.

9.1.62

ข้ออ้างสุดฮิต ของคนไม่คิดลงมือทำ คุณมีกี่ข้อ



      น่าแปลกคนที่ต้องการ ‘ประสบความสำเร็จ’ มีความอยากเป็นอย่างนั้น อยากทำอย่างนี้ แต่สุดท้ายกลับไม่เริ่มต้นทำอะไรสักที!บุคคลผู้ประสบความสำเร็จทุกคนจะคิดหาวิธีการทำฝันให้เป็นจริง  ซึ่งแตกต่างจากคนที่ได้แต่ฝันไปวัน ๆ  พวกเขาจะคิดเสมอว่าสิ่งนั้นเป็นอุปสรรค สิ่งนี้เป็นข้อจำกัด  และนำมาเป็น ‘ข้ออ้าง’ ให้ตนไม่เริ่มลงมือทำ“ไม่มีข้ออ้างใด ๆ จากคนที่ประสบความสำเร็จ”นักจิตวิทยาด้านการพัฒนาตนเองกล่าว…“คนส่วนใหญ่ที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตสักที  มักมีข้ออ้างมากมาย โดยข้ออ้างต่าง ๆ เหล่านั้น  ก็เพื่อทำให้พวกเขาไม่ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง”นักจิตวิทยายืนยันว่า….

“แท้จริงแล้ว  ข้ออ้างมากมายที่ดูจะมีเหตุผลรองรับร้อยแปด  เป็นเพียงสิ่งที่พวกเขาคิดปรุงแต่งขึ้นเองทั้งสิ้น  ความคิดของคนที่ไม่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่  มักคิดในทางลบมากกว่าคิดบวก พวกเขาจึงมักหาข้ออ้าง  เพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนเอง” เรามาดูกันดีกว่าว่า “7 ข้ออ้างสุดฮิต ของคนไม่คิดลงมือทำ” มีอะไรบ้าง…

1. ไม่มีเงิน

“ตอนนี้ไม่มีเงิน ยังทำอะไรไม่ได้หรอก”, “จะทำอะไรก็ต้องลงทุน  ไม่มีเงินหมุนเวียน ทำไม่ได้หรอก”, “เงินเก็บไม่พอ  เสี่ยงเกินไปที่จะทำอะไรตอนนี้”,… ประโยคต่าง ๆ เหล่านี้  เรามักได้ยินเป็นประจำ และคนที่พูดส่วนใหญ่จะอ้างว่า  ตนเกิดมาในครอบครัวยากจน พ่อแม่ไม่ได้ร่ำรวย… 
ถ้าได้อ่านประวัติมหาเศรษฐีส่วนใหญ่  พวกเขาไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวมีฐานะ  หากแต่พวกเขาสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นในภายหลัง…
 
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ ถ้าต้องการเงิน  “เราจะหาเงินได้จากช่องทางไหนบ้าง?” คิดในมุมนี้  น่าจะดีกว่าคิดลบเป็นข้ออ้างว่า “ไม่มีเงิน อย่าทำเลย”

2. ไม่มีเวลา

คำพูดฮิตติดปากของคนไม่ลงมือทำ คือ “ไม่มีเวลา”  ซึ่งเราต่างรู้กันดีว่ามันไม่จริง ในเมื่อทุกคนมีเวลาเท่ากันหมด คือ  “24 ชั่วโมง ต่อวัน” ดังนั้น จึงไม่ใช่ ‘ไม่มีเวลา’  แต่เป็นปัญหาว่าคุณจัดสรรเวลาไม่เป็น ต่างหาก!  นักจิตวิทยาเล่าว่า เขาเจอคนอ้างว่า “ไม่มีเวลาทำ” บ่อยมาก  และคำแนะนำที่ให้ไปคือ จดทุกกิจกรรมในแต่ละวัน, ตื่นเช้า,  นอนดึก, หยุดกิจกรรมสันทนาการนอกบ้าน,  ลดเวลาที่ใช้ไปกับโลกออนไลน์,… เพียงแค่นี้ แล้ววิเคราะห์ดูว่า  เราจะเอาเวลาที่เพิ่มขึ้นเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์  เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายแห่งความสำเร็จได้อย่างไร!?

3. ไม่รู้ว่าจะทำยังไง

หลังจากตั้งเป้าหมายที่อยากได้-อยากเป็นไว้แล้ว  คนส่วนใหญ่จะพูดว่า “ไม่ได้เรียนมา ทำไม่ได้หรอก”,  “ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี”,…
ซึ่งจริง ๆ แล้ว  คนประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ก็เริ่มจาก ‘ไม่รู้’ แทบทั้งนั้น  แต่ความไม่รู้ ไม่สามารถหยุดเขาได้…  คนประสบความสำเร็จจะมองหาหนทางสู่เป้าหมายที่ต้องการ 
ไม่ว่าจะเป็นการสังเกต, ศึกษาจากผู้มีประสบการณ์  และวิธีการที่ดีที่สุด คือลงมือทำเพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง…  นักจิตวิทยาแนะนำว่า…“ให้แบ่งเป้าหมายใหญ่ เป็นเป้าหมายเล็ก ๆ  แล้วทำมันให้ได้ตามเป้าที่ตั้งใจ ยกตัวอย่าง คนอยากลดน้ำหนัก  10 กิโลฯ ก็จะแบ่งเป้าหมายเป็น 1-2 กิโลฯ ภายใน 1 สัปดาห์  ถ้าคุณอยากเป็นอะไร ให้ศึกษาเส้นทางสู่ความสำเร็จนั้น  แล้วก้าวไปทีละก้าว สุดท้ายคุณก็จะถึงจุดหมายที่ฝันไว้”

4. ยังไม่พร้อม

ถ้ามัวคิดว่า “ยังไม่พร้อม”, “ยังไม่ใช่เวลาที่จะเริ่มตอนนี้”,…. 
นักจิตวิทยาจะย้อนถามคุณว่า“แล้วเมื่อไหร่ที่คุณพร้อม…  เมื่อไหร่ที่คุณคิดว่าถึงเวลา ถ้าไม่ใช่ตอนนี้…” 

คนประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่  ‘ยังไม่พร้อม’ นี่แหละ เพราะความสำคัญของการเริ่มต้นทันที  คือคุณจะประสบความสำเร็จได้เร็วกว่าเริ่มต้นเมื่อพร้อม  และบ่อยครั้งที่คุณคิดว่าพร้อมแล้ว คิดมาดีแล้ว  แต่สุดท้ายก็ต้องเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ อยู่ดี  ขอเพียงแค่คุณตั้งใจ คิดให้รอบด้าน ลุยเลย!  เดี๋ยวคุณก็พร้อมในระหว่างที่ขยับเข้าใกล้ความสำเร็จที่รออยู่ตรง  หน้า…

5. เสี่ยงเกินไป

สุภาษิต “ไม่เข้าถ้ำเสือ ไม่ได้ลูกเสือ”  สามารถตอบข้ออ้างนี้ได้เป็นอย่างดี…  นักธุรกิจ/ผู้ประสบความสำเร็จแทบทุกคน ล้วนต้องยอม ‘เสี่ยง’  ด้วยกันทั้งนั้น เมื่อรู้สึกว่าลงมือทำแล้วจะเสี่ยง  เราก็ต้องหาข้อมูลเพื่อรับมือความเสี่ยงนั้น ๆ แต่ไม่ใช่หยุดเสี่ยง  ด้วยการไม่ทำ!

นักจิตวิทยายืนยันจากการเก็บข้อมูลเชิงสถิติ พบว่า  “การไม่ทำอะไรเลย คือความเสี่ยงขั้นสูงสุด”  ยิ่งคุณรู้สึกกลัว ‘ความเสี่ยง’ ยิ่งต้องรีบลงมือทำ  แล้วคุณจะลดความเสี่ยงได้มาก ทั้งจากประสบการณ์ที่ได้รับ  และจากการได้ทำอะไรเพิ่มเติมโดยไม่อยู่นิ่งเฉย รอคอยไปวัน ๆ  จนกระทั่งความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยรอบข้าง เข้ามากระทบชีวิต

6. อายุมาก/น้อยเกินไป

ถ้าคุณอายุไม่มาก  คุณก็เพียงแค่ใช้พลังแห่งความอ่อนเยาว์เป็นข้อได้เปรียบ  ไม่ว่าจะในแง่ของการไม่มีข้อผูกมัดของการมีครอบครัว  ได้ลองผิดลองถูกอย่างเต็มที่ สุขภาพก็ยังแข็งแรง  ในปัจจุบันคนประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย  มีมากมายให้เห็นเต็มไปหมด ขอเพียงแค่มั่นใจ  กล้าท้าทายกับความคิด เท่านั้นเอง

นักจิตวิทยาระบุว่า ปัญหาของ ‘ข้ออ้างไม่ลงมือทำ-ในแง่ของวัย’  ส่วนมากจะมาจากกลุ่มคนที่อายุมาก ซึ่งจะบอกว่า “อายุเยอะแล้ว  เริ่มต้นทำอะไรก็คงไม่ทันแล้วล่ะ” ทั้งที่คนมีอายุ  หมายถึงประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้น เครือข่ายคนรู้จักที่มากกว่า  แต่กลับหมดไฟในการเริ่มต้น 

เพราะคิดว่าตนช้าเกินกว่าจะประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่จริง!  ตัวอย่างที่คนหยิบยกมาพูดถึงมากที่สุด คือผู้พันแซนเดอร์ส์  ซึ่งเริ่มต้นธุรกิจไก่ทอด KFC ตอนอายุ 66  และสามารถประสบความสำเร็จระดับโลก ดังนั้น  เรื่องของอายุมากหรือน้อย ไม่ใช่ปัจจัยบ่งบอกความสำเร็จ  เพราะไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่  พลังขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จในแต่ละคนล้วนเท่ากัน  มันขึ้นอยู่กับคุณจะปลุกพลังนั้นมาใช้ ได้มากแค่ไหน!?

7. ถ้าล้มเหลว จะทำยังไง!

นักจิตวิทยาเล่าขำ ๆ ว่า ทุกคนที่เข้ามาปรึกษาปัญหา  ‘ภาวะไม่ประสบความสำเร็จสักที’ จะพูดเหมือน ๆ กันหมดเลยว่า 

“ถ้าลงมือทำไปแล้วพลาด ทำแล้วล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จ  จะทำยังไงล่ะ” 
พวกเขาล้วนกังวลไปก่อนถึงความล้มเหลวที่ยังมาไม่ถึง!  ทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้มีสองด้าน แต่คนคิดลบ  คนไม่ประสบความสำเร็จ คนไม่กล้าลงมือทำ จะคิดถึง  “ความล้มเหลว” เพียงอย่างเดียว 

นักจิตวิทยาทดลองให้มองความสำเร็จ/ล้มเหลว เป็นโอกาส 50/50  ซึ่งน่าแปลก คนส่วนใหญ่มองเห็นเพียงแค่ครึ่งเดียว  คือครึ่งของความล้มเหลว แล้วครึ่งของความสำเร็จอยู่ตรงไหน?  เป็นความจริงที่ว่า… ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ความสำเร็จ/ล้มเหลว  มักจะอยู่คู่กัน แต่เรากลับจดจ้องแต่ความล้มเหลว จึงกลัว ไม่กล้า  และดึงดูดความล้มเหลวเข้ามาในชีวิตนักจิตวิทยาได้ลองให้ผู้เข้ารับการปรึกษา  เปลี่ยนมุมคิดในทุกการกระทำ  ซึ่งเราได้วางแผนอย่างรอบคอบแล้ว  จินตนาการให้เห็นเป็นภาพแห่งความสำเร็จ


สรุปผลการวิจัยว่า “95% ของคนที่จดจ้องเป้าหมาย  คิดให้เห็นเป็นภาพความแห่งความสำเร็จอยู่ในหัว  ล้วนประสบความสำเร็จตามที่คิด”  หวังว่าคุณ ๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้ จะไม่ถามว่า 5%  ที่ไม่สำเร็จเป็นอย่างไร?  เพราะมันตั้ง 95% เลยนะที่สำเร็จ…  คุณยังจดจ้องอยู่กับความล้มเหลว อีกหรือ!?
Previous Post
Next Post

post written by:

สาระน่ารู้ทั่วไป

loading...