ตะลึงทั้งโลก ดับ 39 ศพในคอนเทนเนอร์ พบรอยมือเปื้อนเลือดผนังห้องเย็น


ตะลึงทั้งโลก ดับ 39 ศพในคอนเทนเนอร์ พบรอยมือเปื้อนเลือดผนังห้องเย็น



ช็อกตกตะลึงทั้งโลก เมื่อได้เกิดโศกนาฏกรรมสุดสลด ตำรวจอังกฤษพบศพผู้เสียชีวิตมากถึง 39 ราย ภายในตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นบนรถบรรทุกที่นิคมอุตสาหกรรมวอเตอร์เกลด เมืองเกรย์ส มณฑลเอสเซกซ์ ทางใต้ของอังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา
การเสียชีวิตของผู้คน 39 รายที่พยายามลักลอบเข้าประเทศอังกฤษ ที่ต้องมาจบชีวิตอย่างน่าสะเทือนใจในรถบรรทุกห้องเย็นเช่นนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเคยเกิดเหตุสลด ชาวจีน ถึง 58 ราย เสียชีวิตบนรถบรรทุกที่แล่นจากเบลเยียม มายังอังกฤษมาแล้วในปี 2543
*เบื้องต้น ระบุเหยื่อเป็นชาวจีน
 



โศกนาฏกรรมของคนพยายามลอบเข้าเมืองล่าสุดนี้ ตำรวจอังกฤษเปิดเผยว่า เหยื่อเคราะห์ร้าย 39 ศพ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน แต่ต่อมา ได้มีครอบครัวชาวเวียดนามออกมาตามหาสมาชิกในครอบครัวที่ขาดการติดต่อ จึงทำให้หวั่นเกรงอาจมีชาวเวียดนามเสียชีวิตด้วยอย่างน้อย 6 ราย

ตำรวจมณฑลเอสเซกซ์ ได้จับกุมนายโม โรบินสัน โชเฟอร์หนุ่มวัย 25 ปีชาวไอร์แลนด์เหนือ ในข้อหาฆาตกรรม และควบคุมตัวเขาไว้สอบปากคำเพื่อติดตามไปถึงแก๊งลักลอบพาคนเข้าเมืองครั้งนี้ ที่ทำงานกันเป็นเครือข่าย
 
*ลำดับเหตุการณ์โศกนาฏกรรม
ก่อนคนลอบเข้าเมืองเหล่านี้จะพบจุดจบ ตำรวจมณฑลเอสเซกซ์ ระบุว่า รถบรรทุกหัวลากและคอนเทนเนอร์ห้องเย็นได้เดินทางมาจากคนละที่ ก่อนจะนัดมาเจอกันที่เมืองท่าเพอร์ฟลีต ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ของอังกฤษ

*รถบรรทุก แล่นจากไอร์แลนด์ ผ่าน เมืองโฮลีเฮด ในประเทศเวลส์ และเข้ามาในอังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม โดยตำรวจสืบสวนมณฑลเอสเซกซ์ เชื่อว่ารถบรรทุกคันนี้จดทะเบียนในบัลแกเรีย เมื่อปี 2550 หลังจากตอนแรก จดทะเบียนในไอร์แลนด์เหนือ ทว่ารถบรรทุกคันนี้ก็ไม่เคยถูกนำกลับไปใช้ในงานในบัลแกเรียอีกเลย นับตั้งแต่จดทะเบียนในปี 2550

*ตามรายงานของอัยการเบลเยียม พบว่า คอนเทนเนอร์ ถูกส่งมาถึงเมืองท่า Zeebrugge เมืองท่าในเบลเยียม เมื่อเวลา 14.29 น.ของวันอังคารที่ 22 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่นในอังกฤษ ก่อนจะถูกส่งมายังสหราชอาณาจักรในช่วงวันเดียวกัน

*รถบรรทุกจากไอร์แลนด์เหนือ ที่มี นายโม โรบินสัน โชเฟอร์ชาวไอร์แลนด์เหนือ เป็นคนขับ แต่ไม่เป็นเจ้าของรถบรรทุก ได้มารับตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็น ที่ถูกส่งจากเมือง Zeebrugge ในเบลเยียม มายังเมืองเพอร์ฟลีต ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ ของอังกฤษ ตอนเวลา 00.30 น. ของเช้าวันพุธที่ 23 ต.ค.62 ตามเวลาท้องถิ่น
*รถบรรทุกติดพ่วงคอนเทนเนอร์ห้องเย็น แล่นออกจากเมืองเพอร์ฟลีต หลังเวลา 01.05 น. ของวันเดียวกัน หรือราว 35 นาทีต่อมา จากนั้น รถบรรทุกห้องเย็นคันนี้ มาถึงนิคมอุตสาหกรรมวอเตอร์เกลด เมืองเกรย์ส มณฑลเอสเซกซ์ ของอังกฤษ หลังจากเวลา 01.30 น. ไม่นาน ทว่าเมื่อโชเฟอร์เปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์ ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าคนที่อยู่ในนั้น เสียชีวิตทั้งหมด จึงได้แจ้งตำรวจ
*จากนั้น เมื่อตำรวจมณฑลเอสเซกซ์เข้าตรวจสอบและพบศพผู้เสียชีวิต 39 รายในตู้คอนเทนเนอร์ เป็นผู้ใหญ่ 38 ราย และวัยรุ่น 1 รายแล้ว ช่วงเย็นของวันพุธที่ 23 ต.ค. ได้มีการย้ายรถบรรทุกและคอนเทนเนอร์ ไปยังที่ปลอดภัยในบริเวณท่าเรือ Tibury ซึ่งใช้เวลาขับรถจากนิคมอุตสาหกรรมฯ จุดที่พบศพ ประมาณ 20 นาที

*บุกค้นบ้านคนต้องสงสัยลอบพาคนเข้าอังกฤษ
ต่อมา ค่ำวันพุธที่ 23 ต.ค.ตำรวจไอร์แลนด์เหนือได้บุกค้นบ้านของผู้ต้องสงสัยหลายหลัง รวมทั้งบ้านของพ่อนายโม โรบินสัน ในเขตอาร์มัก เคาน์ตี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเบลฟาสต์ เมืองหลวงไอร์แลนด์เหนือ

*สอบปากคำ 4 ผู้ต้องสงสัย
จากการเปิดเผยของบีบีซี พบว่า ตำรวจกำลังสอบปากคำผู้ต้องสงสัย 4 คน หลังจากได้ควบคุมตัวชายคนหนึ่ง วัย 48 ปี มาจากไอร์แลนด์เหนือ ได้ที่สนามบินสแตนสเตด ในกรุงลอนดอน เมื่อวันศุกร์ที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ในข้อหาต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมและสมรู้ร่วมคิดลอบพาคนเข้าเมือง ส่วนอีก 2 ราย ถูกควบคุมตัวมาจากเมืองวอร์ริงตัน ของอังกฤษ ในข้อหาเดียวกันทั้งสองข้อหา และรายที่ 4 คือ นายโม โรบินสัน โชเฟอร์ ขับรถบรรทุก ชาวไอร์แลนด์เหนือ

*สลด พบรอยมือเปื้อนเลือดที่ผนังห้องเย็น
ขณะที่เจ้าหน้าที่อังกฤษยังไม่มีการยืนยันถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้คนลักลอบเข้าเมืองทั้ง 39 ราย ประกอบด้วยผู้ชาย 31 ราย และผู้หญิง 8 ราย  เสียชีวิตว่า เกิดจากถูกแช่เย็นหรือขาดอากาศหายใจ ด้านเว็บไซต์เดลี่เมล เผยว่า เมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค.มีการเปิดเผยถึงช่วงเวลาสุดท้ายสุดสะเทือนใจ ก่อนที่คนลอบเข้าเมืองเหล่านี้จะหมดลมหายใจ
แหล่งข่าวหลายคน เผยว่า คนลอบเข้าเมืองที่เสียชีวิตนั้น อยู่ในสภาพเปลือย หรือสวมเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้น นอกจากนั้น ยังพบรอยมือเปื้อนเลือด บริเวณประตูและบนผนังห้องเย็นด้านใน เหมือนกับพยายามจะทุบฝาประตูหรือผนังห้องเย็นเพื่อให้คนข้างนอกช่วยเหลือพวกตนให้ออกไปจากข้างในนี้ แต่สุดท้าย ไม่มีใครได้ยิน

ปิดฉากชีวิตด้วยความเศร้าสะเทือนใจ พร้อมกับความฝันที่ต้องการมาอยู่ในประเทศร่ำรวยอย่างอังกฤษ ด้วยความหวังถึงการมีอนาคต ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม..

-------------------------------------
ขอบคุณ
ข่าวไทยรัฐ

Previous Post
Next Post
Related Posts