อุดรธานี แตกตื่นกันทั้งวัด!!! ยายวัย 70 ปีตายแล้วฟื้น​ ญาติจะเอาเข้าเมรุอยู่แล้ว




อุดรธานี แตกตื่นกันทั้งวัด!!! ยายวัย 70 ปีตายแล้วฟื้น​ ญาติจะเอาเข้าเมรุอยู่แล้ว



ตื่นทั้งวัด ที่บ้านอ้อมแก้ว ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เกิดเรื่องปาฏิหาริย์ ยายวัย 70 ปีป่วยเป็นโรคคอพอกเสียชีวิต ญาติๆ ตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 วัน วันนี้แห่ศพจะไปฌาปนกิจศพที่วัด จะเอาศพเข้าเมรุอยู่รอมร่อ คนตายกลับฟื้นขึ้นมา แขกมาร่วมงานศพต่างพากันตกใจตื่นกันทั้งวัด สามีที่รดน้ำศพเป็นคนสุดท้ายเห็นภรรยาลืมตาขึ้นทั้งดีใจและตกใจรีบแจ้งหมอ รพ.หนองหาน ช่วยรักษา แต่หมอไม่รับรักษาอ้างสมองตายแล้ว สามีบอกยืนยันจะเอาร่างของภรรยาอยู่จนกว่าจะเสียชีวิตจริง แต่หากกลับฟื้นมาเหมือนคนปกติจะทำบุญครั้งใหญ่ให้



ตื่นกันทั้งวัด!!ปาฏิหาริย์คนตายแล้วฟื้นจะเอาเข้าเผาในเมรุอยู่แล้ว โดยวันนี้ (23 ต.ค.62) เวลา 16.00 น.ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี มีคนตายแล้วฟื้นญาติๆ พากันตื่นทั้งดีใจและตกใจ ขณะจะนำผู้วายชนม์เข้าเมรุเผาศพที่วัดอัมพะวัน บ้านดงเย็น ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานีอยู่รอมร่ออยู่แล้วแต่คนตายดันฟื้นขึ้นมาเป็นเรื่องราวปาฏิหาริย์ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 72 หมู่ 8 บ้านอ้อมแก้ว ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านที่จัดงานศพของนางพินิจ โสภาจร อายุ 70 ปี แต่หลังจากคุณยายพินิจฟื้นขึ้นมาทั้งที่ญาติๆ จะพากันนำศพฌาปนกิจอยู่แล้ว พบกับลูกๆ หลานๆ และญาติที่มาร่วมงานศพของนางพินิจ ต่างพากันดูแลให้คุณยายพินิจ หวังให้มีร่างกายที่อบอุ่น หลังจากโดนแช่ในโรงเย็นบรรจุศพมาเกือบ 3 วัน ขณะที่ญาติๆ ที่เดินทางมาร่วมงานศพบางคนมาไกลจากต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ ต่างพากันกล่าวขานถึงเรื่องคุณยายนิจตายแล้วฟื้นคืนชีพมาได้



นางบุษบา โสภาจร อายุ 46 ปี ลูกสาวของคุณยายพินิจ บอกเหตุการณ์เหลือเชื่อว่า คุณแม่เสียชีวิตเมื่อประมาณตี 1 ของวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ลูก ๆ หลานๆ ก็ไม่คิดอะไรพากันจัดงานศพบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และวันนี้เวลาประมาณบ่ายโมงก็ได้เคลื่อนศพจากบ้านไปยังวัดอัมพะวัน บ้านดงเย็น มีพิธีเหมือนงานศพทั่วๆ ไป นำศพของผู้วายชนม์วนรอบเมรุ 3 รอบ มีพิธีการนายกเทศมนตรีต.บ้านเชียงและญาติๆ มาร่วมพิธี แต่ในขณะที่พิธีการขั้นสุดท้ายจะนำร่างแม่เข้าเมรุ ทางพิธีการได้ประกาศให้นายถวิล ซึ่งเป็นสามีมารดน้ำหอมหน้าศพ แต่ขณะที่คุณพ่อกำลังรดน้ำหอมปรากฏว่าแม่ลืมตาขึ้นมา พ่อร้องลั่นทั้งวัด บอกว่าแม่ยังไม่ตาย ยังไม่ตาย แต่ญาติๆ ไม่เชื่อนึกว่าพ่อบ้า ก็พาพ่อไปหลบข้างโบสถ์ แต่น้องชายมาเห็นแม่ลืมตายอีกคน จึงรีบนำร่างแม่ที่ยังไม่ตายออกจากโรงศพและเรียกกู้ภัยและหน่วยกู้ชีพรพ.หนองหานมาช่วยปั๊มหัวใจท่ามกลางความตกใจของแขกที่มาร่วมงานศพ และรีบนำส่งรพ.หนองหานทันที แต่ทางคุณหมอทางรพ.บอกว่าไม่รับรักษาเนื่องจากคุณยายเซลล์สมองตายแล้ว ญาติๆ จึงได้นำร่างคุณยายกลับมาที่บ้าน โดยคุณยายพินิจที่ฟื้นคืนชีพมีหลานที่เป็นพยาบาลพากันช่วยกันทำร่างกายให้คุณยายพินิจจากเย็นให้อบอุ่นขึ้น



ขณะที่นายถวิล โสภาจร อายุ 73 ปีสามีของคุณยายพินิจ ที่ตายแล้วฟื้น บอกกับผู้สื่อข่าวและยังไม่หายตกใจว่า ภรรยาป่วยเป็นโรคคอพอกมาตั้งแต่เป็นเด็ก หลังจากคุณแม่อายุ 50 ปีคอก็เริ่มใหญ่ขึ้นตนเองก็รักษาทั้งยาไทยและยาประเทศนอก รักษาอยู่ 20 ปีอาการก็ทุเลามาเรื่อย แต่พอมาย้อนไป 9-10 วันที่ผ่านมาแม่มีอาการไข้เกิดขึ้น และมีเสมหะติดลำคอหายไม่ปกติ หายใจได้ยินเสียงค๊อกๆ ตนเองจึงได้บอกลูกๆ รีบนำแม่ส่งรพ.หนองหาน พอไปถึงรพ.หนองหาน หมอก็ช่วยใช้สายยางดูดเสมหะออกและส่งต่อไปรพ.ศูนย์อุดรธานี ไปอยู่รพ.อุดรได้ 3-4 วันหมอที่นั่นบอกว่า สมองแม่บวมและต้องรักษาอยู่ 3-4 วัน แต่หลังจากนั้นอาการทรุดหนัก หมอถามว่าจะให้กระตุ้นหัวใจมั้ย พ่อบอกว่า แม่ร่างเล็กคงทำไม่ได้ จึงได้ปรึกษากับลูกๆ ถ้าแม่ตายก็ให้มาตายอยู่บ้าน รพ.มาส่งที่บ้านประมาณ 1 ทุ่มวันที่ 19 ต.ค. หมอให้ยาไว้เข็มหนึ่ง บอกว่าถ้าแม่ทรมานให้ฉีดยา แต่พ่อไม่ฉีด ถ้าแม่ตายก็ให้ตายอย่างสงบ พอมาวันที่ 20 ต.ค.ประมาณตี 1 แม่ก็จากไป จากนั้นก็จัดบำเพ็ญกุศลมาตั้งแต่วันที่ 20 ถึงวันนี้ 23 ต.ค.ภรรยาอยู่ในโรงเย็น 3 วันก็จะร่างภรรยาไปเผาที่วัดอัมพะวันบ้านดงเย็น มีญาติพี่น้องมาร่วมงานจำนวนมากพิธีการงานศพก็ดำเนินไป ตอนสุดท้ายเขาให้พ่อไปฉีดน้ำหอมและจะบอกกล่าวร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย



นายถวิล บอกกับผู้สื่อข่าวเหตุการณ์ภรรยาฟื้นคืนชีพอีกว่า พ่อเป็นคนสุดท้ายที่จะไปฉีดน้ำหอมให้ภรรยาเป็นสุดท้ายและบอกกับภรรยาว่า ถ้าเกิดในชาติหน้าให้เกิดเป็นลูกมหาเศรษฐี อย่าให้ทุกข์ได้ยากแบบนี้ พอฉีดน้ำหอมได้ปี๊ดเดียว เมียก็ลืมตาขึ้นมา ตนเองทั้งดีใจและตกใจ พ่อก็บอกลูกๆ และญาติที่มาร่วมงานว่า แม่ลืมตาแล้ว พ่อก็โอบกอดเอาแม่เลย แต่ลูกๆ ก็มาดึงเอาพ่อไปไว้ไว้ข้างโบสถ์นึกว่าพ่อบ้า แต่พ่อไม่ได้บ้า ต่อมาลูกชายไปเห็นแม่ลืมตาจริง จึงรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยและหน่วยกู้ชีพมาช่วยปั๊มหัวใจทันที ตนเองดีใจไม่คิดว่าภรรยาไม่ตายอยู่แล้วเพราะอยู่มา 3 วันร่างไม่แข็ง แต่หากพ่อไม่เห็นก่อน คงจะเป็นเผาคนเป็นแน่นอน แต่ตอนนี้หมอไม่รับบอกว่าสมองแม่ตายแล้ว แต่ตนเองยืนยันว่า จะไม่ยอมเผาแม่แน่นอน จนกว่าแม่จะมีร่างแข็งตัวถึงจะเผา ภรรยาจะอยู่นี่เป็นปี 2 ปีก็จะไม่เผา แต่หากภรรยากลับฟื้นมาปกติก็จะทำบุญครั้งใหญ่ให้เต็มที่



ขณะที่คอหวยไม่พลาดคุณยายพินิจตายแล้วฟื้น พากันแห่ตีเลขเด็ด บ้านเลขที่ 70 และอายุของคุณยายพินิจ อายุ 70 ปี 2 เดือน กับอีก 4 วัน 724 ขายดีจนเกลี้ยงแผงในงานศพวันนี้////////////////
อุดม ///จ.อุดรธานี

ที่มาข่าว siamrath.co.th
Previous Post
Next Post
Related Posts