Menu

วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

4ร้านโดนใจ กาแฟน่านั่งจิบแบบชิวๆไป กับบรรยากาศเย็นๆ
DooiDeas

4ร้านโดนใจ กาแฟน่านั่งจิบแบบชิวๆไป กับบรรยากาศเย็นๆ



1.Mao Coffee

รู้สึกเหมือนว่าฉันรู้จักร้านเมากาแฟนี่ทีหลังหรือไม่ก็รู้จักจากเพื่อน เครื่องดื่มแนะนำของที่นี่คือ เมากาแฟ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มสไตล์ไทยที่ผสมกาแฟและมิกเซอร์ที่คุณเลือกเองโดยจะเสิร์ฟมาในขวดเหล้าและคุณสามารถผสมเครื่องดื่มของคุณเองได้ที่โต๊ะ ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ถนนคันคลองชลประทานและนอกจากเครื่องดื่มแล้วทางร้านยังมีขนมเค้กและแซนวิสปิ้งที่เสิร์ฟทั้งในร้านและด้านนอกร้าน
  • เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 – 17.00
  • ที่ตั้ง: ถนนคันคลองชลประทาน มุ่งตรงไปทางเส้นหางดง

2.Natwat Home Cafe

ร้านนี้ก็เป็นอีกร้านที่มีอาหารเช้าที่อร่อยมากและฉันก็พึ่งรู้ว่าร้าน Natwat Home Café นี้เปิดมานานแล้วหลายปี ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ได้มีการปรับปรุงขยายร้านขึ้นทำให้มีอากาศปลอดโปร่งและแสงสว่างส่องเข้ามาในร้านมากขึ้น ที่นี่ยังขายกาแฟที่มาจากโรงคั่วกาแฟโปรดของฉันอีกด้วย (#23!)
  • เวลาเปิดปิด : เปิดตั้งแต่วันอังคาร วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 7.30 – 16.30
  • ที่ตั้ง : 330/2 ถนนถนนเจริญราษฎร์


3.The Larder Cafe & Bar

ร้าน The Larder Café and Bar มีอาหารเช้าและ open faced sandwich (แซนวิสเปิดหน้า)ที่อาจจะอร่อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยกินมาในเชียงใหม่ ถึงแม้ถนนนิมมานเหมินทร์จะได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติมากแต่คุณคงไม่สามารถหาร้านที่มีวัตถุดิบอย่าง ไส้กรอก chorizo และ bleu cheese นอกจากที่ร้านนี้ ด้วยการที่มีส่วนผสมคุณภาพสูงนี้เองก็ทำให้ราคาอาหารแพงตามไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามสำหรับฉันที่นี่เหมือนเป็นร้านอาหารเช้าสุดพิเศษมากกว่าเป็นที่ที่ฉันจะมานั่งบ่อยๆ ในตอนแรกที่มาที่นี่ฉันค่อนข้างตกใจกับร้านนี้เพราะไม่ค่อยมีการตกแต่งร้านเท่าไหร่และบรรยากาศก็ดูขาดๆอะไรบางอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเทียบกับร้านอื่นๆในบริเวณนี้ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อรสชาติอาหารแสนอร่อยของที่นี่เลย
  • เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 8.30 – 15.00 (ครัวปิดเวลาบ่ายสอง)
  • ที่ตั้ง : 3/9 ถนนสุขเกษม


4.Hana Zono Cafe

Hana Zona เป็นร้านที่น่ามานั่งทำงานมาก ฉันเคยไปที่นี่แต่ช่วงเช้าเพราะร้านเปิดตั้งแต่แปดโมง แต่ก็ได้ยินมาว่าในช่วงบ่ายจะมีนักศึกษามาที่นี่กันเยอะมาก อาหารว่างและขนมของที่นี่จะมีให้เลือกไม่มากนัก และถึงแม้ร้านนี้อาจจะไม่ใช่ร้านกาแฟที่ดีที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่แต่ก็เป็นร้านที่เหมาะแก่การมานั่งดื่มกาแฟคนเดียวหรือกับคนรู้ใจก็ได้
  • เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 – 22.00
  • ที่ตั้ง : ถนนสวนดอก จะอยู่ด้านซ้ายมือหลังจากเข้าไปในซอยจากถนนสุเทพ
 
Continue reading →

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

มาดู10รุ่น มือถือโนเกีย ตระกูล 3000 ยอดนิยมในอดีต
DooiDeas

มาดู10รุ่น มือถือโนเกีย ตระกูล 3000 ยอดนิยมในอดีต


ย้อนดู 10 มือถือโนเกีย ตระกูล 3000 ที่เคยเป็นมือถือเครื่องแรกในชีวิตของคุณ เชื่อว่าหลายคนกำลังคิดถึงมือถือโนเกียรุ่นเหล่านี้ มาเช็กดูว่าคุณเคยใช้รุ่นไหนบ้าง
          ในขณะที่โลกของมือถือทุกวันนี้เต็มไปด้วยมือถือแบบใหม่ ที่มีชื่อเรียกสุดเท่ว่า "สมาร์ทโฟน" ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในเรื่องต่าง ๆ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนหน้าจอ แต่ถ้าหากลองย้อนกลับไปในอดีตสมัยที่มือถือเริ่มเข้ามามีบทบาทในการสื่อสาร เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะจำภาพวันเก่า ๆ ของมือถือเครื่องแรกที่ใช้งานกันได้ และอดีตยักษ์ใหญ่อย่างโนเกียที่เคยเป็นเจ้าตลาดมือถือ และได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้งานด้วยมือถือยอดฮิตหลายรุ่นด้วยกัน





1. Nokia 3210
มือถือตระกูล 3000 รุ่นที่ 2 ต่อจาก Nokia 3110 โดยรุ่นนี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 1999 เป็นมือถือที่เริ่มมีรูปทรงดูทันสมัย น่าใช้งาน และรุ่นนี้สามารถทำยอดขายได้ถึง 160 ล้านเครื่อง ด้านสเปคตัวเครื่องมีน้ำหนัก 151 กรัม, มี 3 เกมให้เล่น ได้แก่ Rotation, Snake และ Memory, บันทึกรายชื่อได้ 250 รายชื่อ ส่วนหน้าจอเป็นแบบ Backlit Monochrome 



2. Nokia 3310
ถ้าพูดถึงโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกหลาย ๆ คนน่าจะนึกถึง Nokia 3310 เพราะมันคือมือถืออีกรุ่นของโนเกียที่ได้รับความนิยมสูงด้วยยอดขาย 126 ล้านเครื่องทั่วโลก และขึ้นชื่อในเรื่องความอึด ทนทาน แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน รวมถึงสนุกไปกับการแต่งเสียงเรียกเข้า, เปลี่ยนหลอดไฟเป็นสีสันต่าง ๆ, เปลี่ยนหน้ากาก, เปลี่ยนปุ่มกดเป็นสีสันต่าง ๆ ได้ และเชื่อว่า Nokia 3310 น่าจะเป็นมือถืออีกรุ่นที่อยู่ในความทรงจำของหลาย ๆ คน  



 3. Nokia 3330
เปิดตัวช่วงปี 2001 เป็นรุ่นที่เหมือนกับ Nokia 3310 แต่เพิ่มความสามารถในการใช้ WAP ผ่านทางเทคโนโลยี SMS, เพิ่มภาพถนอมหน้าจอแบบเคลื่อนไหว, มีเกมใหม่เพิ่มมาอีกหนึ่งเกม คือ Bumper (เกมพินบอล) และสามารถเก็บรายชื่อไว้ในหน่วยความจำของเครื่องได้ 100 รายการ



4. Nokia 3410
เปิดตัวช่วงต้นปี 2002 แน่นอนรุ่นนี้ยังคงเป็นภาคต่อของรุ่น 3310 และเป็นมือถือ JAVA รุ่นแรกของโนเกีย ใช้หน้าจอขนาด 96 × 65 พิกเซล แบบ Monochrome, สามารถแสดงสกรีนเซิร์ฟเวอร์แบบเคลื่อนไหวและ 3 มิติได้ ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 114 กรัม และมี 5 เกมให้เล่น ได้แก่ Snake II, Bumper, Space Impact, Bantumi และ Link5



5. Nokia 3610
เปิดตัวช่วงปี 2002 ดีไซน์ของรุ่นนี้เริ่มเปลี่ยนไป ไม่เหมือนกับตระกูล 3000 รุ่นที่ผ่าน ๆ มา กรอบของเครื่องเริ่มมีสีสันและลวดลาย ปุ่มกดต่าง ๆ เปลี่ยนเป็นแบบใส เรียกได้ว่าพัฒนาในเรื่องของดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันมากขึ้น



6. Nokia 3650
มือถือดีไซน์สุดแนว เปิดตัวช่วงปี 2003 และเริ่มเข้าสู่ยุค Symbian OS, หน้าจอสี ความสามารถต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้นกว่ายุคก่อน ๆ สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอ 2.1 นิ้ว TFT แสดงสี 4,096 สี, เพิ่มการ์ดได้, มีหน่วยความจำภายใน 4MB, ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian OS v6.1 และเว็บเบราว์เซอร์ WAP 2.0



 7. Nokia 3300
มือถือที่มีดีไซน์คล้าย Nokia N-Gage เปิดตัวเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2003 เป็นมือถือที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมและฟังเพลง รองรับ MP3, AAC audio และมีวิทยุ FM, ตัวเครื่องมีหน่วยความจำ 64MB, หน้าจอขนาด 128 x 128 พิกเซล และรองรับ GPRS


8. Nokia 3100 
มือถือรุ่นเล็กหน้าจอสีขนาด 1.5 นิ้ว เปิดตัวเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2003 ออกมาเพื่อเจาะกลุ่มตลาดผู้ใช้ระดับล่าง และเป็นมือถืออีกรุ่นที่สามารถถอดหน้ากากด้านหน้าและด้านหลังออกได้ เสียงเรียกเข้าแบบ Polyphonic MIDI และตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียง 85 กรัม



9. Nokia 3200
สำหรับรุ่นนี้เปิดตัวช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2003 มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่มีลวดลายดูแปลกตา รันบนแพลตฟอร์ม Nokia Series 40 มีเบราว์เซอร์ XHTML, นาฬิกาปลุก, ไฟฉาย และวิทยุ FM สเตอริโอ



10. Nokia 3230
ปิดท้ายด้วยรุ่นยอดฮิตของหลาย ๆ คน Nokia 3230 เปิดตัวเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2004 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Symbian Series 60 ที่มีการใช้งานใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ด้านสเปคใช้หน้าจอสีขนาด 2.1 นิ้ว, หน่วยความจำ 32MB, มีกล้องหลัง 1.2 ล้านพิกเซล, รองรับการถ่ายวิดีโอ, รองรับ Push To Talk, EDGE, มี FM ในตัว และควบคุมการเคลื่อนไหวบนหน้าจอด้วยปุ่มที่อยู่ตรงกลางตัวเครื่อง



ที่มา GSMArena.com
Continue reading →

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

การทำงานแบบ freedom life (อิสระ) เขาได้กันเท่าไหร่?
DooiDeas

การทำงานแบบ freedom life (อิสระ) เขาได้กันเท่าไหร่?


              
ภาพประกอบ https://www.facebook.com/worachoncabmoo

          สวัสดีครับคุณผู้อ่านวันนี้ผม ชน (วรชน เหล่าศรี) เจ้าของเพจ " รับทำเว็บไซต์ ทำแฟนเพจ ดูแลเว็บ " ผมเองทำงานด้านนี้มา 17 ปีตั้งแต่เรียนวิทยาลัย ค้นหาหาประสบการณ์ และรับงานด้านนี้เรื่อยๆ (แบบออฟไลน์) รับสอนบ้าง ทำอยู่สักระยะประมาณ 10 ปี (แบบออฟไลน์มีหน้าร้าน) ผมมีร้านเน็ตด้วยเปิดได้ไม่นานก็ปิดตัวลงเพราะ คนเริ่มมีมือถือและคอมใช้เอง ราคาเน็ตก็ถูกลงผมก็ผันตัวองกลับไปเป็น #มนุษย์เงินเดือนอีกครั้ง ทำงานหลายอย่างมากประมาณ 3-4 ปี ถือว่าเป็นการณ์หาประสบการณ์ ระหว่างทำงาน ผมก็ยังคงรับงานที่รัก " รับทำเว็บไซต์ ทำแฟนเพจ ดูแลเว็บ "

         ตามปกติครับแต่ไม่ได้รับมากเพราะเราเป็นมนุษย์เงินเดือนเรามีเวลาแค่ 2-3 ชม./หลังเลิกงานก่อนนอนทำงานส่วนนี้ ( เขาเรียนว่า งก มั้ย 5555) ด้วยประสบการณ์ และเคยเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ เราอยากอยู่บ้านละ ไม่อยากเดินทางไปไหนไกลๆบ้านแล้ว ก็เกิดความคิด หรือเรียกว่า กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานใหม่นั่นเองผมก็ได้ลงออกจากงาน #ลาออกจากมนุษย์เงินเดือน ในที่สุด ตอนนี้ก็จะเข้าสู่ปีที่ 3 ของการ #เลิกเป็นมนุษย์เงินเดือน แล้วคับเข้าเรื่องกันเลย...(เดียวคนอ่านจะเบื่อซะก่อน5555)


มีคนถามผมมามากมายหลายคำถามที่ต้องการรอคำตอบ ผมจะตอบใว้ในบทความนี้เลยละกัน

1.พี่ทำงานอะไรครับ วันๆไม่เห็นทำไรเลย
 งานทุกอย่างคับทำอย่างละเล็กๆน้อยๆไป แต่มันได้มากแค่นั้นเอง (ระบบออนไลน์) และสบายกว่าเยอะ
งานหลักๆก็ทำเว็บส่วนงานเสริมก็ขายออนไลน์ เขียนบทความ งานออกแบบ เป็นแอดมินเว็บ /เพจ และอื่นๆคับเยอะถ้าว่าง555

2.งานออนไลน์นี่เขาทำยังไงครับ
ผมเริ่มต้นจากการเล่น facebook ครับ และลองขายของออนไลน์ และจึงปรับธุรกิจเข้าสู่โหมดออนไลน์เพื่อการทำงานที่สะดวกและประหยัดขึ้น

3.พี่ไม่รับพนักงานเหรอ
ไม่รับครับ ถ้ารับคือมีงานเข้ามาเยอะจนล้นมือ จะรับ ฟีแลนด์ช่วยคับ

4.รายได้จากการทำงานแบบ freedom life (อิสระ)
 มีรายได้กันเท่าไหร่?พี่ ผมเองก็เคยเป็นเจ้าของธุรกิจแบบออฟไลน์ และเคยเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่มันไม่ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตของผมจริงๆถ้าจะพูดถึงรายได้มนุษย์  freedom life (อิสระ) อย่างผมละก้อรายได้มันไม่แน่นอนหรอกครับ แต่รายได้ที่เคยได้ก็หลัก แสน/เดือน (100,000บาท) เป็นรายได้ที่ไม่มากไม่น้อยแต่ก็เยอะ เพราะเคยได้เงินเดือนแค่หลักหมื่นต้นๆเอง อย่างไม่ได้เลยก็ 30,000 บาท/เดือน นะ มันก็ยังมากกว่าเงินเดือนอยู่ดี ดีมั้ยละ ??  แต่กว่าจะได้มาซึ่งจุดนี้ผมเองก็ต้องกล้าเสี่ยง กล้าลุย กล้าเรียนรู้สิ่งใหม่ๆครับ

ผมบอกเลยทุกคนล้วนทำในสิ่งที่ตนรัก และประสบผลสำเร็จในงานที่ตนเองชอบได้กันทุกคนขอให้คุณเป็นคนขยัน และ กล้าลงมือทำ ก็พอครับ ในยุคนี้การเริ่มธุรกิจมันง่ายกว่าเยอะ.....ใครจะลองเอาไปปรับใช้กับธุรกิจ หรือ เริ่มต้นธุรกิจก็ได้นะครับ มันเป็นการ ต่อยอดไปด้วย



ทุกประสบการณ์จะสอนคุณให้กล้าลงมือทำ
"..ชีวิตอิสระ...คือชีวิตแห่งความว่าง และในความว่างคือความมีชีวิตที่แตกต่าง...บางครั้งชีวิตก็มีสิทธิ์เลือกทางเดิน มิใช่ให้ใครต่อใครมากำหนดชีวิตเรา.."
( ชน วรชน เหล่าศรี)
www.dooideas.com ,www.smesstartup.com
https://pantip.com/topic/36135593
Continue reading →

วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

คาเฟ่โฮมเมดแนวใหม่ เอาใจคนรักมะม่วง Make me mango
DooiDeas

คาเฟ่โฮมเมดแนวใหม่ เอาใจคนรักมะม่วง Make me mango




                         Make me mango คาเฟ่โฮมเมดแนวใหม่ เอาใจคนรักมะม่วง

                เมนูของหวานไทยที่ขึ้นชื่อลือชาเเละเป็นเมนูยอดนิยมติดตลาด ถูกใจ ถูกปาก ชนิดที่เรียกได้ว่าไม่มีไม่ได้ในร้านอาหารไทย ก็คือ ข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งเจ้าเมนูสีเหลืองที่ใครๆ ต่างชื่นชอบนั้น ในปัจจุบันมีการนำมะม่วงสุก มารังสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่ามากขึ้น ด้วยการนำมาประยุกต์เป็นเมนูแปลกใหม่ ยิ่งถ้าได้ลิ้มลองในสภาพอากาศหน้าร้อนอย่างบ้านเราแล้วล่ะก็ คงจะเพิ่มความสดชื่นได้อย่างดีทีเดียว ดังเช่นร้าน Make me mango ของพลอยไพลิน กรประเสริฐวิทย์ หรือคุณเป้ย คาเฟ่เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในซอยลึก แต่ไม่ธรรมดาเพราะมีลูกค้าเข้าออกอยู่ไม่ขาดสายโดยมี “มะม่วง” เป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการรังสรรค์เมนูต่างๆ และใช้เป็นจุดเด่นในการดึงดูดนักท่องเที่ยวบริเวณท่าเตียน



        “โลเกชั่นเราเด่นตรงที่มันเป็นจุดที่ชาวต่างชาติเข้ามากินได้ง่าย ซึ่งในความคิดส่วนใหญ่ชาวต่างชาตินั้นมักมองว่า ต้มยำกุ้ง เป็นอาหารหลัก และข้าวเหนียวมะม่วงนี่แหละคือสุดยอดของขนมหวานไทย ประกอบกับ ชาวต่างชาติมาบ้านเราก็ชอบมาชมวัดพระแก้ว วัดโพธิ์ เราก็เลยมาเปิดตรงแหล่งคนต่างชาติเลย นี่คือจุดเด่นของแถวนี้เพราะว่าย่านนี้ไม่มี ส่วนในเรื่องของอาหารทางร้านเราจะเด่นมากเพราะกว่า 70% ของเมนูจะใช้มะม่วงเป็นส่วนประกอบ ขนมทุกอย่างมาทำเป็นเซตมะม่วงเอามาประยุกต์ อย่างเซ็ตซิกเนเจอร์ของเราคือ เมนูชื่อว่า Make me mango ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับร้าน ลักษณะจะเป็นข้าวเหนียวข้าวเหนียวมูลเนื้อนุ่ม ราดด้วยน้ำกะทิ โรยด้วยถั่วทองคั่ว เคียงคู่มากับไอศกรีมมะม่วง สังขยาและพุดดิ้งมะม่วงค่ะ ”




        แน่นอนว่าเมนู Make me mango ยังเป็นเมนูที่ชาวต่างชาตินิยมสั่งมารับประทานมากที่สุด ส่วนคนไทยจะนิยมทานบิงซูมะม่วง หากใครไม่ได้ชื่นชอบมะม่วงที่นี่ยังมีเมนูผลไม้อื่นๆ ไว้บริการ อย่างบิงซูผลไม้รวม กีวี สตอเบอร์รี่ หรือจะเป็นไอศกรีมมะพร้าว  ส่วนใครอยากทานอาหารคาวทางร้านก็มีพร้อมเสิร์ฟด้วยเมนูทานง่าย อย่าง ผัดไทยกุ้งสด สูตรเด็ดของแม่คุณเป้ย ที่ผัดด้วยเส้นจันทร์เหนียวนุ่มรสชาติกลมกล่อมแบบไม่ต้องปรุงเลยทีเดียว ซึ่งไอเดียการทำคาเฟ่มะม่วงนั้นเกิดจากการค้นคว้าและการชอบทานขนมเป็นชีวิตจิตใจของคุณเป้ยเอง



        “คุณแม่เป้ยเป็นคนพื้นที่แถวนี้และโตมาตั้งแต่เด็ก แต่พอคุณแม่แต่งงานก็ออกไป แต่ว่าตรงนี้ก็จะมีบ้านญาติอย่างบ้านอาม่า และพี่ชายจึงทำให้มีความผูกพันกับแถวนี้และพอมาวันหนึ่ง มีคนขายบ้านตรงนี้พอดี เลยถือว่าเป็นความโชคดี เราก็เลยได้กลับมาทำตรงนี้อีกครั้งนึง คิดว่าทาร์เก็ตเราจะเป็นอะไรดี เลยมองชาวต่างชาติเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้ย่านท่าเตียนมันค่อนข้างบูมเพราะว่าต่างชาติมาไหว้พระค่อนข้างเยอะ เราก็เลยคิดว่าซื้อบ้านอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำธุรกิจด้วย ตอนแรกที่คิดไว้ก็มีพวกโรงแรม ร้านกาแฟ ร้านอาหารไทย แต่ว่าเรากินกาแฟไม่เป็น และพื้นที่เราเล็กเกินไปกว่าจะเป็นโรงแรม ก็พยายามคิดว่าเราชอบอะไร ซึ่งเราชอบมะม่วง และเราก็ชอบกินขนม ประกอบกับแถวนี้ร้านขนมมันมีน้อยมาก หลังจากนั้นจึงเริ่มหาไอเดียการจัดจานในพินเทอเรส เพราะเป้ยคิดว่าการจัดจานมันเป็นองค์ประกอบที่ดี ทำให้คนสนใจและอยากเข้ามาร้านเรามากขึ้น”



        แม้กระแสตอบรับจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศจะไปได้ดี แต่คุณเป้ยจะพยายามทำให้ร้านเป็นที่รู้จักของคนย่านนี้ให้ได้ก่อน หลังจากนั้นถึงจะเริ่มออกบูธเพื่อให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นก่อนที่จะขยายสาขาต่อไป









        จะเห็นได้ว่าไอเดียดีๆ ส่วนใหญ่ล้วนเริ่มต้นจากสิ่งที่เราชอบทั้งสิ้น หากคุณผู้อ่านวางแผนหาไอเดียเพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าและเกิดเป็นธุรกิจใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร ลองศึกษาและเริ่มต้นจากสิ่งที่ชอบหรือสิ่งที่มีอยู่ในตัวคุณเองก่อน เพราะสิ่งเหล่านี้แม้เป็นตัวจุดประกายเล็กๆ แต่จะเป็นหนทางที่จะนำมาไปสู่ความสำเร็จในอนาคต และนั่นอาจจะทำให้คุณรวยได้ไม่รู้ตัว






ขอขอบคุณ : ร้าน Make me mango   FB : www.facebook.com/makememango
Continue reading →

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

5 วิธีแก้ ก้างปลาติดคอควรทำยังไงดีเมื่อเจอปัญหานี้
DooiDeas

5 วิธีแก้ ก้างปลาติดคอควรทำยังไงดีเมื่อเจอปัญหานี้


        เชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านก็คงเคยเป็นกันนะครับ กับอาการก้างปลาไปทิ่มค้างอยู่ภายในลำคอ อันเนื่องมาจากรับประทานอาหารประเภทปลา โดยเฉพาะปลาหลายๆชนิดที่มีก้างฝอยแหลมเล็กๆ แทรกอยู่ตามเนื้อ ซึ่งมันจะส่งผลให้เกิดอาการระคายเคือง หรืออาการเจ็บๆแสบๆ เกิดขึ้นหากว่ามันทิ่มลงในบริเวณลำคอที่เป็นเนื้ออ่อน ก้างปลาเหล่านี้บางครั้งก็หลุดออกไปได้เอง แต่ก็มีบางครั้งที่มันไม่ยอมหลุดออกไป และก่อให้เกิดความรำคาญขึ้นจนหมดอารมณ์กินอาหารต่อเลยก็มีครับ
แน่นอนว่าการแก้ปัญหานั้น คงจะใช้มือหยิบออกมาเฉยๆ เหมือนบาดแผลภายนอกไม่ได้แน่เพราะในลำคอนั้นเป็นส่วนลึกของร่างกาย และมีอวัยวะสำคัญต่างๆ อยู่มากมาย ดังนั้นจึงมีผู้คิดค้นวิธีแก้ปัญหาหลากหลายวิธีแตกต่างกันออกไป เรามาดูกันครับว่า มีวิธีไหนกันบ้าง

1. ดื่มน้ำเย็น บางครั้งการดื่มน้ำเย็นก็อาจจะช่วยให้ก้างปลาเหล่านั้นหลุดออกไปจากลำคอได้ ในกรณีที่มันปักไม่ลึก หรืออยู่ในซอกที่ไม่ซับซ้อนนัก เคล็ดลับก็คือ ในระหว่างการดื่ม ให้กลั้วคอไปมาในบริเวณที่รู้สึกเจ็บ จากนั้นก็ค่อยกลืนน้ำลงไป

2. ดื่มน้ำมะนาว เนื่องจากมะนาวนั้น มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ดังนั้นจึงมีคุณสมบัติช่วยละลายกระดูกเล็กๆ ประเภทก้างปลาได้ แต่ต้องค่อยๆ ดื่มนะครับ แล้วค่อยๆ กลืนให้น้ำมะนาวผ่านไปยังจุดที่ก้างปานั้นปักอยู่ บางคนอาจบ่นว่าวิธีนี้ทำได้ยากเพราะน้ำมะนาวจะมีรสเปรี้ยว แนะนำให้ทาเกลือที่ขอบแก้วครับ จะช่วยให้ดื่มได้ง่ายขึ้น

3. กลืนข้าวคำโตๆ แนะนำให้เป็นข้าวเหนียวเปล่าๆปั้นเป็นก้อนกลม แล้วกินลงไปโดยห้ามเคี้ยวละเอียด เอาแค่พอจะกลืนผ่านลำคอไปได้ เมื่อข้าวเหนียวผ่านช่องลำคอไปแล้ว จะช่วยทำให้ก้างปลาที่ติดอยู่ภายในลำคอ หลุดติดข้าวเหนียวลงท้องไปได้ครับ

4. ใช้นิ้วล้วง เมื่อวิธีการที่แนะนำไปทั้งหมดข้างต้นนั้น ยังใช้ไม่ได้ผล แนะนำให้ใช้นิ้วมือพันผ้าสะอาด ล้วงเข้าไปเขี่ยในบริเวณที่รู้สึกว่ามีก้างปลาติดอยู่ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังนะครับ เพราะช่องลำคอของคนเรานั้นเต็มไปด้วยส่วนต่างๆ ที่สำคัญมากมายเลยทีเดียว หากไม่ระวังหรือนิ้วมือไม่สะอาดพออาจทำให้เกิดแผลขึ้น และตามมาด้วยอาการอักเสบภายในช่องปาก คราวนี้ทรมานกว่าเดิมแน่นอนครับ

5. หากลองทำทุกวิธีแล้วยังไม่ได้ผล คงต้องไปพบแพทย์ เพราะบางครั้งก้างปลาเหล่านั้นอาจจะไปทิ่มตำในส่วนที่สำคัญ เป็นต้นว่า หลอดอาหาร โคนลิ้น ต่อมทอลซิน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นการไปหาหมอเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ เพราะหมอจะมีการรักษาที่ถูกวิธี และปลอดภัยกว่า แถมยังมีเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ พร้อม เรียกว่าไปหาหมออุ่นใจที่สุดครับ

       ที่พูดมาทั้งหมดนั้น เป็นวิธีแก้ไขซึ่งเป็นที่นิยม และได้รับการยืนยันว่า (ส่วนใหญ่)ใช้ได้ผลกันมานักต่อนักแล้วก็ตาม แต่คงจะดีกว่านั้น หากเราระมัดระวังในการรับประทานอาหารประเภทปลา โดยตรวจดูให้ละเอียดว่าเอาก้างออกหมดแล้วหรือยังก่อนรับประทานลงไป อาการก้างปลาติดคอนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นกับคุณครับ
Continue reading →
ไอเดียแต่งสวนหลังบ้าน สวนหลังบ้านเป็นอีกที่สำหรับการพักผ่อนที่ดีเป็นจุดที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด
DooiDeas

ไอเดียแต่งสวนหลังบ้าน สวนหลังบ้านเป็นอีกที่สำหรับการพักผ่อนที่ดีเป็นจุดที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด


สวนหลังบ้านเป็นอีกที่สำหรับการพักผ่อนที่ดีเป็นจุดที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด เป็นสนามเด็กเล่น เล่นที่จัดงานสังสรรค์ ไม่ว่ามันจะกว้างหรือจะแคบขนาดไหน ก็ทำให้เรารู้สึกว่า ได้ใกล้ชิดธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องก้าวเท้าออกจากบ้านเลย








เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เห็นสวนที่ถูกดีไซน์มาสวยขนาดนี้ เริ่มคันไม้คันมืออยากแต่งสวนกันบ้างหรือยัง ลองทำกันเลยนะครับอย่ารอช้า พื้นที่สีเขียวเพิ่มได้ด้วยมือคุณ 
Continue reading →