21.8.62

  แนะ 4 วิธีเข้าใช้แอปพลิเคชัน DLT QR Licence ใช้แสดงใบขับขี่เสมือนจริง ขานรับ พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับใหม่ พกพาง่ายใช้แทนใบขับขี่ตัวจริง


แนะ 4 วิธีเข้าใช้แอปพลิเคชัน DLT QR Licence ใช้แสดงใบขับขี่เสมือนจริง ขานรับ พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับใหม่ พกพาง่ายใช้แทนใบขับขี่ตัวจริง

หลังจาก พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับใหม่ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสามารถเรียกตรวจใบอนุญาตขับขี่ สามารถออกใบสั่งได้ แต่จะไม่มีอำนาจยืดใบอนุญาตขับขี่ได้ ขณะที่ประชาชนแสดงใบอนุญาตขับขี่เมื่อถูกเรียกตรวจ

โดยสามารถแสดงได้ทั้งใบอนุญาตขับขี่ตัวจริงแบบเดิม หรือ แสดงใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงทางอิเล็กทรอนิกส์ (ใบขับขี่ดิจิตอล) ผ่านแอปพลิเคชัน DLT QR Licence ซึ่งประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าวได้ทั้งระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ และ IOS

สำหรับวิธีการลงทะเบียนเข้าใช้งาน มีดังนี้
1. เข้าสู่ระบบ (คนที่ลงทะเบียนแล้ว สามารถเข้าระบบได้เลย) หากยังไม่ได้ลงทะเบียน สามารถลงได้ทะเบียนได้ 2 วิธี คือ แบบมี QR Code และ แบบไม่มี QR Code
สำหรับการลงทะเบียนแบบ QR Code ระบบจะให้กรอกข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชน อีเมล เพื่อรับรหัส OTP จากนั้นให้ตั้งรหัสผ่านเพื่อเข้าระบบ จำนวน 6 หลัก
2. เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ให้แสกน QR Code หลังใบอนุญาตขับขี่
3. เข้าสู่เมนูในหน้าหลัก เช่น ใบขับขี่เสมือนจริง, ข้อมูลส่วนบุคคล, แชร์เส้นทางการเดินทาง, SOS ขอความช่วยเหลือ และ ข้อมูลข่าวสาร
4. กรณีที่ด้านหลังใบอนุญาตขับขี่ไม่มี QR Code ก็สามารถดาวน์โหลดแอปพลิชันนี้ได้เช่นกัน โดยเลือกลงทะเบียนแบบ ไม่มี QR Code จากนั้นระบบจะให้กรอกข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชน อีเมล เพื่อรับรหัส OTP และตั้งหรัสผ่านเพื่อเข้าระบบ จำนวน 6 หลัก เช่นเดียวกับวิธีแรก

แต่จะมีข้อแตกต่างคือ ผู้ใช้จะไม่สามารถเข้าใช้บางเมนู เช่น ใบขับขี่เสมือนจริง การแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อต่ออายุใบขับขี่ หากต้องการใช้ครบทุกเมนูจะต้องนำใบอนุญาตขับขี่ไปเปลี่ยนเป็นใบใหม่ ที่ด้านหลังมี QR Code.

16.8.62

เสี่ยงท่วมฉับพลัน! กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 35จว. ซัดเหนือ-อีสานอ่วม กทม.โดนด้วย


เสี่ยงท่วมฉับพลัน! กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 35จว. ซัดเหนือ-อีสานอ่วม กทม.โดนด้วย


      ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ฝนตกหนัก

กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 35 จังหวัด ซัดเหนือ-อีสานตกหนักร้อยละ 70 เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก กทม.ตกหนักร้อยละ 40 เผยภาคใต้ยังมีคลื่นสูง-ชาวเรือต้องระวัง

กรมอุตุฯ / วันที่ 16 ส.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยได้
สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในระยะนี้ และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ฝนตกหนัก 
 
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 17 ส.ค.นี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


12.8.62

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เงินเข้าเดือนสิงหาคมวันไหน เท่าไหร่บ้างต้องเช็กกันหน่อย


บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เงินเข้าเดือนสิงหาคมวันไหน เท่าไหร่บ้างต้องเช็กกันหน่อย

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน สามารถเช็กปฏิทินเงินเข้าบัตรฯ ประจำเดือนสิงหาคม 2562 ได้แล้ว ส่วนเงินจะเข้าวันไหนและใครมีสิทธิได้บ้าง ไปดูกัน

วันที่ 1 สิงหาคม 2562

  •     เงินซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค ได้คนละ 200-300 บาทต่อเดือน  
  •     ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคน
  •     ค่ารถโดยสารสาธารณะ ได้คนละ 500 บาทต่อเดือน
  •     ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคน

วันที่ 9 สิงหาคม 2562
  •     เพิ่มเบี้ยคนพิการ ได้คนละ 200 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 5 เดือน (เดือน พ.ค.-ก.ย. 62)
  •     ผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนมีบัตรประจำตัวผู้พิการถูกต้อง ราว 16 ล้านคน

วันที่ 12 สิงหาคม 2562

    เงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้านผู้สูงอายุ คนละ 400 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 10 เดือน (เดือนนธ.ค. 61-ก.ย.62)

    ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

วันที่ 18 สิงหาคม 2562

    เงินช่วยเหลือ ค่าน้ำประปา ไม่เกินคนละ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

    ผู้มีสิทธิ์ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์เรียบร้อย และครอบครัวมีการใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด

    เงินช่วยเหลือ ค่าไฟฟ้าได้ ไม่เกินคนละ 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

    ผู้มีสิทธิ์ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์เรียบร้อย และครอบครัวมีการใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด

วันที่ 21 สิงหาคม 2562

    เงินช่วยเหลือค่าเดินทางไปรักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวกับสุขภาพ 1,000 บาท

    ผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีอายุ 65 ปีขึ้นไป (จ่ายครั้งเดียว หากได้แล้วจะไม่ได้อีก)
HUAWEI Mate 30 และ Mate 30 Pro จะเปิดตัว 19 กันยายนนี้ และมาพร้อมชิปเซ็ท Kirin 990


HUAWEI Mate 30 และ Mate 30 Pro จะเปิดตัว 19 กันยายนนี้ และมาพร้อมชิปเซ็ท Kirin 990

หลังจากที่ Samsung เปืดตัว Galaxy Note10 และ Note10+ สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ไปเมิ่อสัปดาห์ก่อน ล่าุสุดก็มีข่าวของ Mate 30 Series สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ของ HUAWEI กันบ้าง

ดยก่อนหน้านี้เราได้ทราบกันไปแล้วว่า Mate 30 Series จะประกอบด้วย Mate 30, Mate 30 Pro และ Mate 30 Lite แต่ยังไม่มีข้อมูลวันเปิดตัว และการวางจำหน่ายออกมา



ล่าสุดมีข้อมูลหลุดมาจากเว็บ Mail.ru ระบุว่า HUAWEI Mate 30 และ Mate 30 Pro จะเปิดตัวที่ยุโรปอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายนนี้ นอกจากจะเผยวันเปิดตัวแล้วในเว็บดังกล่าวยังระบุอีกว่า จะมีการเปิดตวชิปเซ็ทเรือธงรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Kirin 990 ซึ่งนำมาใช้กับ HUAWEI Mate 30 และ Mate 30 Pro เป็นรุ่นแรกอีกด้วย

โดยชิปเซ็ท Kirin 990 ใหม่นี้คาดว่่าจะมาพร้อมกับโมเด็ม 5G แต่ช้อมูลก็ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากมีรายงานจากแหล่ง่อมูลอื่นที่อ้างว่าจะมีเฉพาะในรุ่น Mate 30 5G ที่จะเปิดตัวแยกต่างหากในเดือนธันวาคมปีนี้





ในส่วนสเปกอื่นๆ ของ Mate 30 Pro รุ่นท๊อปคาดว่าจะมาพร้อมจอขอบโค้งแบบ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้วที่ทีอัตรารีเฟรชเรต 90Hz, ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว พร้อมเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล 2 ตัวอยู่ในโมดูลวงกลม, สแกนลายนิ้วมือแบบฝังบนหน้าจอ และแบตเตอรี่ขนาด 4,000mAh รองรับการขาร์จเร็ว 55W

ทั้งนี้ คาดว่า HUAWEI Mate 30 และ Mate 30 Pro จะรันบนระบบปฎิบัติการ Android Q ครอบทับด้วย EMUI 10 ที่เพิ่งเปิดตัวไปส่วน Mate 30 Lite คาดว่าจะเป้นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ระบบปฎิบัติการ HarmonyOS ของตนเอง อย่างไรก็ตามข้อมูลที่เผยออกมานี้ยังไม่มีการยืนยันจากทาง HUAWEI ก็ต้องติดตามข่าวกันต่อไปครับ

ที่มา : hi-tech.mail.ru
Huawei Mate 30 Lite อาจเป็นรุ่นแรกที่ได้ใช้ HarmonyOS




Huawei Mate 30 Lite อาจเป็นรุ่นแรกที่ได้ใช้ HarmonyOS

Huawei ได้ประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการ HarnomyOS ไปแล้ววันนี้ (9 สิงหาคม 2019) และล่าสุดผู้ใช้งานทวิเตอร์ @RODENT950 ได้โพสต์ข้อมูลระบุว่า Huawei เตรียมจะติดตั้ง HarmonyOS บนสมาร์ตโฟน Mate 30 Lite เป็นรุ่นแรก ส่วน Mate 30 และ Mate 30 Pro นั้น จะได้รับการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android Q ครอบด้วย EMUI 10 ที่เพิ่งเปิดตัวไปวันนี้เช่นกัน



เมื่อเดือนกรกรฎาคม 2019 ที่ผ่านมา ได้มีการคาดการณ์ว่ Huawei Mate 30 Lite จะเปิดตัวพร้อมโมดูลกล้องหลังรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส แต่กลับมีการเปิดตัว Nova 5i Pro ที่มีดีไซน์ในลักษณะเดียวกันแทน

นั่นทำให้มีความเป็นไปได้ว่า Huawei อาจนำสมาร์ตโฟนดีไซน์เดียวกันมาติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดนี้ โดยจะเป็นส่วนหนึ่งในซีรีส์ Mate 30 ซึ่งทาง @RODENT950 ได้ระบุว่าจะเปิดตัวช่วงกลางเดือนกันยายน 2019 นี้



ถ้าหาก Mate 30 Lite เป็นการรีแบรนด์จาก Nova 5i Pro แล้วจริง ก็จะมีสเปกที่น่าสนใจดังนี้

   - หน้าจอ LCD ขนาด 6.26 นิ้ว
   - ชิปเซ็ต Kirin 910
    -กล้องหลัง : 48 ล้านพิกเซล (หลัก) + 8 ล้านพิกเซล (Ultra-Wide) + 2 ล้านพิกเซล (Macro) + 2 ล้านพิกเซล (เซนเซอร์วัดระยะ ToF)
   - กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล
    -แรม 6 – 8 GB
   - ความจุ 128 – 256 GB
   -แบตเตอรี 4,000 mAh

9.8.62

รักผัวมาก เลยต้องฆ่า เปิดใจแม่ ถูกลูกสาวสั่งฆ่า ยิ่งฟังยิ่งสะเทือนใจ (คลิป)



รักผัวมาก เลยต้องฆ่า เปิดใจแม่ ถูกลูกสาวสั่งฆ่า ยิ่งฟังยิ่งสะเทือนใจ (คลิป) 

กรณีสลดจับกุมลูกสาว คือ น.ส.กาญจนา หรือ ต่าย อายุ 25 ปี จ้างวานฆ่า นางเอื้อมเดือน อายุ 55 ปี ผู้เป็นแม่แท้ๆ หวังเงินมรดกนับสิบล้านไปช่วยแฟนที่ติดคุก จ้างมือปืนขับรถเก๋งไปยิงแม่ขณะปั่นจักรยานกลับบ้าน อาการสาหัส

ล่าสุด ยายป้อม ยายของผู้ต้องหา จ้างวานฆ่า แม่แท้ๆตัวเอง ถึงกับปล่อยโฮ เผยว่า รู้ว่า ลูกสาว จะถูกหลานสาวพยายามฆ่า มาแล้วหลายครั้ง วันเกิดเหตุล่าสุด กลับถึงบ้าน ลูกสาวมาบอก แม่ๆ หนูถูกคนร้ายลอบยิง ตัวเองตกใจเพราะลูกสาวมีเลือดออก กระสุนเข้าใต้ราวนม


โดยหลานสาววางแผนฆ่ามาแล้ว 2 รอบ แต่ลูกสาวไม่ตาย คือ เมื่อต้นปี ม.ค. 62 ก็จ้างมือปืนจะไปยิง แม่แท้ๆ ตัวเอง บังเอิญกระสุนด้าน และชี้ผิดตัว มือปืนเลยเอาด้ามปืนตบ ตอนนั้นมีคนอื่นเจ็บตัวแทน ต่อมา เดือน มิ.ย. จ้างมือปืนดักยิงแม่ตัวเองที่หน้าบ้านอีก โชคดี แม่ขับรถหลบทัน

เหตุการณ์ทั้ง 2 ครั้ง แม่แท้ๆ รู้เต็มอกว่า ลูกสาวในไส้ จะฆ่า หลานเสียคน ตั้งแต่มีแฟนใหม่ และแฟนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นิสัย เปลี่ยนไป จะฆ่าแม่ ซึ่งหลานก็มีลูก 2 คน โดยให้ทางย่าเขาเลี้ยง โดยยายป้อม ร่ำไห้ ไม่คิดว่าหลานจะฆ่าแม่ตัวเองได้

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ 2 ครั้ง หลานสาวหายไปเลย ไม่กลับมา ที่รู้เพราะหลานโทรมาถามว่าแม่ตัวเองจะเข้าบ้าน กลับบ้านกี่โมง เผลอบอกไป หลานสาว อยากฆ่าแม่ เพราะหวังมรดก 10 ล้าน จากนี้ ขอให้คุกเป็นที่ดัดสันดานหลาน

8.8.62

เทคนิคตกแต่งโต๊ะทำงานให้คุณรู้สึกอยากทำงาน


เทคนิคตกแต่งโต๊ะทำงานให้คุณรู้สึกอยากทำงาน
        วันๆ หนึ่งเราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ออฟฟิศ หรือบริเวณโต๊ะทำงานของตัวเองเป็นหลัก ดังนั้นพื้นที่โต๊ะทำงานจึงเป็นพื้นที่สำคัญ ที่เราควรใส่ใจ ซึ่งเรื่องการออกแบบโต๊ะทำงานก็มีความสำคัญที่สามารถกระตุ้นให้เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ และนี่คือเทคนิคตกแต่งสำนักงานที่จะช่วยให้คุณรู้สึกอยากทำงาน

 1.สร้างพื้นที่ทำงานให้เกิดแรงบันดาลใจ

สีมีพลังทำให้คุณเกิดความคิดสร้างสรรค์ หรือส่งผลต่ออารมณ์ของคุณ ดังนั้นอาจเพิ่มงานศิลปะเข้ามาไว้ในพื้นที่ทำงาน หรือบริเวณโต๊ะทำงานของคุณ

2.ทำฉากหลังให้เป็นสีขาว

เพื่อเปลี่ยนสไตล์และบรรยากาศพื้นที่ทำงาน การเว้นฉากหลังโต๊ะทำงานให้เป็นสีขาวนั้นจะทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือสไตล์การตกแต่งห้องทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่น่าเบื่อ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากทำงาน

3.ทาสีชั้นวางหนังสือ

หากบริเวณโต๊ะทำงานหรือพื้นที่ทำงานของคุณมีชั้นวางหนังสือตั้งอยู่ ลองหาสีใหม่มาทาชั้นวางหนังสือช่วยทำให้บรรยากาศในบริเวณนั้นไม่น่าเบื่อ

4.ใช้ธรรมชาติมาเป็นองค์ประกอบ

หากคุณเป็นคนเครียดง่าย การนำธรรมชาติเข้ามาไว้ในพื้นที่ทำงานจะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายยิ่งขึ้น



ขอขอบคุณ

ข้อมูล :goodhousekeeping
ภาพ :istockphoto

7.8.62

สรรพากร แจงเอง ข่าวเก็บภาษีสินสอด จนบ่าวสาวขนลุก จริงหรือไม่
  

  โฆษกกรมสรรพากร  ชี้แจงกรณีข่าวปลอมรัฐเตรียมเก็บภาษีสินสอดงานแต่งว่อนโซเชียล ชี้ไม่เคยมีนโยบายเก็บภาษีจากเงินสินสอดงานแต่งงาน 

  เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร ชี้แจงกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ในโลกออนไลน์ระบุว่า รัฐบาลชุด พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ศึกษามาเป็นเวลากว่า 4 ปีและ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2562 ได้แถลงการณ์ข้อบังคับการเรียกเก็บภาษีของสินสอดแต่งงานต่อสาธารณชน พร้อมแจ้งไปยังอธิบดีกรมสรรพากรให้มีผลบังคับใช้ทันที ในวันที่ 1 กันยายน 2562 ว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง รัฐบาลไม่ได้มีการออกกฎหมายใหม่ ให้กรมสรรพากรไปเก็บภาษีจากเงินสินสอดงานแต่งงานตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด


สรรพากร

ข้อมูล
กรมสรรพากร ( Revenue Department )

5.8.62

Huawei เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟน Hongmeng OS รุ่นแรกปลายปีนี้ ตีตลาดมือถือระดับกลางราคาไม่เกินหมื่นว้าว!!!!




Huawei เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟน Hongmeng OS รุ่นแรกปลายปีนี้ ตีตลาดมือถือระดับกลางราคาไม่เกินหมื่นว้าว!!!!


           ในช่วงที่ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตรทางธุรกิจ Huawei ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการของตนเองขึ้นมาแทนที่ Android โดยใช้ชื่อเรียกชั่วคราวว่า Hongmeng OS จนกระทั่งเหตุการณ์คลี่คลายลง ข่าวของ Hongmeng OS ก็ค่อยๆ เงียบไป แต่จริงๆ แล้ว Huawei ยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบปฏิบัติการของตนเองอยู่เรื่อยๆ ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า Huawei จะส่งสมาร์ทโฟนที่ใช้ Hongmeng OS รุ่นแรกมาตีตลาดมือถือระดับกลางในปลายปีนี้ครับ


          Global Times รายงานว่า สมาร์ทโฟน Hongmeng OS รุ่นแรกนี้ จะเปิดตัวในไตรมาสที่ 4 ในฐานะสมาร์ทโฟนระดับกลางที่รองรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และมีราคาที่ไม่แพงมากเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่าย โดยอาจมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 2,000 หยวน หรือราว 8,700 บาท เป็นการปูทางให้ตลาดรู้จัก Hongmeng OS มากขึ้น และดึงดูดนักพัฒนาให้เข้ามาพัฒนาแอปพลิเคชันบนแพลตฟอร์มนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม 36kr.com ชี้ว่า สมาร์ทโฟนดังกล่าวอาจไม่ใช่อุปกรณ์ Hongmeng OS รุ่นแรกที่เปิดตัวสู่ตลาด แต่เป็น smart TV ของ Honor ซึ่งจะวางจำหน่ายในวันที่ 10 สิงหาคมนี้


          ทั้งนี้ Hongmeng OS ไม่ใช่ระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ทโฟนโดยตรง แต่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับอุปกรณ์ IoT และใช้ในงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก เมื่อทาง Huawei ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตร จนมีแนวโน้มว่าจะไม่ได้รับการสนับสนุน Android จาก Google ตัว Hongmeng OS จึงถูกพัฒนาให้ใช้งานกับสมาร์ทโฟนได้ด้วย โดยรองรับแอปพลิเคชัน Android ได้อย่างเต็มรูปแบบ และมีระบบปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ที่รัดกุม ส่วนในอนาคต Hongmeng OS จะขยายไปยังอุปกรณ์อื่นๆ อย่างเช่นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติในรถยนต์, การให้บริการทางการแพทย์ระยะไกล และงานอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วย

ที่มา : Global Times

4.8.62

"ผลไม้รถเข็น" กับ 4 ข้อควรระวัง ดูให้ดีก่อนซื้อ

ผลไม้เป็นหนึ่งในอาหารที่ควรกินให้ได้ทุกมื้อ ทางเลือกหนึ่งหากไม่ได้นำผลไม้มาทานเอง ก็สามารถหาซื้อจากรถเข็นได้ แต่ถ้าตัดสินใจจะซื้อผลไม้จากรถเข็น ต้องสังเกตให้ดีก่อนซื้อเพราะหากเลือกไม่ดี อาจมีสารปนเปื้อนทำให้ท้องเสีย หรือก่อโรคอื่นๆ ตามมาได้

 ทางออกของผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลไม้รถเข็น สังเกตง่ายๆ ดังนี้

  1. ผู้ค้าต้องใส่ใจความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นมือที่ไปหยิบจับผลไม้ หรือจะเป็นสุขภาพของผู้ขาย รวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมดล้วนทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องให้ความใส่ใจในการประกอบอาชีพด้วย นอกจากนี้ตัวรถเข็นต้องสะอาด ตู้กระจกใส  ไม่มีคราบฝุ่นละออง หรือรอยแตกร้าว อุปกรณ์ที่ใช้สะอาด น้ำแข็งสะอาด มีดและเขียงสะอาด มีการทำความสะอาดก่อนหรือหลังหั่นผลไม้ ผ้าเช็ดอุปกรณ์ต้องสะอาด และแยกประเภทตามการใช้งาน
  2. ควรเลือกผลไม้ที่สดใหม่และตามฤดูกาล เพราะจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องสารปนเปื้อน รวมทั้งรอดพ้นจากสารกันบูดอย่างแน่นอน และที่สำคัญการกินผลไม้สดจะทำให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุ รวมทั้งสารอาหารจากผลไม้ได้มากกว่าผลไม้ดอง โดยเฉพาะวิตามินซี ที่มีในผลไม้สดมากกว่าผลไม้ดองหลายเท่า ที่สำคัญพยายามอย่ากินผลไม้ซ้ำกันทุกวัน ควรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยกินให้หลากหลายชนิด เพื่อจะได้รับสารอาหารที่หลากหลายด้วย
  3. หลีกเลี่ยงผลไม้หมักดอง เพราะจะได้คุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก นายสง่า อธิบายว่า ผลไม้ดองส่วนใหญ่มักใส่สารเคมี เช่น สารโลหะหนัก สารกันบูด บอแร็กซ์ หรือสารเพิ่มความกรอบ เสี่ยงต่อการได้รับสารปนเปื้อนสูง และที่สำคัญการกินผลไม้ดอง จะมีสิ่งหนึ่งเข้าไปในร่างกายด้วย คือ ความเค็ม โดยเฉพาะโซเดียมที่มีอยู่ในผลไม้ดอง ดังนั้นการกินผลไม้ดองบ่อยๆ ทำให้ร่างกายมีโอกาสได้รับโซเดียมสูงไปด้วย โดยจะทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง และไตทำงานหนัก ยิ่งไตทำงานหนัก ความดันโลหิตก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
  4. ระมัดระวังเครื่องจิ้มผลไม้ต่างๆ แม้เครื่องจิ้มเหล่านี้จะช่วยให้มีรสดีขึ้น แต่ผลร้ายจะตามมาคือ ทำให้ร่างกายได้รับเกลือและน้ำตาลมากเกิน เพราะเครื่องจิ้มผลไม้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผงบ๊วย พริกกะเกลือ น้ำปลาหวาน หรืออื่นๆ มักมีส่วนผสมของน้ำตาล เกลือ กะปิ ผงชูรส จึงควรกินแต่น้อย วิธีที่ดีควรลองกินผลไม้ที่ไม่มีเครื่องจิ้ม แล้วเราจะพบว่า ฝรั่ง มะม่วง มะกอก และผลไม้ต่างๆ มักมีรสเปรี้ยว หวาน มัน กรอบ อร่อยอยู่ในตัว โดยไม่ต้องใช้เครื่องจิ้มเลย
 
ขณะเดียวกันควรเลือกกินผลไม้ที่ไม่ใส่สี เพราะบางครั้งสีสวยๆ ที่เห็นนั้น ไม่ใช่สีผสมอาหารแต่เป็นสีย้อมผ้า รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่ใส่สารแทนความหวาน ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง คือหากกินแล้วมีรสขมติดในคอ แสดงว่าใช้สารแทนความหวานปริมาณมาก ถ้ากินติดต่อกันนานๆ จะทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายได้
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :ทันกระแสสุขภาพเรื่อง 4 วิธีง่ายๆ เลือกซื้อผลไม้รถเข็น http://llln.me/PC92uzH,iStock

สาระน่ารู้ทั่วไป

loading...