมูลเยอะเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าเรารู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับสินค้า และยิ่งกว่านั้นลึก ๆ แล้วยังทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ด้วยว่า เรามีสินค้าอยู่จริง แหม ก็ถ้าไม่ม่ีของอยู่ จะโชว์ภาพสินค้าจริง หรือวัดขนาดโชว์แยกแต่ละชิ้นเลย.. ก็คงจะทำไม่ได้จริงไหมคะอ่อ แต่ข้อมูลก็ไม่จำเป็นต้องมีแค่รูปภาพนะคะ จะนำเสนอเป็นข้อความ, วีดีโอ  หรือกระทั่งเสียง ก็ได้เหมือนกันนะ

3. ยิ่งกว่าการใส่รายละเอียด คือการแสดงฟังก์ชั่นการใช้งาน



ระหว่างบอกว่าผ้าเช็ดเท้าผืนนี้ขนาด 30 cm. กับวีดีโอที่แสดงขึ้นมาว่า ผ้าเช็ดเท้าผืนนี้สามารถเก็บรอยโคลนที่ติดรองเท้าออกมาได้หมด เมื่อเช็ดแล้ว เดินออกมาไม่มีคราบเลยสักนิด ….แบบไหนที่ทำให้คุณซื้อผ้าเช็ดเท้าผืนนี้คะ !?

นอกจากรายละเอียดที่ให้ไว้เยอะแยะแล้ว คุณควรเลือกเอา Function เด็ด มาโชว์ให้กับผู้ซื้อได้เห็น ว่าสินค้าของคุณสามารถนำไปใช้งานได้อย่างไร และโดดเด่นกว่าสินค้าชิ้นอื่น ๆ แบบไหน ที่สำคัญกว่านั้น หากสินค้าของคุณ ไม่ใช่สินค้าที่กระตุ้นความต้องการของผู้คนแล้วล่ะก็ การโชว์ฟังก์ชั่นในรูปแบบของข้อความ ก็ยังช่วยทำให้คนที่ค้นหาสิ่งของมาตอบสนองความต้องการของเขา ค้นหาสินค้าของคุณได้ง่ายขึ้นด้วยนะคะ

4. ปิดท้ายด้วยการกระตุ้นความรู้สึก “อยากได้”






ถึงแม้เนื้อหาจะดี แต่ก็ต้องมีการกระตุ้นกันหน่อย เพราะเจ้าสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Emotion นี่แหละค่ะ ที่เป็นตัวสร้าง Order อย่างแท้จริง! ก็แหม เลือกโทรศัพท์จากฟังก์ชั่นมาแล้วนะ สุดท้ายก็ยังต้องเลือกสีอยู่ดี ? อ่ะ จริงไหมคะ ดังนั้นหากอยากให้ลูกค้าสั่งซื้อทันที จ่ายเงินทันควันแล้วล่ะก็ เติมภาพ หรือข้อความที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์….อยากซื้อ เข้าไปซะหน่อย รับรองว่าปัง

และนี่ก็คือเคล็ด (ไม่) ลับ 4 ข้อ ที่จะทำให้สินค้าของคุณโดดเด่น และดึดดูดลูกค้าเข้าร้านจนทำให้เกิดยอดขายได้ในที่สุดค่ะ ที่จริงต้องบอกว่าในสี่ข้อที่กล่าวมาในบทความนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดูยิ่งใหญ่ หรือ Advance อะไรนะคะ แต่พื้นฐานนี่แหละ ที่หลาย ๆ ร้านค้ามักจะหลงลืมกันแต่สุดท้าย Product ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะทำให้ร้านค้าประสบความสำเร็จ อย่าโฟกัสกับ Product จนลืม Service ไปนะคะ ในบทความหน้าเราจะมาเล่าให้ฟังกันต่อในเรื่องของ Service พื้นฐานที่คนขายของออนไลน์ต้องมี! รอติดตามกันได้เลยค่ะ!

บทความโดย:: lnwshop.com

 

วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560

 เทคนิคแต่งบ้านหลังแรกให้ว้าว ไม่ว่าบ้านหลังแรกของคุณจะเป็นบ้านหลังเล็กหรือหลังใหญ่


        ไม่ว่าบ้านหลังแรกของคุณจะเป็นบ้านหลังเล็กหรือหลังใหญ่ไม่ว่าคุณจะมีงบจำกัดในการตกแต่ง หรือมีงบเหลือเฟือสำหรับเฟอร์นิเจอร์หรูหราก็ตาม มีหลายเทคนิคที่คุณควรจะต้องทราบในการตกแต่งบ้านหลังแรกของคุณให้ดูดี และมีพื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสม ดังนี้



1.มีต้นไม้ : นี่เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่ได้ผลดีอย่างเหลือเชื่อ แค่นำเอาสิ่งมีชีวิตมาใส่ไว้ในบ้าน บ้านของคุณก็จะดูดีขึ้นมาทันตาเห็น แต่ถ้าหากคุณไม่มีเวลาจะมาดูแลต้นไม้มากนัก ก็ให้เลือกต้นไม้ที่เลี้ยงง่าย อย่างพวกไม่อวบน้ำ แคคตัส หรือฟิโลเดนดรอน หาโต๊ะข้างสักตัวมาใช้จัดวาง และดูแลให้มันรอด บ้านก็จะดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้ว


2.โต๊ะสำหรับดื่มกาแฟควรมีถาด : ถาดไม่เพียงแค่ช่วยให้เราจัดการไม่ให้ของรก แต่ยังช่วยป้องกันพื้นผิวของโต๊ะไม่ให้เสียหายจากน้ำ หรือกาแฟหก เลือกถาดที่ดูมีดีไซน์ นอกจากนั้นอาจจะมีกล่องใส่หนังสือ หรือรีโมท เพื่อความเรียบร้อยเป็นสัดเป็นส่วน นอกจากนี้ การจัดทุกอย่างลงไว้ในถาด จะทำให้เราสามารถหยิบเคลื่อนย้ายสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายด้วย



3.ที่เก็บหนังสือเลือกให้มีสไตล์ : แม้ว่าคุณจะมีหนังสืออยู่เพียงไม่กี่เล่ม แต่ก็ควรจัดวางให้เป็นระเบียบ หาที่จัดเก็บให้เป็นสัดส่วน มีสไตล์ และควรรวมหนังสือเอาไว้ด้วยกัน


4.ให้ความสำคัญกับแสงในบ้าน : แสงมีความสำคัญ ไม่ว่าบ้านของคุณจะมีขนาดใหญ่ หรือเล็ก แม้กระทั่งในหอพักนักศึกษา แต่แสงมักจะเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยสนใจนัก ควรเลือกโคมไฟ หรือหลอดไฟที่เน้นให้ความสว่าง เช่นเลือกโคมไฟเก๋ ๆ ซึ่งมีราคาไม่แพง หรือเลือกไฟที่ห้อยลงมาจากเพดาน ก็ทำให้บ้านดูดีได้




5.นำงานศิลปะใส่กรอบ : หากคุณเลยวัยนักศึกษามหาวิทยาลัยไปแล้ว ก็ไม่ควรจะเอารูปภาพ งานศิลปะ หรือโปสเตอร์อะไร ๆ ติดผนังโดยไม่ใส่กรอบอีกแล้ว การนำรูปภาพ หรืองานศิลปะใส่กรอบ จะช่วยให้บ้านสวยเสมือนแกลอรี่ อาจจะเลือกกรอบไม้เรียบง่าย หรือกรอบสไตล์วินเทจ ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน


ขอขอบคุณ
ข้อมูล :thespruce
ภาพ :istock
แชร์สนั่น! สาวไต้หวันไม่จ่ายค่าทำผม 250 เจ้าของร้านปิดประตูขัง

2 สาวไต้หวันไม่ยอมจ่ายค่าทำผมราคา 250 บาท เจ้าของร้านงัดไม้ตายปิดประตูขังไว้ในร้าน
(14 ต.ค.) ดราม่ากระหึ่มโลกโซเชียล เมื่อเฟซบุ๊ก Jax Phoenix เจ้าของร้านตัดย่านสยามสแควร์โพสต์คลิปแฉ เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นในร้าน หลังจาก 2 สาวซึ่งเป็นชาวต่างชาติพูดภาษาจีน เข้ามาใช้บริการแต่ไม่ยอมจ่ายค่าทำผมแค่ 250 บาท โดยเจ้าของร้านระบุข้อความว่า "ปัญหาใหญ่ที่คนไทยเจอบ่อยๆ คือ!!! คนจีนไม่ยอมจ่ายเงิน ต้องเจอคนอย่างนี้"

เหตุการณ์สืบเนื่องจาก สาวเสื้อดำอ้างว่าน้ำที่ใช้สระผมเย็น รับไม่ได้เลยไม่อยากทำผมแล้ว และขอให้ลดราคาให้เพื่อนเสื้อขาวซึ่งทำผมเสร็จแล้ว พนักงานก็ยอมลดให้จาก 350 เหลือ 250 บาท แต่สาวทั้งคู่กลับไม่ยอมจ่าย นั่งอยู่เฉยๆ จนเลยเวลาปิดร้าน คุณแจ็คเจ้าของร้านเลยต้องเข้ามาเคลียร์ สาวเสื้อดำพยายามโทรหาใครซักคนด้วยทีท่าไม่สบอารมณ์ แต่เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง เจ้าของร้านจึงให้พนักงานออกจากร้าน ปิดไฟและปิดร้านขัง 2 สาวไว้ หลังจากที่โต้เถียงกันอยู่นาน สุดท้ายสาวเสื้อขาวก็ยอมจ่ายเงิน 250 บาทแล้วออกจากร้านไป

หลังคลิปเผยแพร่ออกไป ชาวสังคมออนไลน์กดแชร์กันไปกว่า 4 หมื่นครั้ง พร้อมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือด ภายหลังมีคนเข้ามาระบุว่า 2 สาวในคลิปเป็นชาวไต้หวันไม่ใช่จีน ซึ่งต่อมาก็ชาวเน็ตไต้หวันที่ได้เห็นพฤติกรรม เข้ามาคอมเม้นต์ขอโทษ และว่าอับอายในพฤติกรรมของทั้งสองคนที่มาก่อไว้กับคนไทย ทำให้ชาวไต้หวันคนอื่นๆ เสื่อมเสียไปด้วย คลิกที่นี่เพื่อดูคลิป
กลุ้มใจเมื่อตกงานจะทำอะไรดี วิธีรับมือเมื่ออยู่ๆก็กลายเป็นคนว่างงาน

        การตกงาน ถือเป็นภาวะที่ไม่มีใครอยากจะพบเจอ เพราะการไม่มีงานทำนั้นหมายถึงไม่มีรายได้เช่นกัน โดยเฉพาะในยุคสมัยที่ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นเมื่อพูดถึงคำว่าตกงานขึ้นมาอย่าว่าแต่ไม่อยากพบไม่อยากเจอเลยครับ แม้แต่คำพูดยังไม่อยากได้ยิน แต่ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นกับเราแล้วล่ะ จะทำอย่างไรดี? วันนี้เราเลยจะมานำเสนอหัวข้อที่ว่า “จะทำอะไรดีเมื่อตกงาน” กันครับ

1. หางานอื่น ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรที่ทำให้คุณต้องตกงานมาเตะฝุ่น แต่ในเมื่อถูกเชิญออกหรือลาออกมาแล้ว ก็คงต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ดังนั้นอย่าไปคิดถึงเรื่องอดีตให้มากครับ ในเมื่อที่เก่าไม่เหมาะกับเราก็ยังมีที่ใหม่ งานไม่ได้มีแค่เดียวหรอก เพียงแค่คุณมีความสามารถและไม่ยอมท้อถอย ผมเชื่อว่ามีที่ที่ต้อนรับคุณอย่างแน่นอน

2. ทำงานอิสระ งานอิสระหรือที่เรียกกันว่าฟรีแลนซ์ ที่ปัจจุบันเป็นที่นิยมกันมากเพราะไม่ต้องรีบเร่งแข่งกับเวลา สามารถทำงานที่บ้านได้อย่างสบายๆ เมื่อถึงเวลาก็ไปส่งงานแค่นั้น งานชนิดนี้ข้อดีคือคุณสามารถกำหนดชีวิตของคุณได้อย่างเต็มที่ อยากนอนตอนไหน หรือจะตื่นนอนตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น ในแง่ของรายได้ก็ถือว่าดี เพราะงานที่จ้างฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่เป็นงานแบบโปรเจ็กต์ คือเป็นโครงการที่มีเงินสนับสนุนอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าทำงานอิสระแล้วจะอดตาย หรือรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย แต่งานประเภทนี้ข้อเสียก็คือไม่ได้มีงานเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นคุณจึงต้องคอยออกไปหาลูกค้าบ้าง หรือเข้าไปยังแหล่งที่มีคนต้องการจ้างงานพวกนี้เยอะๆ บ้าง เพื่อให้มีงานทำอยู่ตลอดนั่นเองครับ

3. ธุรกิจส่วนตัว งานนี้ต่างกับฟรีแลนซ์ตรงที่ธุรกิจส่วนตัวนั้นเป็นการทำงานที่ต้องดำเนินงานตลอด (แต่ฟรีแลนซ์จะทำงานก็ต่อเมื่อมีคนจ้าง) คุณอาจจะเริ่มต้นทำอะไรเล็กๆ เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหารหรือร้านเบเกอรี่ก็ได้ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องลงทุนมากนัก หรือใครที่พอจะมีความสามารถและถนัดในด้านไหนก็เริ่มต้นธุรกิจทางด้านนั้นไปเลยเพราะมีความรู้เป็นทุนอยู่แล้ว เช่น เมื่อก่อนเคยเป็นสถาปนิก ก็อาจจะมาเปิดกิจการเล็กๆ หรือเคยเป็นผู้จัดการโรงแรม ก็อาจจะออกมาทำรีสอร์ทส่วนตัวตามแบบที่ต้องการอย่างนี้เป็นต้น

วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ข้อดีของเซรั่ม บำรุงผิว  อาหารผิวสำคัญอย่างไร?

SERuM อาหารผิวสำคัญอย่างไร?

       อยเหี่ยวย่น ที่เกิดขึ้นที่ผิวหนังแต่ละคน จะมีลักษณะตื้นลึกและมีมากน้อยแตกต่าง กัน รอยย่นมักเกิดขึ้นเมื่ออายุประมาณ 25 ปี โดยจะเริ่มเห็นที่ใบหน้าก่อน เช่นบริเวณรอบดวงตาที่เรียกว่ารอยตีนกา (crow feet) เกิดขึ้นบริเวณหางตาและปาก หน้าผาก และจะเปลี่ยนแปลงมาขึ้นตามอายุ เมื่ออายุย่างเข้ามากกว่า 50 ปีขึ้นไปก็จะเริ่มมีรอยย่นมากขึ้น โยจะเกิดมากขึ้นและลึกขึ้น ผิวหน้าก็จะเริ่มหยาบกร้าน หย่อนยาน คืนตัวช้า เนื่องมาจากส่วนประกอบในชั้นต่างๆของผิวหนังเริ่มเปลี่ยนไป

         กระบวนการของความแก่ เกิดขึ้นกับทุกๆคน จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ หรือผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเราด้วยสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี หรือมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้กระบวนการต่างๆเกิดเร็วขึ้นได้ ปัจจัยเสริมที่ทำให้กระบวนการของความแก่เกิดขึ้นเร็ว ได้แก่ อาหาร น้ำ สภาพดินฟ้าอากาศ ความชื้นอุณหภูมภายนอก แสงแดดสารเคมี และพฤติกรรมของแต่ละคน

         กระบวนการเกิด รอยย่นโดยปกติเซลล์ผิวหนังของคนเราจะมีการหลุดลอกออกไปและมีการสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา เมื่ออายุมากขึ้น ทั้งจำนวนและหน้าที่ของเซลล์จะเปลี่ยนไปในลักษณะที่เสื่อมสภาพไป

1.ชั้นหนังกำพร้าเมื่ออายุมากขึ้นเซลล์ผิวหนังชั้นในจะบางลง แต่ บริเวณที่ถูกแสงแดดจะหนาขึ้นกว่าเดิม เซลล์ผิวหนังจะหลุดออกได้ง่ายขึ้น มีโอกาสเกิดเป็นโรคมะเร็งที่ผิวหนังมากขึ้น เซลล์สร้างสีผิวจะมีจำนวนลดลง และ มีการจับกลุ่มผิดปกติ ทำให้ผิวหนังบางแห่งเป็นรอยด่าง ขาว แต่บางแห่งเข้มขึ้น หรือที่เรียกว่า กระ นั่นเอง

 2. ชั้นหนังแท้เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นหนังแท้จะบางลง ส่วนประกอบที่เป็นคอลาเจนไฟเบอร์จะเปลี่ยนไป ทำให้ผิวหนังเปราะบางมากขึ้น ส่วน อิลาสติคไฟเบอร์ จะมีลักษณะโครงสร้าง และคุณสมบัติ ไม่เหมือนเดิม ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวหนัง ลดลง จึงเกิดเป็นริ้วรอยย่นและหย่อนยาน มากขึ้น3.ชั้นไขมันใต้ผิวหนังเมื่ออายุมากขึ้น ชั้นไขมันบริเวณใบหน้าจะเหี่ยวแห้ง ไม่นุ่มนวล


        มารู้จักสารที่อยู่ใน SE RUM อาหารผิวหน้าของเราดีกว่า ว่าดีอย่างไร ?ว่าน่าใช้ แค่ไหน? แล้วทำไม?ดาราต้องเลือก อาหารผิวหน้าของเรา โนแอลฟรองซ์ Serum ของโนแอลฟรองซ์ สามารถ ช่วยฟื้นฟู สภาพผิวให้แลดูอ่อนวัยมีประสิทธิภาพการละลายในไขมันทำให้สามารถซึมผ่านผิวได้ดียิ่งขึ้น และช่วยในการสร้างคอลาเจน ใต้ผิวหนังได้ดีอีกด้วย ไม่มีสารก่อให้เกิด การระคายเคืองต่อผิวอย่างแน่นอน Serum จะออกฤทธ์ในชั้นdermis โดยไปกระตุ้นเซลล์ fibroblasts ให้ผลิตเส้นใยทั้ง 2 ชนิดมากขึ้น


        ซึ่งจะช่วยและชะลอการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวหน้าตึงกระชับ ทำให้ผิวหน้า เนียน เรียบ ไม่หยาบกระด้าง และมีความยืดหยุ่น เมื่อสัมผัสต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้รูขุมขนกระชับ มีความตึงของผิว ช่วยต้านการเกิดริ้วรอย ทำให้รอยย่นตื้นขึ้น ซึ่งจะเห็นผลเกือบจะทันที่ที่สารซึมเข้าสู่ผิวหน้า และทำให้ผิวหน้าขาวใส และเหมาะสำหรับผู้ที่แพ้เครื่องสำอางหรือผิวแพ้ง่ายนั่นเอง  ถ้ามีบทความดีๆเดียวจะเอามาเล่าสู่กันฟังอีกคะ

วันอังคารที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560

สิวสเตียรอยด์ ผิวติดสเตียรอยด์ ดูกันอย่างไร??

สิวสเตียรอยด์ ผิวติดสเตียรอยด์สาเหตุของการเกิดสิวสเตียรอยด์

เครื่องสำอางค์ที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ 

ในผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิว ช่วยให้หน้าขาวใส ช่วยรักษาสิว ที่ไม่ได้มาตรฐานมักจะมีการผสมสารสเตียรอยด์เข้าไปในปรมาณที่สูง เนื่องจากสารสเตียรอยด์มีฤทธิ์ช่วยบำบัดอาการสิวที่เกิดได้อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าถ้าลองใช้แล้วอาการสิวจะหายไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผิวใสหน้าเนียนกันเลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นเหมือนต้องมานั่งชดใช้กรรม เพราะจะเกิดอาการที่เรียกว่า "ติดสเตียรอยด์" ขึ้นทำให้ผิวหน้าบาง และแพ้ง่ายๆมาก พอแพ้ง่ายการเกิด สิว สิวผด ผื่นแดง สิวอักเสบ สิวหนอง ก็จะตามมา ใช้ยารักษาสิวก็ไม่ค่อยหาย เพราะสเตียรอยด์มันไปเปลี่ยนแปลงสภาพผิวภายในให้ทำงานผิดแปลกไปจากเดิม น่ากลัวมากทีเดียวนะคะ

สารสเตียรอยด์ที่เราพบเห็นบ่อยที่สุดและมากที่สุด

  1. ยาแต้มสิว ยารักษาสิว ความจริงสเตียรอยด์มักจะถูกผสมอยู่ในยารักษาสิวอยู่แล้ว เพื่อใช้กับคนที่เป็นสิวมากๆโดยใช้ระงับอาการให้ทุเลาลงก่อน โดยจะใช้ในช่วงสั้นๆ แต่บางครั้งมีการจ่ายยาที่ยาวนานไม่ลดปริมาณการใช้ยารักษาสิวลง ทำให้ผิวหน้าเกิดการสะสมสเตียรอยด์มากขึ้น สุดท้ายหน้าก็ติดสเตียรอยด์ จากเคยเป็นสิวทั่วไปก็เปลี่ยนเป็นสิวสเตียรอยด์แทน
  2. ยาฉีดสิว สารที่ใช้ฉีดสิวนั้นก็คือสเตียรอยด์ดีดีนี่เอง เพราะต้องการให้สิวยุบลงอย่างรวดเร็ว สังเกตได้ว่าฉีดสิวไปไม่กี่วันสิวเม็ดเป้งๆก็จะยุบฝ่อไปเอง สารที่จะทำอย่างนั้นได้ก็คือสเตียรอยด์ซึ่งออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นใครที่ฉีดสิวบ่อยๆต้องระวังจะติดสเตียรอยด์ด้วยนะคะ
  3. ยาทานแก้สิวอักเสบ
  4. ครีมหน้าใส หน้าขาว หน้าเด้ง ขาวเร็ว ขาวเร่งด่วน 

วิธีการสังเกตผลิตภัณฑ์ที่มีสเตียรอยด์

การสังเกตผลิตภัณฑ์ที่มีสเตียรอยด์ง่ายๆนะคะ คือเมื่อทาผิวหน้าแล้ว ผิวหน้าของคุณจากที่มีปัญหา ปัญหาเหล่านั้นจะหายไปเร็วมาก หน้าจะใส เนียน ขาว ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบมากคะ แต่สารสเตียรอยด์เหล่านี้จะใช้เวลาในการสะสมอยู่ในผิวเป็นเดือน หรือบางรายก็เป็นปีถึงจะแสดงอาการคะ แต่ในปัจจุบันครีมหลายยี่ห้อก็แข่งกันทำความเร็วในการรักษาเลยไม่มีใครยอมให้สารสเตียรอยด์น้อยกว่าใครเลยคะ ผลก็คือทำให้ลูกค้าที่ใช้ครีมหรือยาหมอที่มีสารสเตียรอยด์ เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว ทีนี้เราก็จะได้เห็นผลข้างเคียงของความสวยที่มีความอันตรายกันนะคะ

อาการของคนที่เป็นสิวสเตียรอยด์ หรือ ติดสเตียรอยด์

1.ผด ผื่น จะขึ้นง่ายมากคะ

2.เป็นสิวผด เป็นปื้นๆ

3.ผิวแดง เหมือนแพ้อะไรมา

4.มีอาการคัน

5.ผิวบาง และแพ้ง่ายโดนอะไรนิดอะไรหน่อยก็แพ้

6.สิวจะเป็นเม็ดแดงๆ ขึ้นกระจายทั่วทั้งหน้า หรือเป็นกระจุกบริเวณใดบริเวณหนึ่ง แต่จะขึ้นเยอะมากบริเวณที่ทาครีมหรือยาที่มีสเตียรอยด์บริเวณนั้นเยอะ

7.สิวอุดตันที่ขึ้นมา กดออกมาจะมีกลิ่น หรือไม่มีกลิ่นแต่ให้สังเกตว่าสิวอุดตันจะแดง

8.สิวอักเสบที่มีเม็ดจะใหญ่และเจ็บ และไม่มีหัว จะเป็นอักเสบหัวแดง กว่าจะยุบก็ใช้เวลานาน

9.สิวจะขึ้นเห่อ

10.สำหรับคนผิวมัน หน้าจะมันขึ้น หลังหยุดใช้สเตียรอย

11.ผิวจะดูเหยี่ยวเร็ว เพราะสเตียรอยด์จะเข้าไปทำลายการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้หน้าหมองคล้ำได้ ผิวขาดความชุ่มชื้น

วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560

สุดยอดเซรั่มหน้าใส เซรั่มกระชับรูขุมขน เซรั่มบำรุงผิวหน้า ลดริ้วรอย


        อยากหน้าใสไร้สิวกันมั้ยคะสาวๆ งานนี้เซรั่มบำรุงผิวหน้าช่วยคุณได้ค่ะ นอกจากการใช้ครีมบำรุงผิวหรือทานอาหารเสริมผิวขาวแล้ว เซรั่มหน้าใสก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่สาวๆ ส่วนใหญ่เลือก เพราะสามารถปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นได้อย่างรวดเร็วทันใจ แถมมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวด้านอื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ ลดสิวหรือกระชับรูขุมขน เพิ่มความเรียบเนียนให้กับผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเราก็ได้คัดเอา เซรั่มหน้าใส หน้าเด็ก ที่ใช้แล้วเห็นผลดีจริง มาแนะนำกัน


เปิดตัวเร็วๆนี้ อดใจรออีกนิดนะคะ
สนใจเป็นตัวแทนทักได้เลย
#รายละเอียดเพิ่มเติมฟรี
 📱099-390-6655
ติดต่อเร็วสุดคลิกลิ๊ง Line อัตโนมัติ เลยจ้า  👇 👇 👇



loading...