ข้อควรที่เราจะต้องเช็กก่อน แต่งบ้าน เพื่อไม่ให้พลาดจึงทำให้บ้านออกมาน่าอยู่และสวยงาม



ข้อควรที่เราจะต้องเช็กก่อน แต่งบ้าน เพื่อไม่ให้พลาดจึงทำให้บ้านออกมาน่าอยู่และสวยงาม

         ทั้งนี้นั้นองค์ประกอบต่างๆ ในการตกแต่งบ้าน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความสวยงามและช่วยทำให้บ้านของเรานั้นดูน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ฉะนั้นหากเพื่อนๆ คนไหนกำลังคิดอยากจะแต่งบ้าน อ่านบทความนี้ได้เลย เพราะเราได้หยิบ 3 ข้อที่ควรเช็กก่อน แต่งบ้าน มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนกันจ๊ะ










1.โทนสีของห้อง   โทนสีห้องถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ฉะนั้นก่อนทาสี ควรทดสอบก่อนทาสีจริง เพียงแค่ทาสีลงบนแผ่นตัวอย่าง แล้วนำไปติดบนผนัง ทิ้งไว้ 2 วัน เพื่อดูความเปลี่ยนแปลง ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเราได้มากยิ่งขึ้น

2.รูปแบบและขนาดเฟอร์นิเจอร์   เฟอร์นิเจอร์ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน ฉะนั้นก่อนการเลือกซื้อ เราควรคำนึงถึงขนาดของเฟอร์นิเจอร์และขนาดของพื้นที่ในการจัดวางให้ดี เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์ที่เราเลือกซื้อมานั้นตอบโจทย์ต่อการใช้งานมากที่สุด

3.วัสดุของตกแต่ง   การจัดตกแต่งบ้านด้วยของตกแต่งน่ารักๆ ช่วยทำให้บรรยากาศในบ้านนั้นดูสวยงามมากยิ่งขึ้น แต่หากของตกแต่งมากจนเกินไป อาจส่งผลให้บ้านของเรานั้นดูรกยิ่งขึ้น ฉะนั้นเพื่อความสวยงาม ควรจัดตกแต่งให้พอดีจะดีกว่า

หากเพื่อนๆ คนไหนกำลังคิดอยากจะตกแต่งบ้าน อย่างไรก็อย่าลืมนำ 3 ข้อที่เราหยิบมาฝาก ไปลองปรับใช้กันดูนะจ๊ะ
----------------
ขอบคุณภาพจาก  freepik.com

เราให้บริการทุบ รื้อถอน สิ่งปลูกสร้างทุกชนิดฟรีโดยทีมงานมืออาชีพ มีมาตรฐานการรื้อถอน และเคลียร์พื้นที่ให้ฟรี พร้อมที่จะก่อสร้างได้ใหม่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร โกดัง โรงงาน บ้านไม้และคอนกรีต ฯลฯ



เราให้บริการ ทุบ รื้อถอน สิ่งปลูกสร้างทุกชนิดฟรีโดยทีมงานมืออาชีพ มีมาตรฐานการรื้อถอน และเคลียร์พื้นที่ให้ฟรี พร้อมที่จะก่อสร้างได้ใหม่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร โกดัง โรงงาน บ้านไม้และคอนกรีต ฯลฯ



ชนะกานต์ค้ารับรื้อโครงเหล็ก บริการรับซื้อ ขาย ไม้เก่าและ รับรื้อโครงเหล็ก รื้อถอน ราคากันเอง รับซื้อไม้เก่า ชนะกานต์ค้าไม้เก่า รับซื้อบ้านไม้เก่า ให้ราคาสูงรับรื้อถอนบ้าน รับรื้ออาคาร รับทุบตึก รับทุบบ้านเราจำหน่ายไม้เก่า สำหรับทำสิ่งปลูกสร้าง เฟอร์นิเจอร์ หรือทำสิ่งปลูกสร้างประดับบ้านเรือนลูกค้าสามารถติดต่อ สอบถามข้อมูลได้ทุกวัน ที่ตั้ง 10/9 ม.2 ถ.วัดศรีวารีน้อย ต.ศรีษะจรเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 10540 


ชนะกานต์รับรื้อโครงเหล็ก ชนะกานต์ค้าไม้ รับทุบตึกรื้อถอน รื้อถอนบ้านไม้เก่า รับซื้อไม้เก่า ให้ราคาสูง งานเล็ก งานใหญ่ เราเชี่ยวชาญงานรื้อถอนบ้านพักอาศัย และสิ่งปลูกสร้าง เพื่อการก่อสร้างใหม่ และทีมงานที่มีความพร้อม และประสิทธิภาพในด้านวิศวกรรม การรื้อถอน การทุบตึก ขนย้ายวัสดุ สิ่งก่อสร้าง ฯลฯ ประสบการณ์มานาน และผลงานต่าง ๆที่ปรากฏแก่ท่าน จึงพร้อมรับใช้ท่านอย่างมืออาชีพในราคาที่ท่านพึงพอใจ สายด่วน 0831307323 คุณประหยัด Line : 0831307323 



-บริการทุบ รื้อถอน สิ่งปลูกสร้างทุกชนิดฟรี
-โดยทีมงานมืออาชีพ มีมาตรฐานการรื้อถอน และเคลียร์พื้นที่ให้ฟรี พร้อมที่จะก่อสร้างได้ใหม่
-ทั้งภายในและภายนอกอาคาร โกดัง โรงงาน บ้านไม้และคอนกรีต ฯลฯ
-พร้อมรับซื้อเศษวัสดุ ที่รื้อถอนให้ราคาสูง



ปัจจัยกระตุ้น "ปวดไมเกรน" อยากหายควรหลีกเลี่ยง



ปัจจัยกระตุ้น "ปวดไมเกรน" อยากหายควรหลีกเลี่ยง

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ แนะอาการปวดศีรษะไมเกรน สามารถสังเกตและป้องกันได้โดยหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการ เช่น ความเครียด อดนอน อดอาหารหรือรับประทานไม่เป็นเวลาเล่นกีฬาหักโหม ดื่มเหล้า หรือแม้กระทั่งอากาศร้อน

 

รู้จัก "ไมเกรน"

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคไมเกรนเป็นอาการปวดศีรษะที่พบได้ในเด็กวัยเรียน วัยหนุ่มสาว แต่ผู้สูงอายุมักไม่เป็นโรคนี้
ลักษณะของไมเกรนแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ ไมเกรนธรรมดา และไมเกรนชนิดคลาสสิก
  • ไมเกรนธรรมดาจะปวดศีรษะครึ่งซีกเป็นพักๆ เวลาหายปวดจะหายสนิท การปวดแต่ละครั้งจะนานครึ่งชั่วโมงหรือนานเป็นวันๆ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการนำก่อนปวด เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อแตก
  • ไมเกรนชนิดคลาสสิก จะพบได้น้อยกว่ามักมีอาการนำมาก่อนแล้วจึงมีอาการปวดศีรษะตามมา อาการนำที่พบได้บ่อย เช่น ตาฝ้า เห็นแสงระยิบระยับ บางคนอาจะเห็นเป็นภาพมืดตรงกลางทำให้มองไม่เห็นชั่วครู่ อาจมีอาการแขนขาชา อ่อนแรงหรือพูดไม่ได้ชั่วครู่


สาเหตุของโรคไมเกรน

แพทย์หญิงไพรัตน์ แสงดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุของโรคปวดศีรษะ ไมเกรนมีสาเหตุที่เกิดจากภายในร่างกายและจากพันธุกรรม ซึ่งไม่สามารถป้องกันหรือหลีกเลี่ยงได้ ส่วนสาเหตุที่มาจากภายนอกร่างกาย เป็นปัจจัยส่งเสริมทำให้เกิดอาการ เช่น
Advertisement
  1. อดนอน
  2. ทำงานหนักมากเกินไป
  3. เครียด
  4. ดื่มเหล้า แอลกอฮอล์
  5. อาหารบางชนิด ได้แก่ กล้วยหอม ช็อคโกแลต เนยแข็ง เบียร์


การรักษาโรคไมเกรน

  1. ให้ยาแก้ปวดเวลามีอาการปวดและการใช้ยาป้องกันไมเกรนในรายที่เป็นบ่อย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยแพทย์จะพิจารณาให้ยาเมื่อมีอาการปวดศีรษะรุนแรง ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยาป้องกันไมเกรนสม่ำเสมอทุกวันอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้ได้ผลในการป้องกัน
  2. หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวด ได้แก่ อดนอน เรียนหรือทำงานหนักเกินไป การอดอาหารหรือรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา การเล่นกีฬาที่หักโหม อากาศร้อนจัด ควรฝึกการคลายเครียดจากการทำงานหรือเรียน ส่วนการบรรเทาอาการปวดไมเกรนด้วยตนเองในเบื้องต้น ทำได้โดยใช้ก้อนน้ำแข็งหรือกระเป๋าน้ำแข็งประคบที่ศีรษะ นอนพักผ่อนให้พอเพียงในห้องที่เงียบ หรือนวดผ่อนคลาย
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์
ภาพ :iStock

รับทรัพย์เพิ่มบารมี กับ เทคนิคโต๊ะห้องทำงานตามหลักฮวงจุ้ย



รับทรัพย์เพิ่มบารมี กับ เทคนิคโต๊ะห้องทำงานตามหลักฮวงจุ้ย 
 
รับทรัพย์เพิ่มบารมสีโต๊ะห้องทำงานตามหลักฮวงจุ้ย ห้องทำงาน ถือเป็นอีกหนึ่งห้องที่เรามักใช้เวลาอยู่ในนั้นเกือบครึ่งค่อนวัน และแน่นอนว่าหลายคนล้วนต้องการสมาธิในการทำงาน นั่งทำงานท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ที่เหมาะสมต่อการใช้ความคิด ซึ่งผมคิดว่าหลายคนคงจะพอทราบกันมาบ้างแล้วว่า การจัดห้องทำงานที่ดีควรเป็นเช่นไร แต่วันนี้เราจะมาเพิ่มความพิเศษให้กับห้องทำงานด้วย "สีโต๊ะห้องทํางานตามฮวงจุ้ย" กันครับ ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ห้องทำงานแล้ว  บางทีมันอาจจะช่วยเรื่องโชคลาภ ลดอุปสรรคเรื่องหน้าที่การด้วยก็ได้ ใครจะไปรู้

        ถ้าหากคุณเป็นคนๆ หนึ่ง ที่หลงไหลในศาสตร์ของหลักฮวงจุ้ยแล้ว วันนี้เรานำความรู้เรื่องสีโต๊ะทำงานตามหลักฮวงจุ้ยง่ายๆ มาฝากกัน รับรองว่าจะต้องช่วยให้ห้องทำงานของคุณดูดี ดูสวย น่าใช้งานอย่างแน่นอน

สีของโต๊ะทำงาน ตามหลักฮวงจุ้ย

1. โต๊ะทำงานสีขาว : ความเชื่อแล้วจะช่วยกระตุ้นความคิดและผ่อนคลายสมองจากความอ่อนล้าในการทำงาน แถมยังช่วยให้ห้องทำงานของเราดูกว้าง สว่างสดใสเหมาะแก่การใช้ความคิด


2. โต๊ะทำงานสีดำ : ตามหลักฮวงจุ้ยห้องทำงานแล้ว สีดำ จะช่วยปรับพลังงานต่างๆ ในห้องทำงานให้เคลื่อนไหวช้าลง ทำให้ผู้ทำงานมีความคิดที่รอบคอบและแม่นยำขึ้น


3. โต๊ะทำงานสีน้ำตาล : เพิ่มความน่าเชื่อถือและดูภูมิฐานแก่ผู้ที่ใช้ ซึ่งเราอาจซื้อโต๊ะไม้ หรือ โต๊ะลามิเนตมาใช้ตกแต่งห้องทำงานของตนเองได้

4. โต๊ะทำงานสีสว่าง : การตกแต่งห้องทำงานด้วยสีโทนสว่างจะทำให้ร่างกายของเราผ่อนคลาย แถมยังกระตุ้นการมองเห็นได้เป็นอย่างดี

5. โต๊ะทำงานสีเขียว : ใครที่กำลังเหนื่อยล้าจากงานบนโต๊ะ แนะนำให้ลองหาโต๊ะทำงานสีเขียวมาใช้แทนครับ เพราะสีเขียวจะช่วยปรับสภาวะร่างกายและจิตใจของเราให้มีความสมดุล เพิ่มสมาธิในการทํางาน หรือจะซื้อต้นไม้สักต้นมาตั้งไว้บนโต๊ะทำงานก็ช่วยได้เหมือนกัน ถ้างั้นลองไปดู 5 ต้นไม้น่าตั้งบนโต๊ะทำงานในคอนโดและออฟฟิศ ดูแลง่าย ไม่เรื่องมาก กันก่อนก็ได้ครับ มีแต่ต้นน่ารักๆ ทั้งนั้นเลย






รับเขียนรีวิว ทำสื่อออนไลน์
เว็บไซต์-แฟนเพจ-กราฟิก-สอนออนไลน์ -ฝากลงบทความ
ติดต่อ
dooideas.com@gmail.com


ยิงสนั่นศาลจันทบุรี เจ็บ 3 ตาย 2 ในคดีมรดกที่ห้องบัลลังก์ 2

 

ยิงสนั่นศาลจันทบุรี เจ็บ 3 ตาย 2 ในคดีมรดกที่ห้องบัลลังก์ 2  วันที่ 12 พ.ย. ศาลนัดฟังพิพากษา ศาลจังหวัดจันทบุรี ในคดีมรดกที่ห้องบัลลังก์ 2 โดยมีคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาร่วมฟังการพิจารณา ในขณะที่รอผู้พากษาทั้งสองฝ่ายเกิดโต้เถียงกัน แล้วจู่ ๆ ชายยังไม่ทราบฝ่ายก็ชักอาวุธปืนออกมายิงฝ่ายตรงข้ามหลายนัดเป็น เหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย


 และไม่รู้สึกตัว 3 รายอาสาสมัครกู้ภัยสว่างกตัญญูถึงจุดเกิดเหตุ ให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยกลุ่มผู้สื่อข่าวถูกกันอยู่ภายนอกไม่อนุญาติให้เข้าไปทำข่าวแต่อย่างใด ล่าสุด ยืนยันมีผู้เสียชีวิตที่รพ. 2 รายทราบชื่อคือ นายวิจัย สุขรมย์ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล


โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยกรณีที่เกิดขึ้น เกิดในห้องพิจารณาคดี ส่วนปืน เข้าไปถึงบัลลังก์ ได้อย่างไร ต้องตรวจสอบ แต่กรณีนี้ น่าจะเกิดจากความหละหลวม

----------------------------
ที่มาข่าว springnews

 

ช่างศูนย์โตโยต้า ซิ่งรถกลับบ้านลอยกระทง แต่เสยท้าย 18 ล้อพ่วงดับ

 

ช่างศูนย์โตโยต้า ซิ่งรถกลับบ้านลอยกระทง แต่เสยท้าย 18 ล้อพ่วงดับ

ช่างศูนย์โตโยต้า – เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 11 พ.ย. พ.ต.ท.วิชาญ บุญลือ พนักงานสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ บริเวณถนนสุขสวัสดิ์ขาออกมุ่งหน้า 3 แยกพระสมุทรเจดีย์ หมู่ที่ 4 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.อริญชัย สุวรรณโภชน์ รอง.ผกก.สอบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน บริเวณเลนขวาสุดติดเกาะกลางถนน พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ย่ามาฮ่า รุ่น R 15 สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน 5 กฌ 9145 กทม. ล้มคว่ำเกยเกาะกลางถนนสภาพหน้ารถพังยับเยิน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายนพดล มัณฑุกานนท์ อายุ 47 ปี นอนหงายเสียชีวิต สภาพศพสวมชุดหมีสีขาวคาดเทา บริษัท โตโยต้า สวมรองเทาผ้าใบเทา คอหัก เลือดไหลออกทางปากและจมูก

ห่างไปประมาณ 50 เมตร พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีน้ำเงิน ทะเบียนหัวพ่วง 82-2601 สมุทรปราการ ท้ายพ่วง 83-7002 สมุทรปราการ บรรทุกเหล็กแผ่นเกือบเต็มคันจอดเปิดไฟฉุกเฉิน โดยมี นายโกศล ศรีเฉลิม อายุ 38 ปี โชว์เฟอร์รถพ่วง ยืนรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำ

นายโกศล กล่าวว่า บรถคันดังกล่าวออกจากบริษัทย่านลาซาลเพื่อมารับเหล็กแผ่น กระทั่งขึ้นของและรอเอกสารส่งของเสร็จ ได้ขับรถออกมาจากบริษัท ระหว่างเลี้ยวซ้ายตีโค้งออกจากโรงงานเนื่องจากเป็นรถยาวและกินพื้นที่เลี้ยวทั้งหมด 4 เลน รถที่วิ่งอยู่บนถนนได้หยุดรถรอเพื่อให้รถตนเองเลี้ยวผ่านไป
แต่รถจักรยานยนต์ขอผู้ตายได้แซกมาในเลนซ้ายสุดติดกับเกาะกลางถนน ก่อนที่จะพุ่งชนเข้าท้ายหัวพ่วงเข้าอย่างจังจนคนขับกระเด็นไปกระแทกกับขอบเกาะกลางกก่อนที่จะถูกล้อรถเบียดอัดติดจนเสียชีวิต ตนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้รีบมาช่วยเหลือ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากที่ทำงานมายังบ้าน เพื่อร่วมลอยกระทง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นรถติดเยอะจึงได้พยายามขี่แซงเพื่อแซกรถติดเป็นจังหวะเดียวกับที่รถบรรทุกพ่วงกำลังเลี้ยวออกจากโรงงานพอดีจึงไม่ทันระวังพุ่งชนท้ายรถบรรทุกจนเสียชีวิต

--------------------------
ที่มาข่าวสด

ธ.ก.ส.จ่ายเงินประกันยางไปแล้วกว่า 170 ล้านบาท คาดจ่ายครบ 1.7 ล้านรายภายใน 15 พ.ย.นี้


ธ.ก.ส.จ่ายเงินประกันยางไปแล้วกว่า 170 ล้านบาท คาดจ่ายครบ 1.7 ล้านรายภายใน 15 พ.ย.นี้

      ธ.ก.ส. ลุยอัด 4.8 แสนล้าน – นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 พ.ย.2562 ธนาคารจะโอนเงินงวดแรก ผ่านบัญชี ธ.ก.ส. ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา จำนวน 52,000 ราย เป็นเงิน 176 ล้านบาท ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งมีเป้าหมายเกษตรกรชาวสวนยางทั้งเจ้าของสวนและคนกรีดอย่างรวมกว่า 1.7 ล้านราย วงเงินรวม 23,472 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 งวด นอกจากนี้ ในส่วนโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2562 /63 วงเงิน 20,940 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกร 4.31 ล้านราย ได้โอนเงินรอบที่หนึ่งไปแล้วทั้งสิ้น 349,300 ครัวเรือน เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา รวมเป็นเงินกว่า 9,411 ล้านบาท

ส่วนโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 ในอัตราไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ วงเงิน 24,810 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกร 4.31 ล้านครัวเรือน โอนไปแล้ว 3.99 ล้านครัวเรือน หรือ 98% ของผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด เป็นเงิน 23,929 ล้านบาท มีเพียงเกษตรกรในภาคใต้ซึ่งฤดูกาลปลูกล่าช้ากว่าพื้นที่อื่นคาดว่าจะโอนเงินให้แล้วเสร็จภายในเดือนเม.ย. 2563
ขณะที่โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 2562-2563 วงเงิน 13,000 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกร 263,107 ครัวเรือน โอนเงินรอบแรกไปเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 254,667 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 1,351 ล้านบาท โดยแบ่งจ่ายเป็น 8 งวด ทุกๆ 45 วัน รวมเม็ดเงินที่ธนาคารได้กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากไปแล้ว ทั้ง 4 โครงการ กว่า 34,600 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มาตรการเป็นโครงการระยะสั้น ที่กระตุ้นราคาตลาดให้ปรับตัวสูงขึ้นเท่านั้น แต่ทางธนาคารได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนช่องทางตลาดระยะยาว และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนในระยะยาวด้วย
นายอภิรมย์ กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนจากนี้ นอกจากวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายรัฐบาลประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ยังมีเม็ดเงินปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าของธนาคาร อีกประมาณ 4 แสนล้านบาท รวมเป็น 4.8 แสนล้านบาท ที่จะอัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยคาดว่าเม็ดเงินส่วนนี้จะสะพัดในเศรษฐกิจฐานรากเพิ่มขึ้นอีก 2.5 เท่า คิดเป็นเงิน 1.2 ล้านล้านบาท ตามที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินไว้

นายอภิรมย์ กล่าวว่า ในโอกาสที่ ธ.ก.ส. ครบรอบ 53 ปี ธนาคารจะสนับสนุนโยบาย โก กรีน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผลิตอาหารปลอดภัย รวมถึงการทำเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่การปลูก สู่การแปรรูป การจำหน่าย การเพิ่มช่องทางการตลาด การผลักดันให้สินค้าเกษตรได้รับมาตรฐานรับรอง เพื่อสร้างมูลค่า และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคมากขึ้น

“ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ทำการผลิตเกษตรปลอดภัย (แกป) 774 ราย พื้นที่ 3,649 ไร่ เกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองการผลิตแบบมีส่วนร่วม (พีจีเอส) 2,569 ราย พื้นที่ 12,804 ไร่ และเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับมาตรฐาน ออร์แกนิก ไทยแลนด์ และมาตรฐานอื่นๆ 1,494 ราย พื้นที่ 5,736 ไร่ รวมการทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัยทั้งสิ้น จำนวน 4,837 ราย พื้นที่ 22,189 ไร่”

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น กรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มูลนิธิสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์ไทย และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการเกษตรลูกค้าธนาคาร ผลิตอาหารปลอดภัยและการทำเกษตรอินทรีย์สู่วงกว้าง ด้วยการจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้สามารถส่งผลผลิต ไปสู่ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ โมเดิร์นเทรด พร้อมกับมีแผนเชื่อมโยงชุมชน 9 แห่งในการผลิต และนำร่องโครงการ 459 บ้านไร่ ขณะเดียวกันมอบหมายให้ ธ.ก.ส. ทุกจังหวัดดำเนินโครงการ โปรเจ็กต์ เบส เพื่อสนับสนุนเกษตรอินทรีย์อีก 78 โครงการ บนพื้นที่การเกษตร 126,441 ไร่
นายอภิรมย์ กล่าวว่า ในปีนี้ ธ.ก.ส. ยังเน้นดูแลด้านสิ่งแวดล้อม โดยจะเร่งยกระดับธนาคารต้นไม้ 6,836 ชุมชน สู่ชุมชนไม้มีค่า เพิ่มพื้นที่ป่าได้แล้วกว่า 1,974 ชุมชน และร่วมโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งปัจจุบันมีชุมชมเข้าร่วมแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ บ้านท่าลี่ จ.ขอนแก่น บ้านถ้ำเสือ จ.เพชรบุรี บ้านนาซำจวง จ.หนองบัวลำภู และบ้านศรีเจริญ จ.พิษณุโลก คิดเป็นจำนวนที่กักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 150,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

--------------------------------------
ที่มาข่าวสด