ธ.ก.ส. หอบเอกสารแจง "ตาถนใจบุญ" เชื่อเข้าใจผิด ปมเงินในบัญชีหาย 5 ล้าน ขณะที่ตายัน ไม่เคยมาเบิกเงินสักครั้ง ลายเซ็นก็ของปลอม จี้ตรวจสอบใครเซ็น-รู้เห็น


ธ.ก.ส. หอบเอกสารแจง "ตาถนใจบุญ" เชื่อเข้าใจผิด ปมเงินในบัญชีหาย 5 ล้าน ขณะที่ตายัน ไม่เคยมาเบิกเงินสักครั้ง ลายเซ็นก็ของปลอม จี้ตรวจสอบใครเซ็น-รู้เห็น

จากกรณี นายถน พรหมจันทร์ คุณตาใจบุญ วัย 91 ปี ชาว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เจ้าของสวนยางพารา ซึ่งเคยบริจาคเงิน 4 ล้านบาท สร้างศาลาการเปรียญให้กับวัดวังตะเคียน และต่อมาจะไปขอถอนเงินอีก 2 ล้านบาท จาก ธ.ก.ส.สาขาท่าข้าม เพื่อไปทำบุญสร้างมณฑปให้วัดแหลมยาง แต่ปรากฏว่าเงินในบัญชีธนาคารหายไป 5 ล้านบาท เหลืออยู่จริงกว่า 3 แสนบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
อ่านข่าว 


ความคืบหน้า วานนี้ นายถน พร้อมด้วย นายสาธร พรหมจันทร์ อายุ 49 ปี ลูกชาย ได้เดินทางไปที่สำนักงาน ธ.ก.ส.ขาท่าข้าม เพื่อพบกับผู้บริหารธนาคาร โดยมี นายมานพ จินาไหม ผอ.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน, นายธีรกุล โอสถ ผอ.สำนักงาน ธ.ก.ส.ชุมพร พร้อมเจ้าหน้าที่ธนาคารที่เกี่ยวข้อง นำเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการเปิด ปิด และการเดินบัญชีตั้งแต่ปี 2555-2561 มาแสดงและอธิบายให้กับ นายถน ฟังอย่างละเอียด ทั้งการเบิกถอน การโอน และถอนเงินข้ามบัญชีเล่มอื่นที่มีทั้งหมด 6 เล่มของ ธ.ก.ส.แห่งเดียวกัน หรือทำธุรกรรมทางการเงิน จะมีการลงลายมือชื่อของนายถนด้วยตนเองทุกครั้ง

ขณะที่ นายถนยืนยันว่า ตนเองมีการเบิกถอนเงินสดจริงจำนวน 4 ล้านบาท ครั้งละ 1 ล้าน ช่วงปลายปี 2559-2560 เพื่อนนำไปสร้างศาลาการเปรียญให้กับวัดวังตะเคียน ส่วนที่มีการเบิกถอนโอนย้ายทำธุรกรรม และการเบิกถอนโอนย้ายเงินไปสมุดบัญชีเล่มอื่นๆ ของตน ที่อ้างว่าเป็นการซื้อสลาก ตนไม่เคยมาทำแต่อย่างใด
นอกจากนั้น การเบิกเงินตามหลักฐานสมุดบัญชีเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 จำนวน 3,159,000 บาท และอีกหลายครั้งเป็นเงินหลักล้านบาท ตนก็ไม่เคยมาเบิกเลยแม้แต่ครั้งเดียว และลายเซ็นดังกล่าวก็ขอยืนยันว่าไม่ใช่ลายเซ็นของตนอย่างแน่นอน และขอให้ทางผู้บริหารระดับสูงของ ธ.ก.ส. ช่วยตรวจสอบว่าบุคคลใดมาเบิกเงินดังกล่าว หรือถ้าเป็นลูกชายของตน คนที่มีชื่อฝากร่วมปลอมลายเซ็นตนมาเบิก เจ้าหน้าที่ธนาคารจะรู้เห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งตนจะรอคำตอบและหลักฐานจากผู้บริหาร ธ.ก.ส. ทั้งสลิปการเคลื่อนไหวจากบัญชีธนาคารทั้งหมด เพื่อไปแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว

ด้าน นายมานพ จินาไหม ผอ.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน กล่าวว่า หลังจากเป็นข่าวผู้บริหารระดับสูงให้ความสนใจอย่างมาก ตนพร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องก็ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดแทบไม่ได้หลับนอนกันเลยทีเดียว เนื่องจากนายถนถือเป็นลูกค้าคนสำคัญ ทำธุรกรรมกับเรามานานกว่า 50 ปีแล้ว
จากการตรวจสอบการเคลื่อนไหวบัญชีทุกบัญชีของนายถนที่เปิดไว้กับ ธ.ก.ส.สาขาท่าข้าม โดยเฉพาะบัญชีที่มีชื่อลูกชายคนหนึ่งเป็นผู้ฝากร่วม ซึ่งมีการทำธุรกรรมโอนเงินเข้าออกไปมาอยู่หลายครั้ง แต่ยอดเงินยังอยู่ครบตามจำนวน เพราะไม่มีการถอนตัวเงินออกมาจริง เช่น การโอนซื้อสลาก และย้ายโอนเข้าบัญชีเงินฝากประเภทอื่นๆ ซึ่งเงินก็ไม่ได้หายไปไหน และที่มีการเบิกถอนเงินออกไปจริง คือ ยอดเงินจำนวน 4 ล้านบาท โดยถอนครั้งละ 1 ล้านบาท รวม 4 ครั้ง

ที่นายถนบอกว่า นำไปทำบุญสร้างศาลาการเปรียญ จึงอาจทำให้นายถนเข้าใจผิดว่า จำนวนยอดเงินที่เบิกถอนโอนเข้าออกบัญชีเงินฝากประเภทอื่นๆ นั้นยังมีอยู่ แต่ความจริงได้เบิกไปแล้ว คือ จำนวน 4 ล้านบาทดังกล่าว จึงยังเหลือจำนวนเงินจริงกว่า 3 แสนบาทเท่านั้น และยังมีบัญชีสลากของภรรยานายถนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่มีชื่อลูกชายคนดังกล่าวซื้อสลากร่วมอยู่ด้วย ซึ่งถือเป็นเงินมรดกจำนวน 6 แสนบาท
นายมานพ กล่าวต่อว่า หลังเป็นข่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนพร้อมผู้บริหาร ธ.ก.ส. ก็ได้นำหลักฐานทั้งหมดทุกบัญชีธนาคารของนายถน ไปมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่การร้องเรียนแล้ว นอกจากนั้นก็ได้ส่งไปให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรด้วย และหากนายถนยังติดใจสงสัยในประเด็นใด ก็สามารถนำหลักฐานไปแจ้งความดำเนินคดีเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงได้

ข่าวไทยรัฐ
Previous Post
Next Post
Related Posts