เสี่ยท็อปสิ้นท่าโดนคุก 6 เดือน คดีเก่าเช็คเด้ง ลวงซื้อ “คลินิก”



เสี่ยท็อปสิ้นท่าโดนคุก 6 เดือน คดีเก่าเช็คเด้ง ลวงซื้อ “คลินิก” 

“เสี่ยกำมะลอ” คอตก นอนคุก 6 เดือนคดีเช็ค หลังถูกล็อกตัวคาสนามบินดอนเมืองขณะเดินทาง กลับจากฮ่องกง ส่งตัวให้ศาลแขวง พระนครเหนือตามหมายจับ ถูกคุมตัวเข้าเรือนจำทันที แฉเป็นคดีจ่ายเช็คซื้อธุรกิจคลินิกเสริมความงามราคา 8.5 ล้านบาท แต่เช็คเด้ง ถูกคู่กรณีแจ้งข้อหาดำเนินคดี ชั้นศาลเสี่ยท็อปรับสารภาพไม่ขอสู้คดี แต่หนีไม่มาฟังคำพิพากษา ตัดสินลับหลังผู้ต้องหาจำคุก 6 เดือนไม่รอลงอาญา ทนายเผยช่วยไม่ได้ เพราะไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามเวลาที่กำหนด ถือว่าขาดอุทธรณ์แล้ว แต่เจ้าตัวยังเป็นกังวลเรื่องเงินจากธุรกิจกว่า 1 พันล้านบาท แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นธุรกิจอะไร

กรณี น.ส.ดาริน (ขอสงวนนามสกุล) พริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ว่า ถูกนายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือเสี่ยท็อป หลอกแต่งงานและหย่าขาดในวันเดียว ทิ้งหนี้สินค่าจัดงานแต่งงานให้ฝ่ายหญิงชดใช้ถึง 3.5 ล้านบาท เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี ทนายรณรงค์นัดหมายให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลายครั้ง แต่ น.ส.ดารินผิดนัดมาตลอด จนนายรณรงค์ประกาศถอนตัวจากการเป็นทนาย ต่อมานายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พา น.ส.ดาริน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจ บก.ปอท. ตรวจสอบความผิดกรณีโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จในสื่อออนไลน์ ขณะที่เสี่ยท็อปชี้แจงข้ามประเทศระหว่างอยู่ที่ฮ่องกง ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และเดินทางกลับประเทศ ไทยแบบเงียบๆเมื่อคืนวันที่ 17 ต.ค. แต่ถูกชุดสืบสวน สตม. นำโดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมกำลังจับกุมตัวตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


ความคืบหน้าจากห้องรับรองพิเศษชั้น 2 อาคาร ผู้โดยสารระหว่างประเทศ (อาคาร 1) สนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 17 ต.ค. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ร่วมกับตำรวจ สน.ดอนเมือง เปิดแถลงข่าวการจับกุมนายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร อายุ 49 ปี หรือเสี่ยท็อป ตามหมายศาลแขวงพระนครเหนือ ความผิดเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.เช็คตั้งแต่ปี 2557 พล.ต.ท.สมพงษ์เผยว่า เสี่ยท็อปเป็นบุคคลตามหมายจับระหว่างพิจารณาศาลแขวงพระนครเหนือ ข้อหากระทำ ความผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจาก การใช้เช็ค พ.ศ.2534 หมายจับดังกล่าวได้รับประสานจากตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เป็นหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.8062/2558 คดีหมายเลขแดงที่ อ.9319/2559 ข้อหากระทำความผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

“ขณะที่เสี่ยท็อปเดินทางกลับ ตรวจพบการแจ้งเตือนบุคคลมีหมายจับ ยืนยันตัวบุคคลจากระบบไบโอเมทริกซ์ (Biometric) ที่ช่องตรวจคนเข้าเมืองสนามบินดอนเมือง หลังเดินทางกลับจากฮ่องกงด้วยเที่ยวบิน FD505 นอกจากนี้ยังพบว่า เสี่ยท็อปเคยมีประวัติถูกดำเนินคดีฉ้อโกง 2 ครั้งที่ จ.สงขลา เบื้องต้นนำตัวไปควบคุมที่ สน.ดอนเมือง ก่อนนำตัวส่งศาลฯวันพรุ่งนี้ (18 ต.ค.) ส่วนคดีเกี่ยวกับการหลอกสาวพริตตี้ จ.บุรีรัมย์แต่งงานจนเป็นหนี้ ต้องดูว่าแจ้งความดำเนินคดีหรือยัง ถ้าแจ้งความแล้วตำรวจสามารถอายัดตัวได้ แต่การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ” ผบช.สตม.กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ เผยว่า นายธนณัฎฐ์ เดินทางจากประเทศไทยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่เวลา 06.35 น.วันที่ 6 ต.ค. ด้วยเที่ยวบิน CX616 ปลายทางฮ่องกง เดินทางกลับวันนี้ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD505 ถึงสนามบินดอนเมืองเวลาประมาณ 22.00 น.จึงถูกตำรวจควบคุมตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเสี่ยท็อปออกจากสนามบินขึ้นรถนำตัวไปควบคุมที่ สน.ดอนเมือง เสี่ยท็อปแต่งกายสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน สะพายกระเป๋าสีแดง รองเท้าผ้าใบสีขาว ท่าทางปกติไม่เครียด มีผู้สื่อข่าวจำนวนมากวิ่งกรูถ่ายรูปอย่างชุลมุน ทำให้นักเดินทางทั้งชาวไทยและต่างชาติแตกตื่น ขณะที่เสี่ยท็อปเผยกับผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า ขอชี้แจงรายละเอียดกับพนักงานสอบสวนที่ สน.ดอนเมือง เท่านั้น

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.ควบคุมตัวเสี่ยท็อปมาถึง สน.ดอนเมือง ระหว่างนำตัวเข้าห้องควบคุมชั้น 2 เสี่ยท็อปตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า ทำใจไว้แล้วว่าถึงเมืองไทยต้องถูกจับ ขอสู้ทุกคดีเพราะไม่ได้ผิด อย่างคดี พ.ร.บ.เช็ค ตนซื้อคลินิกสั่งจ่ายเช็ค 2 ใบรวมมูลค่า 8.5 ล้านบาท แต่เขาไม่โอนคลินิกให้และไม่คืนเช็ค กลับมาแจ้งความเป็นคดี ต้องดูที่เจตนาต้องการอะไร ส่วนเรื่องหลอกสาวพริตตี้แต่งงาน เสี่ยท็อปกล่าวว่า ยืนยันไม่มีการหลอกลวง ตนมีเอกสารบัญชีรายละเอียดค่าใช้จ่ายอยู่แล้วที่เป็นผู้รับผิดชอบ เขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ไม่ต้องเสียสักบาท ข้อเท็จจริงคือ เราถูกหลอกแต่งงาน ไม่ใช่เขาถูกหลอก จากนั้นเสี่ยท็อปถูกนำตัวเข้าห้องขัง ก่อนนำตัวส่งศาลแขวงพระนครเหนือดำเนินการตามหมายจับวันที่ 18 ต.ค.

ต่อมาเวลา 08.20 น. วันที่ 18 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวประสานสิบเวรควบคุมผู้ต้องหา สน.ดอนเมือง เบิกตัวนายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือเสี่ยท็อป ที่อยู่ในสภาพอิดโรยจากห้องขัง เพื่อนำตัวส่งศาลแขวงพระนครเหนือ เสี่ยท็อปกล่าวว่า เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับเพราะสถานที่ แต่ไม่มีความกังวลเรื่องคดี ยืนยันจะสู้ทุกคดี ประสานทนายความให้ไปพบที่ศาลแล้ว ถ้าได้ประกันตัวจะแถลงข่าวทุกเรื่องอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้านนางพัชรธัญวิสิฐ ทองเมือง อายุ 64 ปี หรือน้าน้อย ผู้ที่เลี้ยงนายธนณัฏฐ์มาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เปิดเผยว่า มารดานายธนณัฏฐ์ให้มาดูว่า ต้องการจะกินหรือเอาอะไรบ้าง พร้อมบอกว่า ให้ใจเย็นๆ ให้ตั้งสติ พร้อมนำยาเบาหวานมาให้ 1 เม็ดเนื่องจากเป็นเบาหวาน นายธนณัฏฐ์ไม่ได้เครียดเพราะเขายังมีแม่อยู่ แม่คงไม่ทิ้งเขาหรอก พูดคุยกับนายธนณัฏฐ์บอกว่า ยังไม่หิว หากหิวหรืออยากกินอะไรจะให้ไปซื้อ ส่วนแม่นายธนณัฏฐ์ก็เครียดเพราะเป็นห่วงลูก

เวลาไล่เลี่ยกัน หลังเจ้าหน้าที่นำตัวเสี่ยท็อปออกจาก สน.ดอนเมือง ไปศาลแขวงพระนครเหนือ ทนายความของเสี่ยท็อปไม่เปิดเผยชื่อเดินทางมาที่ สน.ดอนเมือง เผยว่า นัดคุยกับเสี่ยท็อปตอนเวลา 09.00 น. แต่ปรากฏว่าตำรวจนำตัวไปส่งศาลก่อน ตอนนี้ทีมทนายยังไม่ได้เตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกันตัว เพราะทางเสี่ยบอกว่า ยังมีเงินอยู่ แต่เมื่อคืนนี้ค่าน้ำตาลขึ้นถึง 380 เป็นผลจากโรคเบาหวาน

ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 18 ต.ค. พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง คุมตัวนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร หรือเสี่ยท็อป อายุ 49 ปี ถูกจับกุมขณะเดินทางกลับจากประเทศฮ่องกง ไปส่งศาลตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือลงวันที่ 14 พ.ย. 2559 คดีอาญาหมายเลขดำ อ.8062/2558 คดีหมายเลขแดง อ.9319/2559 ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

กรณีเมื่อวันที่ 29 พ.ค.2557 น.ส.สุภาพรณ์ อัมภาพันธุ์กิจ ผู้เสียหายแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ดำเนินคดีนายธนณัฎฐ์ จำเลย ข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.เช็คเจตนาที่จะไม่ให้ใช้เงินตามเช็คนั้น เมื่อนายธนณัฎฐ์ติดต่อเจรจากับ น.ส.สุภาพรณ์ ขอซื้อคลินิกเสริมความงามชื่อไอซิสคลินิกจาก น.ส.สุภาพรณ์ ผู้เสียหาย พูดหว่านล้อมสร้างความน่าเชื่อถือ กระทั่ง น.ส.สุภาพรณ์ยินยอมตัดสินใจขายคลินิกให้นายธนณัฎฐ์ราคา 8.5 ล้านบาท นายธนณัฎฐ์จ่ายเช็คราคา 8.5 ล้านบาท แต่เมื่อ น.ส.สุภาพรณ์นำเช็คไปขึ้นเงินถูกธนาคารปฏิเสธ ขณะที่นายธนณัฎฐ์นำชื่อไอซิสคลินิกไปแอบอ้างหลอกลวงผู้อื่นในทางเสียหาย ทำให้คลินิกของ น.ส.สุภาพรณ์ เสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก

ต่อมาพนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครเหนือ นำตัวนายธนณัฎฐ์ยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาล ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ชั้นศาลนายธนณัฎฐ์ให้การรับสารภาพไม่ต่อสู้คดี ศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 14 พ.ย.2559 แต่ไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา อ้างว่าติดธุระอยู่ต่างประเทศโดยไม่อ้างเหตุแห่งความจำเป็น ศาลเห็นว่าจำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี จึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยพิพากษาจำคุก 1 ปี คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้ 6 เดือนไม่รอลงอาญา ให้ออกหมายจับจำเลยมารับโทษตามคำพิพากษาภายหลัง ว่าที่ร้อยตรี ดร.สุรพล สินธุนาวา ทนายความนายธนณัฎฐ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเตรียมหลักทรัพย์ 3 แสนบาทเพื่อขอประกันตัว แต่คดีนี้ถึงที่สุดแล้วไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ เนื่องจากนายธนณัฎฐ์ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทำให้ขาดอุทธรณ์คดีถึงที่สุดต้องรับโทษจำคุก 6 เดือนตามคำพิพากษา ต้องถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตอนนี้นายธนณัฎฐ์กังวลเรื่องสุขภาพ เนื่องจากเป็นโรคเบาหวานและกังวลเรื่องเงินจากธุรกิจที่จะได้รับประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นธุรกิจด้านไหน เกี่ยวกับเรื่องอะไร

ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ น.ส.สุภาพรณ์ อัมภาพันธุ์กิจ และ น.ส.เจตน์สกฤษฏิ์ สูตรทองคำ ผู้เสียหายคดีเสี่ยกำมะลอจ่ายเช็คเด้ง 8.5 ล้านบาทซื้อคลินิกเสริมความงาม จนถูกศาลสั่งจำคุก 6 เดือน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุรชัช สุวรรณศรี ผกก.3 บก.ทท.1 เพื่อแสดงความขอบคุณที่ได้ช่วยเหลือติดตามคดีจนจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด

ที่มาข่าวไทยรัฐ
Previous Post
Next Post
Related Posts