.

18.5.62

สุดยอดอาหารล้างพิษในร่างกายช่วยDetoxของเสียให้หมดไป

สุดยอดอาหารล้างพิษในร่างกายช่วย Detox ของเสียให้หมดไป

         เมื่อพูดถึงการล้างพิษในร่างกายนั้น อาหารจัดได้ว่าเป็นยาที่ดีที่สุด คุณจะแปลกใจว่าในอาหารโปรดหลายชนิดนั้นช่วยล้างพิษในร่างกายคุณได้ ไม่ว่าจะเป็น ตับ ลำไส้ ไต หรือผิวพรรณ ทั้งยังช่วยป้องกันการก่อตัวของสารพิษได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังปกป้องสารพิษจากมลภาวะรอบตัว การเสพติดอาหาร ควันบุหรี่มือสอง รวมไปถึงสารพิษชนิดอื่นๆ ด้วยการรับประทานอาหารผลไม้อร่อยๆ ผักสด ถั่ว และน้ำมันชนิดต่างๆ ดังนี้


1. แอปเปิ้ล
เพราะในแอปเปิ้ลอุดมไปด้วยเพคติน ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดที่สามารถดักจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายได้ ช่วยกำจัดสารพิษแล้วขับออกมาทางลำไส้ ถ้าจะให้ดีควรเลือกทานแอปเปิ้ลที่ปลูกแบบออแกนิก


2. อะโวคาโด
เรามักจะคิดแค่ว่าอะโวคาโดเป็นอาหารคลีน แต่ความจริงแล้วอะโวคาโดนี้เป็นแหล่งของสารอาหารที่ทรงพลัง ทั้งยังมีคอเลสเตอรอลต่ำ และช่วยขยายหลอดเลือด และช่วยปิดกั้นสารพิษที่เข้ามาทำลายหลอดเลือดแดง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีชื่อว่ากลูต้าไธโอน ช่วยต้านทานสารก่อมะเร็งได้อย่างน้อยถึง 30 ชนิดด้วยกัน อีกทั้งยังช่วยล้างพิษตับจากสารเคมีต่างๆ ได้


3. บีทรูท (ผักกาดแดง)
ในหัวบีทรูทนั้นมีสารประกอบตามธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ที่ช่วยในการฟอกเลือด และจัดเป็นพืชที่ช่วยในการล้างพิษตับได้อย่างดีเยี่ยม


4. บลูเบอร์รี่
บลูเบอร์รี่จัดเป็นอาหารเพื่อการบำบัดที่ทรงพลังอีกชนิดก็ว่าได้ เพราะในบลูเบอร์รี่นั้นมีแอสไพรินตามธรรมชาติที่ช่วยลดผลกระทบจากเนื้อเยื่ออักเสบเรื้อรัง และลดความเจ็บปวดลงได้ นอกจากนี้บลูเบอร์รี่ยังทำหน้าที่เป็นยาปฏิชีวนะด้วยการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการต้านไวรัสและป้องกันสารพิษเข้าสู่สมองได้ด้วย


5. กะหล่ำปลี
ในกะหล่ำปลีมีสาระต้านมะเร็งอยู่หลายชนิด และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกจำนวนมากช่วยให้ตับทำลายฮอร์โมนส่วนเกินออกไป อีกทั้งในกะหล่ำปลียังช่วยทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดสารพิษจากควันบุหรี่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างพิษของตับได้


6. ขึ้นฉ่าย
ทั้งขึ้นฉ่ายและเมล็ดขึ้นฉ่ายต่างก็ช่วยดีท๊อกซ์เลือดได้อย่างดีเยี่ยม มีสารต้านมะเร็งอยู่หลายชนิด ช่วยล้างพิษเซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกาย ในเมล็ดขึ้นฉ่ายนั้นมีสารต้านการอักเสบอีกกว่า 20 ชนิด จึงช่วยกรองสารพิษที่พบในควันบุหรี่ออกไปได้


7. แครนเบอร์รี่
ช่วยล้างพิษร่างกายจากแบคทีเรียที่เป็นอันตรายและไวรัสที่อาจตกค้างอยู่ในทางเดินปัสสาวะได้ เพราะในแครนเบอร์รี่นั้นมีสารที่เป็นทั้งยาปฏิชีวนะและต่อต้านไวรัสตามธรรมชาติอยู่มาก


8. เมล็ดลินิน
อุดมไปด้วยกรดไขมันสำคัญๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้งเมล็ดลินินและน้ำมันเมล็ดลินินต่างก็สำคัญต่อการทำความสะอาดระบบต่างๆ ตลอดทั้งร่างกายได้


9. กระเทียม
ทานกระเทียมช่วยล้างแบคทีเรียที่เป็นพิษออกไปได้ รวมไปถึงพยาธิในลำไส้และไวรัสต่างๆ ภายในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ในเลือดและลำไส้ กระเทียมช่วยล้างพิษที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง และยังช่วยต่อต้านมะเร็ง มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยล้างพิษจากสารอันตรายภายในร่างกาย นอกจากนี้กระเทียมยังเป็นผู้ช่วยสำคัญในการทำความสะอาดทางเดินหายใจด้วยการขับสารพิษออกจากปอดและไซนัส เพื่อให้ได้รับประโยชน์มากที่สุดควรเลือกทานเป็นกระเทียมสด เพราะในกระเทียมผงนั้นไม่มีคุณสมบัติดี ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น


10. เกรปฟรุต (ผลไม้ตระกูลส้ม)
ทานเกรปฟรุตในมื้อเช้าจะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากเส้นใยเพคตินที่ช่วยดักจับคอเลสเตอรอล ดังนั้นจึงช่วยทำความสะอาดเลือดได้ เพคตินยังช่วยดักจับโลหะหนักและนำพาออกไปจากร่างกาย นอกจากนี้เกรปฟรุตยังมีสารที่ช่วยต้านไวรัสจึงขจัดไวรัสที่ทำอันตรายออกไปได้ เกรปฟรุตจัดเป็นผลไม้ล้างพิษที่ยอดเยี่ยมสำหรับลำไส้และตับเลยทีเดียว


          ถ้ายังไม่เคยทานผักวอเตอร์เครส อาจลองชิมด้วยการนำไปทำแซนวิชดูได้ ผักชนิดนี้เพิ่มเอนไซม์ที่ช่วยในการล้างพิษและเซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกายด้วย จากการศึกษาในศูนย์วิจัยอาหาร Norwich ในประเทศอังกฤษ พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่ที่ทานวอเตอร์เครส 170 กรัมต่อวันจะขจัดสารก่อมะเร็งผ่านออกมาทางปัสสาวะได้มากกว่าระดับปกติที่เคยขับออกมาจากร่างกาย การกินผักและผลไม้ที่หลากหลายจัดเป็นตัวช่วยที่ดีเยี่ยมในการล้างเอาสารพิษที่เป็นอันตรายออกไปจากร่างกาย อีกทั้งมันยังอร่อยถูกปากรสชาติดีอีกด้วยนะ

15.5.62

รู้จักแหล่ง ขาย E-book ของเมืองไทย


         E-book คือ หนังสือหลากหลายเรื่องราวที่ถูกผลิตออกมาในรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีของทั้งคนอ่านและคนเขียนสามารถเลือกเอาเรื่องราวต่าง ๆ มาอ่านหรือเขียนกันง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย E-book นั้นมีหลายราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน ซึ่งบางครั้งราคาแพงแต่กลับมีแค่ไม่กี่หน้า แต่คนก็ยอมซื้ออ่านกัน จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของเหล่านักเขียน ที่เริ่มจะหันมาเขียน E-book ขายกันมากขึ้น เพราะด้วยความสะดวกที่ไม่จำเป็นต้องส่งงานไปขายตามสำนักพิมพ์ในแบบก่อน ๆ แค่ทำรูปเล่มที่สวยงามน่าอ่านได้ก็สามารถเอาไปฝากตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อลงขายต่อไปได้เลยทันที ซึ่ง E-book บางเล่นนั้นมีราคาแค่หลักร้อยบาทแต่ก็จะทำยอดได้ไม่มากถ้าเนื้อหาเหมือนกับบทความที่มีอยู่บนเว็บไซต์ทั่วไป

สิ่งที่เป็นข้อดีของการใช้ E-book คือผู้เขียนสามารถเขียนแล้วนำเอาไปฝากขาย พร้อมรับเงินค่าเขียนได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจนนักเขียนบางคนมีบริการหลังการขายให้กับผู้ที่ซื้อไปอ่านเมื่อหนังสือของตัวเองขายดี  

 


ebooks.in.th รวมหนังสือขายดีที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบและสไตล์การเขียนทั้งหนังสือแนววิชาการ วารสาร นิตยสาร หรือนวนิยายที่มีรูปเล่มสวยงามและเนื้อหาที่ถูกการันตีมาแล้วว่าขายดีเพื่อให้ผู้อ่านสามารถเลือกซื้อเอาหนังสือที่อ่านแล้วคุ้มค่าและคุ้มราคาที่สุด


 ilovelibrary.com บริการบทความอ่านฟรีบนเว็บไซต์ถือว่าเป็นความน่าสนใจของเว็บไซต์นี้ และสามารถหาอ่านหนังสือแนวต่าง ๆ ได้มากกว่า 25 แบบ และมีปกใหม่ ๆ ที่ดูสวยงามและน่าสนใจมากกว่าเดือนละ 300 ปก เป็นเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนหนังสือ E-book โดยเฉพาะ ซึ่งภายในเว็บไซต์ผู้ที่สนใจอยากจะลองเป็นนักเขียนสามารถมาดาวน์โหลดโปรแกรมเพื่อลองเป็นนักเขียนได้เลยทันที

 

mebmarket.com ร้านหนังสือ E-book ครบวงจรที่มีหนังสือขายดี เน้นการขายนิยายและการ์ตูน พร้อมทั้งนิตยสารชื่อดังต่าง ๆ พร้อมทั้งโปรแกรมการเขียนสำหรับมือใหม่ที่อยากจะมีงานเขียนเป็นของตัวเองก็สามารถแวะเข้ามาเขียนแล้วฝากขายหนังสือได้ที่นี่แบบทันใจ




zhake.com แหล่งรวม E-book หลากหลายเรื่องราวทั้งไทยและต่างประเทศที่มีให้เลือกอ่านกันอย่างมากมาย และยังมีการนำเสนอหนังสือขายดี พร้อมหนังสือที่น่าอ่านไว้คอยแนะนำเพื่อให้ได้หนังสือที่ตรงใจผู้อ่านได้อย่างรวดเร็ว และมีส่วนลดหนังสือที่มีราคาสูงให้เลือกกันได้ทุกฤดูกาล




asiabooks.com  หนังสือหลากหลายที่มีทั้งไทยและเทศซึ่งพร้อมให้ผู้อ่านเข้ามาเลือกซื้อเพื่อให้ตรงต่อความต้องการของผู้ที่ชอบอ่านหนังสือที่หลากหลาย มันทั้งนิยายและหนังสือทำเงินของทางต่างประเทศที่สามารถเข้ามาอ่านเรื่องราวก่อนซื้อได้เล็กน้อยเพื่อเป็นการเรียกความน่าสนใจก่อนการตัดสินใจซื้อ

 

 

se-ed.com  จากร้านหนังสือดังสู่การเป็น E-book ที่ขายทั้งหนังสือน่าอ่านขึ้นชื่อที่มาจากสำนักพิมพ์และจากผู้ที่เขียน E-book ขายเอง จึงมีหนังสือที่หลากหลายให้ผู้อ่านได้เลือกซื้อ พร้อมทั้งบริการขายสินค้าที่มีประโยชน์ต่อลูกค้าตามสไตล์ซีเอ็ดที่ผู้ซื้อสามารถเข้ามาเลือกหาได้ทั้งหนังสือและของใช้ที่มีประโยชน์ได้เป็นอย่างดี




4dbook.com
ถ้าชื่นชอบแนวนิตยสารสารพัดแบบมาที่เว็บไซต์นี้ได้เลย เพราะเป็นแหล่งรวมนิตยสารหลากหลายรูปแบบทั้งมีชื่อเสียงและนิตยสารเจ้าใหม่ที่พร้อมให้เลือกซื้อไปอ่านตามความต้องการและยังมี E-book ให้อ่านเสริมอีกมากมายหลายเรื่องตามความต้องการของผู้อ่าน





ookbee.com
คงไม่มีใครไม่รู้จักผู้ขาย E-book รายใหญ่อย่าง ookbee ที่มี E-book ที่น่าสนใจให้อ่านมากมาย มีโปรแกรมเปิดกว้างให้นักเขียนทั้งมือใหม่และเก่าเข้ามาฝากผลงานและการพัฒนาแอพพลิเคชั่นการอ่าน E-book บนสื่อเทคโนโลยีที่เรียกว่าเป็นเจ้าใหญ่ของการทำ E-bookอย่างแท้จริง



        แหล่ง ขาย E-book ของไทยในปัจจุบันเริ่มมีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้อาจจะซบเซาไปบ้างเพราะเป็นสื่อที่เข้าถึงคนได้ไม่หลากหลาย จึงทำให้ดูไม่น่าสนใจเท่าที่ควร ซึ่งทางเว็บไซต์ E-book จึงพากันพัฒนาระบบต่าง ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าทุกเพศทุกวัยให้เข้าสู่ตลาด E-book ถ้าสนใจหาหนังสือ E-book ดี ๆ ที่ได้คุณภาพอ่านก็เข้าไปศึกษาดูนะครับ

กูเกิลเปิดตัวโฆษณาแบบใหม่ Discovery Ads หน้าตาเหมือนโฆษณาใน Feed

กูเกิลเปิดตัวโฆษณาแบบใหม่ Discovery Ads หน้าตาเหมือนโฆษณาใน Feed

      เราผู้ใช้ Facebook หรือ Instagram อาจคุ้นเคยกับโฆษณาที่แทรกมาแบบเนียนๆ ระหว่างไถหน้า feed อย่างเพลิดเพลิน ล่าสุดกูเกิลกำลังจะมีโฆษณาแบบเดียวกันกับแอพ Google บนมือถือ และหน้า feed ของ YouTube


โฆษณาแบบใหม่มีชื่อเรียกว่า Discovery ads มันเป็นโฆษณาที่มีรูปภาพขนาดใหญ่ และข้อความใต้รูปที่สามารถคลิกได้โฆษณาแบบใหม่นี้จะถูกแสดงใน 3 จุดตามภาพ ได้แก่
  • หน้าแรกของ YouTube ที่เป็น feed (แต่โฆษณาตัวนี้จะไม่เป็นวิดีโอ)
  • หน้า Discover รวม feed ข่าวสารในแอพ Google บนมือถือ
  • ในแท็บ Promotions และ Socials ของ Gmail (แสดงเป็นไอคอนแบบเดียวกับอีเมลของ Gmail)
วิธีการลงโฆษณาจะต้องสร้างแคมเปญชนิดใหม่ที่เรียกว่า Discovery campaign และคิดค่าโฆษณาแบบ cost-per-click (CPC)

จุดที่น่าสนใจคือกูเกิลยังเปิดเผยข้อมูลว่า มีผู้ใช้งานแท็บ Discover ในแอพ Google มากถึง 800 ล้านคนต่อเดือน การที่กูเกิลออกโฆษณาแบบ Discovery เข้ามาแทรกในหน้า Discover (รวมถึงในหน้าแรกของ YouTube และอีเมลใน Gmail) ก็ถือเป็นจุดแข็งของกูเกิลที่เข้าถึงผู้ใช้จำนวนมหาศาล

ที่มา - Google, Search Engine Land

 

12.5.62

 วิธีคลายเครียด-ลดความดันโลหิต ลดเสี่ยงโรคหัวใจ-เส้นเลือดสมองแตก

วิธีคลายเครียด-ลดความดันโลหิต ลดเสี่ยงโรคหัวใจ-เส้นเลือดสมองแตก

       ความเครียด แลความดันโลหิตสูง เป็นตัวการสำคัญของโรคหัวใจ และหลอดเลือด หากคุณรู้ตัวว่าเป็นคนเครียดง่าย หงุดหงิดง่าย และยังมีปัญหาในเรื่องความดันโลหิตสูง เรามาลดความเสี่ยงเหล่านี้ด้วยเคล็ดลับจาก Harvard Health Publishing กันดีกว่า
  1. นอนหลับให้เพียงพอ หากนอนหลับไม่เพียงพอ คือน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน รวมถึงหากนอนไม่ค่อยหลับ หลับๆ ตื่นๆ ตลอดทั้งคืน อาจทำให้คุณกลายเป็นคนหงุดหงิดง่ายมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังทำให้เป็นคนเนือยนิ่ง ไม่กระตือรือร้น พลังงานตก และยังส่งผลถึงร่างกายโดยรวมอีกด้วย
  2. เรียนรู้วิธีผ่อนคลายความเครียด ไม่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิ ยืดเส้นยืดสายผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ฝึกวิธีหายใจเข้าออก เล่นโยคะ ฟังเพลงช้าๆ เบาๆ เป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดที่น่าสนใจ
  3. เข้าหาเพื่อนฝูง รู้หรือไม่ว่าเพื่อนสนิทตัวดีของคุณเป็นยาผ่อนคลายความเครียดมือฉมังที่เราไม่ควรมองข้าม เมื่อไรก็ตามที่เครียด เรียกเพื่อนมานั่งคุยปรับทุกข์ด้วยกัน หรือจะทำกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน เท่านี้ก็ผ่อนคลายความเครียดได้มากกว่าที่คุณคิดแล้ว
  4. วางแผนเวลาในการทำงานให้ดี หากเราจัดตารางทำงานได้อย่างเป็นระเบียบล่วงหน้า แล้วสามารถทำตามเวลาที่วางแผนเอาไว้ได้เป็นอย่างดี จะทำให้งานสำเร็จลุล่วง และไม่ต้องกังวล หรือเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต
  5. อย่าปล่อยให้เกิดปัญหาคาราคาซังนานๆ ต้นเหตุของความเครียดมักมาจากเรื่องราวที่ไม่ได้ถูกพูดคุยกันอย่างละเอียดตรงๆ การพูดคุยกันตรงๆ เพื่อหาข้อตกลง พร้อมวิธีแก้ไขให้มันดีขึ้น จะช่วยสางปัญหาที่ทำให้เครียดไปได้ทีละเรื่องๆ และทำให้สมองของคุณโล่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะฉะนั้น เมื่อไรก็ตามที่มีปัญหา ควรรีบพูดคุยให้เข้าใจตรงกันทุกฝ่ายให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้ปัญหา และความไม่เข้าใจก่อตัวขึ้นจนส่งผลกระทบต่ออารมณ์ และสุขภาพจิตของเรา
  6. ให้รางวัลตัวเอง ทุกครั้งที่ทำอะไรสำเร็จตามแผนที่วางเอาไว้ หรือมีปัญหาที่ต้องแก้ไขจนทำให้เริ่มรู้สึกเครียด ให้บอกตัวเองว่า “เมื่อฉันทำสิ่งนี้เสร็จ ฉันจะไปหาของอร่อยๆ กิน” หรือ “หากฉันแก้ปัญหานี้ได้ ฉันจะรีบไปดูหนังเรื่องโปรดที่อยากดูมานานให้ได้” เพื่อเป็นการกระตุ้น ให้กำลังใจตัวเองก่อนที่จะเริ่มมีความเครียดเกิดขึ้น
  7. ขอความช่วยเหลือ หลายครั้งที่มีความเครียดเกิดขึ้น เราอาจจัดการกับตัวเองได้อย่างเฉียบแหลม แต่ก็น่าจะมีหลายครั้งที่เราเริ่มรู้สึกจนตรอก ไร้ซึ่งวิธีที่จะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น การคิดทบทวนอยู่คนเดียวอาจได้มุมมองด้านเดียว ดังนั้นเราจึงควรมองหาตัวช่วยที่เราไว้ใจได้ และถามหาความเห็นจากเขาเหล่านั้น คำตอบจากคนอื่นอาจเป็นคำตอบที่ดี และเราคาดไม่ถึงก็ได้


        และนอกจากการดูแลจิตใจ และสมองให้ปลอดโปร่ง เพื่อลดตึงความเครียดแล้ว ควรรักษาร่างกายให้แข็งแรงเป็นปกติอยู่เสมอ รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รับประทานผักผลไม้ และอาหารที่มีใยอาหารมากๆ รวมถึงโปรตีนไขมันต่ำ และไขมันดีจากปลา น้ำมันมะกอก ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เท่านี้จะช่วยควบคุมอารมณ์ และระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติได้อย่างแน่นอน

 

ขอขอบคุณ
ข้อมูล :Harvard Health Publishing
ภาพ :GettyImages

6.5.62

วิธีดูรหัส WIFI ในเครื่องคอมพิวเตอร์ กรณีที่ลืมรหัสผ่าน ด้วย 4 ขั้นตอนง่ายๆ


บทความนี้จะแนะนำวิธีดูรหัส WiFi ใน Windows 10 ที่เคยเชื่อมต่อใช้งาน ซึ่งระบบจะทำการบันทึกรหัส wifi ไว้ในเครื่องเพื่อที่ครั้งถัดไปหากว่าเครื่องพบสัญญานชื่อเดิมที่อยู่ในรายการ ก็จะทำการเชื่อมต่อให้แบบอัตโนมัติโดยที่ผู้ใช้นั้นไม่ต้องป้อนรหัสอีกครั้ง แต่ถ้าว่า password นี้ก็จะใส่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าหากมีเพื่อมาหรือมีใครถามก็อาจจะนึกไม่ออก

ดู Password ของ Wireless ชื่อสัญญาณที่เคยเชื่อมต่อ

สำหรับการใช้งาน WiFi หากเราเคยเชื่อมต่อแล้ว ครั้งต่อไปหากต้องการใช้งานก็จะสามารถเข้าใช้งานได้เลย โดยที่ไม่ต้องใส่ รหัสผ่าน Wi-Fi ใหม่อีกครั้ง แต่หากต้องการรู้รหัส หรือ ต้องการทราบรหัสนั้นอีกเช่น จะเอารหัสให้เพื่อนใช้ จะทำยังไง ซึ่งอาจจะถามมาจากคนอื่น หรือ เป็นคนกำหนดเอง “แต่ลืม!!” บทความนี้มีวิธีดูรหัสผ่านมาบอกเล่นกันครับ ซึ่งคำสั่งตามบทความนี้สามารถนำไปใช้กับ Windows 10, Windows 8.1, Windows 7 ได้เช่นกันครับ

  • เชื่อมต่อ Wifi ที่ต้องการดูรหัสผ่าน (เป็น Wifi ที่บันทึกรหัสผ่านไว้ในตัวคอมพิวเตอร์แล้ว)
netwifi
  • เมื่อเราเชื่อมต่อ Wifi เสร็จแล้ว ให้ดูรูปแถบสัญญาณที่ Taskbar กดคลิกแล้วเลือก Open Network and Sharing Center
wifi1
  • หลังจากนั้นเราก็จะเข้าสู่หน้าต่าง Network and Sharing Center ให้เราคลิกไปที่ Connections ที่ชื่อ Wifi ของเราตามรูปข้างล่าง
wifi2
  • ตอนนี้เราอยู่ที่หน้าต่าง Wi-Fi Status แล้วคลิกเลือกที่ Wireless Properties
wifi3
  • ตอนนี้เข้าสู่ที่หน้าต่าง Wireless Properties แล้วให้คลิกที่แทบ Security และติ๊กช่อง Show Characters ก็จะแสดงรหัสผ่านที่กำลังเชื่อมต่อไว้



wifi4

เพียงเท่านี้เราก็สามารถทราบรหัส SSID แล้ว สำหรับวิธีการก็ไม่ยากแค่ 5 ขั้นตอนเท่านั้นเอง ขอรับลองไปทำดูนะ

2.5.62

ข้อดีของกิจการที่มีเว็บไซต์ และข้อควรคำนึงในการทำเว็บไซต์


ข้อดีของกิจการที่มีเว็บไซต์ และข้อควรคำนึงในการทำเว็บไซต์

          อยากทำเว็บไซต์ แต่ก็รู้ข้อดีมาตั้งมาก และข้อเสียของการมีเว็บไซต์จะมีอะไรบ้างที่เจ้าของธุรกิจอย่างเราควรรู้ !! คำถามที่พบบ่อยที่สุด ของคนที่อยากมีเว็บไซต์ หรือคนที่มีแล้วก็ตาม ก็คือข้อดีและข้อเสียของการมีเว็บไซต์ ว่ามีอะไรบ้าง !! มีแล้วดียังไงหรือต้องเตรียมตัว เตรียมใจอย่างไรก่อนมี เว็บไซต์เป็นของธุรกิจเองข้อดีของกิจการที่มีเว็บไซต์


สอบถามทำเว็บไซต์เพิ่มแอดไลน์
http://line.me/ti/p/~worachonloasri




1.สร้างการทดแทน
หากท่านมีความคิดที่จะเปิดธุรกิจ การขายสินค้า เช่น สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า หรือสื่อบันเทิง และอื่นๆ แต่ยังไม่มีต้นทุนในการเปิดหน้าร้าน อย่างน้อยๆ ท่านก็สามารถเปิดเว็บไซต์เพื่อเป็นการทดแทนการขาย โดยการเปิดเว็บไซต์เป็นเหมือนก้าวแรกของการดำเนินธุรกิจ เพราะหน้าตาของธุรกิจต้องมาก่อน การจะเปิดหน้าร้านอาจต้องใช้เวลาและต้องมีต้นทุนสูงสำหรับหารเปิดกิจการ ซึ่งอาจทำให้เสียโอกาส ในการขายได้ แต่ในระหว่างนั้นถ้าเปิดเว็บไซต์ ท่านก็สามารถเปิดธุรกิจ สร้างรายได้และดำเนินการขายได้ในทันที รวมถึงเป็นการประกาศแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก จนท่านมีต้นทุนในการเปิดหน้าร้านได้เร็วกว่ากำหนด

2.เพิ่มยอดขายบนโลกออนไลน์
ยุคนี้ คือยุค Digital Marketing ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะเห็นผู้คนก้มหน้า ก้มตาเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านทาง Smart Phone ทั้งนั้นแล้วลองนึกดูสิว่า หากท่านเปิดเว็บไซต์อยู่แล้ว บางทีผู้คนที่ก้มหน้าก้มตาเหล่านั้น กำลังสั่งสินค้าบนเว็บไซต์ของคุณอยู่ก็เป็นได้และยังเพิ่มช่องการสร้างรายได้ให้ธุรกิจนอกจากการเปิดหน้าร้าน

3.ต้นทุนนั้นถูกกว่าที่คิด
ณ เวลานี้ ไม่มีช่องทางไหน ที่จะทำให้แบรนด์ของคุณ ให้เป็นที่รู้จักได้ดีไปกว่า"การมีเว็บไซต์" เพราะช่องทางต่างๆ ล้วนมีค่าใช้จ่ายสูง ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ ใบปลิว ป้ายโฆษณา หรือแม้แต่โฆษณาบนหน้าหนังสือพิมพ์ก็ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูง อีกทั้งยัง อยู่ในรูปแบบการโฆษณาระยะสั้น แล้วหากธุรกิจ SME ละก็ดังนั้นนักการตลาดจึงให้กำเนิดการตลาดออนไลน์สำหรับการเพิ่มช่องทางในการทำธุรกิจ เพื่อลดต้นทุนในการผลิตของเจ้าของธุรกิจให้น้อยลง นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลดีๆ ของการมีเว็บไซต์

4.เป็นการสร้างแบรนด์ ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น
ปัจจุบันในประเทศไทย มีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทั้งสิ้น ซึ่งแต่ละวันมีผู้ใช้งาน การสร้างเว็บไซต์จึงเป็นทางเลือกแรกๆ ของเจ้าของ ธุรกิจ ในการโปรโมทธุรกิจให้เป็นที่รู้จัก แล้วหากธุรกิจของท่านเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว และยังตัดสินใจทำเว็บไซต์เพิ่มก็ยิ่งขยายฐานลูกค้า ให้เพิ่มมากขึ้นได้เรื่อยๆ เพราะเว็บไซต์อยู่ระยะยาว ดังนั้นจำนวนของคนที่จะรู้จักเว็บไซต์ของท่าน ก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน


5. 2Way
เพิ่มช่องทางในการติดต่อ ระหว่างเจ้าของเว็บไซต์และลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือทางอ้อมก็ได้ถือเป็นสิ่งที่ดีในการสร้าง Community

6.อยู่บ้านก็ขายของได้
การทำการตลาดผ่านทางเว็บไซต์ เจ้าของเว็บไซต์สามารถขายสินค้าได้ตลอดเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าเจ้าของเว็บไซต์จะอยู่ที่ไหน ก็สามารถขายของได้ ก็เหมือนกับลูกค้าไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก ก็สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของท่านได้หากลูกค้ามีความต้องการ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งข้อดีๆ ที่สามารถจับต้องได้ ด้วยตารางการสั่งสินค้าและกำไรของธุรกิจ รวมทั้งยังเป็นการเกทับคู่แข่งได้เช่นกัน สร้างความได้เปรียบ ที่จะนำสู่ความสำเร็จ

7.เพิ่มโอกาสช่องทางการตลาด
เพิ่มโอกาสทางการตลาด และการแข่งขัน ใช้โปรโมทข่าวสารกิจกรรม ส่วนลด โปรโมชั่นต่างๆ อีกทั้งยังลดเวลาในการเข้าถึงข้อมูลข้อควรคำนึงที่เจ้าของเว็บต้องใส่ใจดูแลต่อมาเป็นข้อเสีย จริงๆก็ไม่เชิงข้อเสียสะทีเดียว เป็นแนวข้อควรคำนึง และข้อพึงปฎิบัติที่เจ้าของเว็บต้องใส่ใจมากกว่ามาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง


สอบถามทำเว็บไซต์เพิ่มแอดไลน์
http://line.me/ti/p/~worachonloasri



“วัยทำงาน” ระวัง!  สัญญาณอันตราย เสี่ยง “เครียด” มากเกินไป

จิตแพทย์ชี้ ป่วยบ่อยแบบไม่รู้สาเหตุ ขี้เบื่อ ขี้บ่น อาการเหล่านี้อาจกำลังบอกว่าเรา “เครียด” เกินไป ห่วงคนวัยทำงานโดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานมากกว่า 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นกลุ่มที่เสี่ยงเกิดความเครียดได้ง่าย ชี้หากปล่อยสะสมจะเป็นนางกวักเรียกโรคทางกายเพิ่ม อาทิเบาหวาน


วัยทำงานนอกเรือกสวนไร่นา เสี่ยงเครียดง่ายกว่า

นายแพทย์กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ จ.นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ว่าวันนี้  เป็นวันแรงงานแห่งชาติ ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุดในเดือนมีนาคม 2562 ทั่วประเทศมีผู้ที่มีงานทำ 37.7 ล้านคน ประมาณร้อยละ 70 ทำงานนอกภาคเกษตรกรรม นับเป็นกลุ่มที่เสี่ยงเกิดความเครียดได้สูงกว่าวัยอื่น เนื่องจากหน้าที่ความรับผิดชอบครอบครัว การงาน และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มที่น่าห่วงคือผู้ที่ใช้เวลาทำงานมากกว่า 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งจากผลสำรวจครั้งนี้พบว่ามีมากถึง 7 ล้านกว่าคน เป็นกลุ่มที่เสี่ยงเกิดความเครียดได้ง่าย อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพการทำงานและสุขภาพ หากไม่รู้วิธีจัดการความเครียดที่ถูกต้อง


ร่ายกายจะเป็นอย่างไร เมื่อเรา “เครียด”

นายแพทย์กิตต์กวีกล่าวว่า ความเครียดเป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าทั้งภายนอกภายใน ในแง่ดีคือทำให้มีร่างกายตื่นตัว ตอบสนองต่อสิ่งคุกคามหรือแก้ไขปัญหาต่างๆที่เข้ามาในชีวิตประจำวัน กล่าวคือร่างกายจะผลิตฮอร์โมนที่มีชื่อว่าคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ร่างกายตื่นตัว กระฉับกระเฉง และแก้ไขปัญหาต่างๆไปได้ แต่หากความเครียดนั้นเป็นอยู่ระยะยาวนานสะสมจะกลายเป็นภัยเงียบ มีโอกาสที่โรคอื่นๆทางกายเกิดตามมาที่สำคัญ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง เป็นต้น เนื่องจากเนื่องจากฮอร์โมนตัวนี้จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงตลอดเวลา ทำให้ระบบการทำงานและอวัยวะต่างๆของร่างกายเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่ควรมองข้ามความเครียด และขอให้หมั่นสังเกตอาการเครียดของตนเองและผู้ร่วมงาน เพื่อสามารถจัดการได้อย่างทันท่วงที ไม่ปล่อยให้เกิดการสะสมในจิตใจ


3 สัญญาณอันตราย ที่บ่งบอกว่ากำลังมีความเครียด

  1. ด้านร่างกาย มักเจ็บป่วยบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่มีเรี่ยวแรง ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ท้องอืด ปวดหลัง ฯลฯ
  2. ด้านจิตใจ จะเคร่งเครียด ขาดสมาธิ หงุดหงิด ฟุ้งซ่าน เหม่อลอย เบื่อหน่าย เศร้าหมอง เป็นต้น และ
  3. ด้านพฤติกรรม จะจู้จี้ขี้บ่น เก็บตัว สูบบุหรี่จัด ดื่มสุรามากขึ้น อาจใช้ยากระตุ้น เช่น ยานอนหลับหรือสารเสพติดต่างๆ เป็นต้น


3 วิธีง่ายๆ ช่วยลดความเครียด

  1. ให้ปรับความคิด โดยการคิดบวกต่อตัวเองและต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในแต่ละวันย่อมมีเรื่องให้แก้ไขและเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างมีสติและอยู่กับปัจจุบัน
  2. ให้ร่วมกันคิดหาทางออก ทำได้ทั้งระดับครอบครัว คือรับฟังทุกข์สุขของกันและกัน ร่วมกันแก้ปัญหาช่วยเหลือกันทุกโอกาสที่ทำได้ ส่วนระดับที่ทำงาน ให้ผู้ร่วมงานหันหน้าปรึกษาหารือกัน ช่วยเหลือกัน เป็นกำลังใจให้กันและกัน อย่างน้อยการได้ระบายได้เล่าให้ฟังถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ ความเครียดต่างๆ ก็จะบรรเทาลง สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่งแล้ว
  3. การฝึกลดความตึงเครียดจิตใจ โดยการพักผ่อน การออกกำลังกาย ฟังเพลง ทำงานศิลปะ ทำกิจกรรมในสิ่งที่ตนเอนเองชอบจะทำให้เราได้ผ่อนคลาย ใจเย็น รวมถึงการฝึกการหายใจคลายเครียดด้วยกล้ามเนื้อกระบังลมที่อยู่บริเวณหน้าท้อง โดยสูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ กลั้นไว้สักครู่แล้วจึงผ่อนหายใจออก หน้าท้องจะแฟบลง ทำซ้ำๆใช้เวลาเพียง 5-10 นาที การหายใจแบบนี้ จะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ทำให้สมองแจ่มใส ไม่ง่วงเหงาหาวนอน ร่างกายกระปรี้กระเปร่าตลอดวัน วิธีการนี้แนะนำให้ฝึกใช้ซ้ำๆเป็นประจำทุกวัน ต่อไปก็จะสามารถทำได้โดยอัตโนมัติเมื่อเจอเหตุการณ์เครียด จะให้ผลดีมาก ทำให้เราใจเย็นลง สุขุมขึ้น

อย่างไรก็ตาม สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมได้โดยโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ขอขอบคุณ
ข้อมูล :โรงพยาบาล (รพ.) จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ จ.นครราชสีมา
ภาพ :iStock

25.4.62

บอกลาชีวิตมนุษย์เงินเดือน ด้วย 10 งานที่สามารถทำได้ที่บ้าน

 
บอกลาชีวิตมนุษย์เงินเดือน ด้วย 10 งานที่สามารถทำได้ที่บ้าน

      ความฝันของมนุษย์เงินเดือนหลายๆ คน คงหนีไม่พ้นการเลิกเป็นมนุษย์เงินเดือน และได้ใช้ชีวิตแบบที่สามารถเป็นนายตัวเองได้บ้าง อย่างเช่น การมีธุรกิจของตัวเอง ฟรีแลนซ์ หรือการทำงานที่สามารถทำได้ที่บ้าน วันนี้เราจึงมีไอเดีย 10 งานที่น่าสนใจ เพื่อทุกคนที่อยากออกมาทำที่บ้านมาฝากกัน

หลังจากเป็นมนุษย์ออฟฟิศแล้วเคยสั่งอาหารมากิน คราวนี้กลับกันลองมาเป็นคนทำอาหารส่งให้เพื่อนเก่าชาวออฟฟิศกันบ้างดีกว่า ด้วยข้อมูลวงในที่เข้าใจความรู้สึกของชาวออฟฟิศเป็นอย่างดี ว่าร่างกายพวกเขาต้องการอะไรในช่วงพักเที่ยง เป็นสิ่งที่ทำให้คุณได้เปรียบได้การคัดสรรเมนู และวัตถุดิบให้ถูกใจ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพต่างๆ หรือเมนูสดใหม่ พร้อมเสิร์ฟ และส่งรวดเร็ว รับรองว่าถ้าได้ใจลูกค้าครั้งแรกแล้ว อาจได้ลูกค้าประจำเลยก็ได้ เพราะอย่างที่รู้ๆ มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายล้วนแล้วแต่เบื่ออาหารแบบเดิมๆ ที่ทานอยู่ทุกวัน

2. ทำเฟซบุ๊กแฟนเพจ

เรียกว่ากำลังเป็นช่วงเวลาของการเติบโตแบบก้าวกระโดดมากที่สุดแล้วล่ะ สำหรับธุรกิจการลงโฆษณากับเพจต่างๆ ที่มีคนติดตามมากมาย ที่บรรดาแบรนด์สินค้าหลายต่อหลายเจ้าใช้วิธีนี้ในการโปรโมทสินค้าต่อกลุ่มเป้าหมาย เพราะคนส่วนใหญ่ทุกวันนี้จะใช้เวลาในการสอดส่ายสายตาอยู่ที่หน้าฟีดของตัวเองเป็นประจำอยู่แล้ว การทำเพจจึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย และสนุกในเวลาเดียวกัน แถมยังได้เงินมากมาย ดีไม่ดีอาจกลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืนได้เล่นหนังเล่นละครก็เป็นได้นะ

3. นักเขียนออนไลน์ / Blogger

เรายังอยู่ในวิถีของโลกออนไลน์กันอีกหนึ่งข้อ สำหรับนักเขียนออนไลน์ หรือนักเขียนคอนเทนท์, บทความต่างๆ ลงบนเว็บไซต์เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาอ่านและเพิ่มโอกาสในการขายสินค้ามากขึ้น เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่กำลังเป็นที่ต้องการอยู่ในขณะนี้ ส่วนใครที่คิดว่ายากสำหรับตัวเองเพราะไม่เคยเป็นนักเขียนมาก่อน บอกได้เลยว่า เมื่ออยู่ในโลกออนไลน์แล้ว การเขียนย่อมมีการปรับแต่งให้ใช้ในแบบออนไลน์ ซึ่งสามารถศึกษา และฝึกฝนด้วยตัวเองได้ หรือเข้าไปดูที่ 10 สเต็ป สู่การเป็น นักเขียนคอนเทนต์ออนไลน์ ขั้นเทพ

4. ขายของออนไลน์

อีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่ธรรมดา แถมมีเวลาเป็นของตัวเอง สามารถใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ได้สบายๆ ก็คือการขายของออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องสำอาง รองเท้า ฯลฯ ที่ตอบโจทย์ผู้คนในยุคนี้ พร้อมสร้างรายได้งดงามกับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ให้เห็นกันแล้วหลายราย

5. รับสอนพิเศษ

งานสบายแถมได้อยู่กับเด็กๆ กับการเป็นครูสอนการบ้าน หรือครูสอนพิเศษ ที่สามารถทำได้ทั้งที่บ้าน หรือไปสอนเด็กที่อยู่ใกล้ๆ บ้านได้ ใครรักเด็ก และมีทักษะวิชาต่างๆ ก็ไม่ควรพลาด

6. รับแปลเอกสาร

ใครที่มีทักษะด้านภาษาต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ จีน แต่ไม่อยากทำงานที่ต้องพบปะผู้คน การรับแปลเอกสารเป็นอีกทางเลือกที่ดีและสร้างรายได้งดงาม

7. รับพิมพ์งาน

รับจ้างพิมพ์งานเอกสาร คีย์ข้อมูลต่างๆ เป็นงานที่ไม่ต้องลงทุน แต่ต้องลงแรงสำหรับคนที่มีความสามารถในการพิมพ์ เพราะยิ่งพิมพ์ได้มากก็ยิ่งได้เงินมาก แถมบางที่จ่ายเงินให้ทันทีเป็นรายวันด้วย

8. ทำงานฝีมือ

สำหรับคนที่ชอบงาน DIY และมีฝีมือในการเย็บปักถักร้อย สามารถประดิษฐ์งานฝีมือขายบนเฟซบุ๊ก ซึ่งถึงแม้ว่าจะสร้างรายได้ไม่มากเท่ากับวิธีอื่นๆ แต่ถ้ามีใจรัก อย่างน้อยก็ได้ทำงานที่มีความสุข ไกลจากความเครียดนะ

9. เป็นเน็ตไอดอล

ใครที่รู้ตัวว่ามีความมั่นใจ และบุคลิกดี มีความสามารถ ร้องเพลงเพราะ ลองหันตัวมาเป็นผู้นำทางความคิดให้กับสาวกโลกโซเชียลกันได้ ด้วยการอัพเดทเรื่องราวในชีวิต หรือถ่ายคลิปความสามารถของตัวเองลงบนช่องทางต่างๆ เพื่อให้คนมาติดตามเยอะๆ จากนั้นรายได้ก็จะมาจากการขายของ หรือรับโฆษณา นั่นเอง ซึ่งค่าตัวของแต่ละคนนั้น ขอบอกเลยว่าไม่ใช่น้อยๆ เลย

10. ค้าขาย

เราพูดถึงการขายบนโลกออนไลน์กันมามากแล้ว ข้อสุดท้ายนี้ขอพูดถึงการขายแบบออฟไลน์กันบ้าง ด้วยการเปิดร้านขายของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านขายอาหารแห้ง ร้านขายเสื้อผ้า ขายมือถือ หรือเรียกง่ายๆ ว่า เปลี่ยนอาชีพมาค้าขายเป็นนายตัวเองอย่างเต็มตัวนั่นเอง

การลาออกจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนเรียกได้ว่าต้องใช้ความกล้า และมีการเตรียมตัวมาอย่างดีเลยทีเดียว เพราะหากตัดสินใจทำงานที่บ้านแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญคงหนีไม่พ้นความมีวินัยในตัวเอง เพราะถึงตาที่ตัวคุณเองแล้วที่เป็นเจ้านาย


ขอบคุณข้อมูล:: https://rabbitfinance.com

22.4.62

โรคควรระวัง หากอยู่ใน "ห้องแอร์" ตลอดเวลา


       ถามว่าอากาศช่วงนี้ร้อนไหม ตอบได้เลยว่า ไหม้! อากาศร้อนสะขนาดนี้ ทำให้ใคร ๆ ก็อยากอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ กันทั้งนั้นใช่ไหม? แต่รู้ตัวมั้ยว่า ยิ่งเราอยู่ในห้องแอร์นานเท่าไร โดยเฉพาะในห้องแอร์ที่ไม่สะอาด และไม่เคยล้างแอร์เลย ทำให้สุขภาพของเราแย่ลงได้ งั้นมาดู 10 โรคในห้องแอร์ กันดีกว่า ว่ามันร้ายกว่าความร้อนข้างนอกรึเปล่า ไปหาคำตอบกันเลย

10 โรคในห้องแอร์ ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

  1. โรคทางเดินหายใจ

ในโพรงจมูกของคนเรามีเส้นเลือดแดงขนาดเล็กจำนวนมาก เส้นเลือดเหล่านี้ จะทำหน้าที่ปรับอากาศที่เย็นหรือแห้งจากภายนอก ให้ความอบอุ่น และความชื้น เหมาะสมกับร่างกาย แต่ในสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็น

โดยเฉพาะในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส เซลล์ต่างๆ เช่น เซลล์เยื่อบุโพรงจมูก คอ หลอดลม จะแห้งลงกว่าเดิม ทำให้ไม่มีเมือกมาป้องกันเซลล์จากเชื้อโรค เมื่อรวมเข้ากับการอยู่ในพื้นที่ปิด และไม่มีอากาศถ่ายเทอย่างห้องแอร์ จึงอาจทำให้ระบบทางเดินหายใจเกิดความผิดปกติได้ เช่น เป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล แสบจมูก หรือทางเดินหายใจอักเสบ

  1. โรคจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา

เช่น วัณโรค อีสุกอีใส หืดหอบ ปอดบวม หรือหัดเยอรมัน ซึ่งต่างก็เป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากอากาศที่ผ่านช่องแอร์มาได้ทั้งนั้น เนื่องจากในเครื่องปรับอากาศ มักมีเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เมื่อเปิดแอร์ ซึ่งจะต้องปิดหน้าต่างและประตู ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท เชื้อโรคต่างๆ ที่แฝงมากับแอร์เย็น ๆ เหล่านี้ก็มีโอกาสมากมายที่จะทำให้เราล้มป่วยได้

  1. โรคภูมิแพ้

แอร์ที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เป็นสาเหตุในการแพร่เชื้อโรค แถมยังเป็นศูนย์รวมฝุ่นขนาดใหญ่ได้อีก หากเป็นคนที่มีอาการภูมิแพ้ หรือแพ้ฝุ่นอยู่แต่เดิม อาการก็จะกำเริบได้อย่างง่ายด้าย การล้างแอร์ และเปลี่ยนที่กรองอากาศในแอร์อยู่เป็นประจำ หรืออย่างน้อยทุก 3-6 เดือน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

  1. ผื่นผิวหนัง ผิวหนังอักเสบ

หากเปิดแอร์แล้วได้กลิ่บอับ นั่นก็แปลว่า แอร์ของคุณมีเชื้อโรคสะสมอยู่มากจนส่งกลิ่นออกมาแล้ว ซึ่งนอกจากเชื้อโรคที่มาพร้อมกับกลิ่นอับ และความเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ อากาศที่ทั้งแห้งและเย็น ก็อาจเป็นตัวเร่งทำให้ผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังมีอาการ โรคผิวหนังอักเสบ และผื่นคัน กำเริบได้ง่าย
เพราะฉะนั้น นอกจากทำความสะอาดแอร์เป็นประจำแล้ว ก็ควรปรับอากาศไม่ให้เย็นจนเกินไป และทาครีมเพื่อรักษาความชุ่มชื่นของผิวหนัง เพื่อช่วยลดอากาศผื่นผิวหนังด้วย

  1. โรคลีเจียนแนร์ (Legionnaires’ Disease)

โรคลีเจียนแนร์ หรือ โรคติดเชื้อแบคทีเรียเฉียบพลัน มีสาเหตุจากเชื้อลีเจียนแนร์ ที่พบได้ในเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ที่มีหอผึ่งเย็น เช่น ในห้างสรรพสินค้า ในอาคาร หรือในโรงงานอุตสาหกรรม มักแฝงตัวมากับอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ เช่น ในห้องที่มีความอับชื้นสูง โดยเฉพาะในห้องแอร์ที่ไม่ได้ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม แต่แอร์ขนาดเล็กที่ใช้ตามบ้าน จะไม่สามารถก่อให้เกิดโรคลีเจียนแนร์ได้
Advertisement
ผู้ป่วยมักมีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ อาจมีไข้สูง หรือ ไอแห้ง ร่วมด้วย และอาจลุกลามเป็น ปอดอักเสบ หรือปอดมีจุดขาว จนทำให้เกิดภาวะหายใจล้มเหลวได้

  1. โรคตึกเป็นพิษ

ชื่อโรคนี้อาจฟังไม่คุ้นหู แต่มันเป็นหนึ่งในโรคกลุ่มออฟฟิศซินโดรม โดยจะมีอาการอ่อนล้า ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ คัดจมูก ไอ จาม เกิดผดผื่นคัน ระคายเคืองดวงตา และมีความผิดปกติของประสาทรับกลิ่น และการที่อากาศในออฟฟิศไม่ถ่ายเท ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ขึ้นได้
โดยเฉพาะหากในอาคารมีกลิ่นแปลกปลอมอื่นๆ เช่น สารระเหยจากสีทาผนัง เครื่องถ่ายเอกสาร หรือไรฝุ่นในแอร์และพรม ปะปนอยู่ในอากาศ ก็จะยิ่งเป็นตัวเร่งอาการของโรคนี้ได้

  1. โรคไข้ปอนเตียก

เป็นโรคที่เกิดร่างกายแสดงปฏิกิริยาต่อแอนติเจนที่สูดหายใจเข้าไป แม้จะไม่ก่อให้เกิดอาการปอดบวม แต่ถ้าหากปล่อยให้อากาศที่ปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้แล้วละก็ คุณจะต้องทนทรมานอยู่ราว 2-5 วัน ก่อนที่อาการจะค่อย ๆ หายได้เอง

  1. ภาวะติดเชื้อ

รู้หรือไม่ว่า จริงๆ แล้วอากาศในห้องแอร์ อาจมีมลพิษปนอยู่มากกว่าอากาศด้านนอกหลายเท่าตัวเลยนะ! เพราะเครื่องปรับอากาศ จะหมุนเวียนอากาศภายในห้องให้กลับมาเป็นลมเย็นซ้ำไปซ้ำมา นั่นก็แปลว่า จะไม่การถ่ายเทอากาศเกิดขึ้นเลย และทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคที่ไหลเวียนวนในห้อง และจากเครื่องปรับอากาศได้มากขึ้น
เพราะแบบนี้เอง ผู้ที่อยู่แต่ในห้องแอร์ จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการติดเชื้อได้มากกว่าคนที่อยู่กลางแจ้งบ่อยๆ โดยเฉพาะคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว

  1. ผิวแห้ง

เพราะความเย็นจะทำให้อากาศแห้ง การอยู่แต่ในแอร์จึงทำให้เราสูญเสียน้ำในร่างกายมากขึ้น เพิ่มโอกาสที่ผิวจะแห้งกร้าน และทำให้เกิดอาการคันมากขึ้นตามไปด้วย และถ้าหากว่า คุณรู้สึกคันจากการที่ผิวแห้งตึง และเกาจนผิวมีรอยถลอกแล้วละก็ โอกาสที่จะติดเชื้อทางผิวหนังก็จะตามมาอีกด้วยนะ

  1. โรคอ้วน

ไม่ว่าอะไรก็ทำให้เราอ้วนได้ รวมถึงแอร์ด้วย มีงานวิจัยจาก University of Alabama ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การอยู่แต่ในห้องแอร์สามารถทำให้อ้วนขึ้นได้ เนื่องจาก การอยู่ในที่ที่มีเครื่องปรับอากาศคอยช่วยควบคุมอุณหภูมิ ให้อยู่ในองศาพอเหมาะอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ร่างกายไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และลดโอกาสในการเผาผลาญพลังงาน รวมถึงทำให้เรารู้สึกขี้เกียจมากขึ้น จนทำให้น้ำหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ขอขอบคุณ
ภาพ :iStock

13.4.62

เทรนด์ไมโครเผยผลสำรวจ พบว่าหลายองค์กรยังขาดแคลน บุคลากรที่มีทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์


เทรนด์ไมโครเผยผลสำรวจ พบว่าหลายองค์กรยังขาดแคลน บุคลากรที่มีทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
 
       บริษัท เทรนด์ไมโคร (TYO: 4704; TSE: 4704) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ออกมาเปิดเผยผลการสำรวจที่ชี้ให้เห็นถึงภาวะขาดแคลนบุคลากรผู้มีความสามารถด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างมากและต่อเนื่องจนทำให้องค์กรส่วนใหญ่ต้องมองหาความช่วยเหลือจากภายนอก ที่เรามักพบในรูปของเทคโนโลยีออโตเมชั่น, การจัดอบรมให้ความรู้เพิ่มมากขึ้น, ไปจนถึงการเอาต์ซอร์สทั้งด้านการตรวจจับและป้องกันอันตราย

          ซึ่งองค์กรไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ในปัจจุบันต่างก็เผชิญกับปัญหาลักษณะเดียวกันได้แก่ การขาดแคลนทีมด้านความปลอดภัยไอที และภาระงานที่ล้นเกินกว่าจะรับไว้ ไม่ว่าจะมาจากการแจ้งเตือนทางด้านความปลอดภัย, ปัญหาการจัดลำดับความสำคัญของงาน, หรือการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เกิดความเสี่ยงตามมา

          จากงานวิจัยของเทรนด์ไมโครในครั้งนี้ ที่สำรวจผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในสายงานด้านไอทีกว่า 1,125 ท่านทั่วโลก1 พบว่า 69 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรทั้งหมดต่างเห็นด้วยว่า การทำให้งานด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นแบบอัตโนมัติโดยใช้เทคโนโลยี AI จะช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากภาวะขาดแคลนแรงงานด้านการรักษาความปลอดภัยได้ โดยเฉพาะเมื่อองค์กรกว่า 64 เปอร์เซ็นต์พบจำนวนการเกิดอันตรายทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา

          "จริงอยู่ที่ตอนนี้เราต่างเจอปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างหนัก แต่เราก็มีแนวทางแก้ไขรองรับไว้แล้ว" Greg Young รองประธานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของเทรนด์ไมโครกล่าว "AI และแมชชีนเลิร์นนิ่งสามารถนำมาลดโหลดงานในปัจจุบันที่ทีมงานกำลังแบกรับได้ด้วยการแบ่งเบาภาระงานที่มีความสำคัญต่ำที่ก่อนหน้าเคยใช้บุคลากรที่มีคุณค่ามากลงมาทำด้วยตนเอง รวมทั้งช่วยลดปริมาณการแจ้งเตือนที่ไม่มีความสำคัญที่เคยถาโถมเข้าใส่ทีมงาน ซึ่งปกติการเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยมักเป็นการเพิ่มการแจ้งเตือนตามไปด้วย ส่งผลให้ขาดประสิทธิภาพในการจัดการโดยรวม เราควรเลือกระบบความปลอดภัยที่เป็นอัจฉริยะและทำงานผสานร่วมกันได้มากกว่า ที่ช่วยลดจำนวนการแจ้งเตือนที่ไร้สาระลงได้ การรวบรวมข้อมูลด้านความปลอดภัยมากขึ้นนั้นไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการแจ้งเตือนเสมอไป ในทางกลับกันข้อมูลที่มากขึ้นควรนำมาใช้วิเคราะห์เพื่อลดการแจ้งเตือนที่หลอกลวงได้มากกว่า เปิดให้เจ้าหน้าที่มีเวลาให้ความสำคัญกับการโจมตีของจริงที่ซับซ้อนแทน เราถือว่าความพึงพอใจในการทำงานเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดแรงงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์กำลังขาดแคลนอย่างหนักขณะนี้"

          นอกจากนี้ จากผลการสำรวจยังพบว่า 63 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีได้วางแผนที่จะนำเทคโนโลยี AI มาใช้ช่วยให้กระบวนการจัดการด้านความปลอดภัยเป็นแบบอัตโนมัติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะช่วยประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การอบรมความรู้เพิ่มเติมให้เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ผลที่ AI ประมวลให้ และจัดการยุทธศาสตร์ความปลอดภัยโดยรวม

          การศึกษาของ Gartner2ระบุว่า "ภาวะขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านความปลอดภัยนั้นถือเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน ซึ่งปัจจุบันมีบริการอย่าง Managed Detection and Response (MDR) ที่เข้ามาเติมเต็มความต้องการเหล่านี้ในองค์กรทุกขนาดที่ขาดแคลนทั้งทรัพยากรและทักษะภายในด้านความปลอดภัย และอยากขยายการลงทุนด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกันให้ครอบคลุมทั้งการตรวจจับ, ตอบสนอง, และการตรวจสอบสถานะให้ครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมง"

          เพื่อช่วยธุรกิจในการแก้ปัญหาดังกล่าว เทรนด์ไมโครได้ทุ่มเททั้งเทคโนโลยีและบุคลากรเพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านทักษะและความเชี่ยวชาญที่ขาดแคลน โดยมีหลายบริษัทหันมาเลือกใช้โซลูชั่น MDRและ Endpoint Detection and Response (EDR)ของเทรนด์ไมโครเพื่อยกระดับประสิทธิภาพทั้งด้านความสามารถในการมองเห็น, จัดลำดับความสำคัญของอันตราย, และประหยัดทั้งเวลาและทรัพยากรของทีมงานในองค์กร

สาระน่ารู้ทั่วไป

loading...