.

24.10.61

พฤติกรรมที่ลดประสิทธิภาพการทำงานตอนเช้าลดลงที่เรามองข้าม



พฤติกรรมที่ลดประสิทธิภาพการทำงานตอนเช้าลดลงที่เรามองข้าม หลายๆ พฤติกรรมที่เรามักจะทำเป็นกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะในยามเช้า หากมองเผินๆ อาจคิดว่าดี แต่ลึกลงไปแล้วสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้พฤติกรรมเหล่านี้ อาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานในวันนั้นๆ ลดลงไปได้ ซึ่งจะมีพฤติกรรมไหนบ้างต้องมาดูกัน


1. ดื่มกาแฟช่วง 8 – 10 โมงเช้า

     จากการศึกษาของ Geisel School of Medicine วิทยาลัยดาร์ตมัธ บอกว่า การดื่มกาแฟตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของวันนั้นเป็นความคิดที่ไม่ดีเอาเสียเลยเพราะจะเข้าไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อความเครียด โดยช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงพีคที่สุดซึ่งการดื่มกาแฟเข้าไปจะไปเพิ่มระดับของความเครียดได้ ดังนั้นควรดื่มกาแฟในช่วง 10 โมงถึงเที่ยง หรือ บ่าย 2 – 5 โมงเย็นจะดีกว่าเพราะเป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลนั้นต่ำที่สุด


2. ใส่ข้อมูลลงสมองเพื่อเริ่มทำงาน

     นักคิดระดับโลกและผู้เชี่ยวชาญด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่าง David Allen บอกว่า คุณอาจคิดว่าการจดจำหรือใส่ข้อมูลลงไปในหัวสมองมากๆนั้นเป็นเรื่องที่ดีและทำให้ทุกอย่างดูควบคุมได้ แต่มันไม่ใช่เลย ดังนั้นแทนที่จะทำแบบนี้ ลองใช้วิธีจดสิ่งต่างๆที่ต้องทำหรือข้อมูลอื่นๆลงบนกระดาษหรือสมุดจดเพื่อทำให้สมองโล่งก่อนเริ่มลงมือทำงานเพราะจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานได้ดีกว่า


3. เช็กอีเมลเป็นอย่างแรก

     ศาสตราจารย์ Adam Alter จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก กล่าวว่า หลังจากเช็กอีเมลต้องใช้เวลาถึง 25 นาทีเพื่อที่จะทำให้เรากลับเข้าสู่โหมดของการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรทำการเช็กอีเมลเป็นกิจกรรมแรกเมื่อเริ่มต้นของวันทำงาน ทางที่ดีเพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มที่และมีศักยภาพจึงไม่ควรเช็กอีเมลในช่วง 30 นาทีแรกของการทำงานและควรปิดการแจ้งเตือนอีเมลเข้าบนมือถือเพื่อให้โฟกัสกับงานได้มากขึ้น


4. นั่งทำงาน

     ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและโคลัมเบีย พบว่า การที่ยืนมากกว่าการนั่งนั้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการควบคุมและกำลังให้กับคนได้มากกว่า ดังนั้น ควรเดินเล่นสักหน่อยหรือใช้โต๊ะทำงานแบบยืน (Standing Desk) ในช่วง 10 นาทีแรกของวันเพื่อเป็นการเริ่มต้นวันแห่งการทำงานที่ดี


5. ปิดหน้าต่างในห้องทำงาน

     ผลศึกษาของ The Journal of Clinical Sleep Medicine บอกว่า การโดนแสงแดดในยามเช้านั้นจะช่วยให้คนเรามีอารมณ์ดีขึ้น กระปรี้กระเปร่าและกระตุ้นกระบวนการทำงานเมตาบอลิซึม (Metabolism) ของร่างกาย ดังนั้น ถ้าโต๊ะทำงานของคุณอยู่ใกล้หน้าต่าง อย่าลืมที่จะเปิดม่านเพื่อให้แสงแดดยามเช้าได้ลอดเข้ามา


6. เข้าเว็บไซต์

     จากการสำรวจของ Webtrate พบว่า 36 เปอร์เซ็นต์ของคนทำงานใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อวันในการเช็กอีเมลส่วนตัวและโซเชียลมีเดียของตัวเอง เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้สูญเสียเวลาในการทำงานไปอย่างไม่จำเป็นจึงไม่ควรเริ่มต้นด้วยพฤติกรรมเช่นนี้


7. เริ่มทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน

     จากงานศึกษาที่เผยแพร่ใน Experimental Economics ซึ่งทำการประเมินผลกระทบของการทำงานแบบ Multitasking นั้นพบว่าผลที่ได้นั้นออกมาในเชิงลบ เพราะคนที่ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันนั้นทำงานได้แย่กว่าคนที่ทำงานทีละอย่างๆเป็นลำดับ ดังนั้น ควรทำการวางแผนการทำงานล่วงหน้าและกำหนดเวลาในการทำงานต่อชิ้นที่ 40 นาทีและ 20 นาทีสำหรับงานเบ็ดเตล็ดอื่นๆ

Cr.ภาพประกอบ shutterstock
ข้อมูล http://www.smethailandclub.com
Previous Post
Next Post

post written by:

สาระน่ารู้ทั่วไป

loading...