(New)สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เตือน19จังหวัด เสี่ยงน้ำท่วม!

           พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามัน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง อนึ่ง ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน และเกาะไต้หวัน ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วยเนื่องจากมีพายุดีเปรสชันอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย 

       ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

ภาคเหนือ มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคกลาง มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก    มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 





       ล่าสุด นายสำเริง  แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญ ประจำวันที่ 25 ส.ค.61 ว่า วันนี้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 19 จังหวัด

-ภาคเหนือ เชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก
-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร อุดรธานี กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อุบลราชธานี
-ภาคตะวันตก กาญจนบุรี
-ภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด
- ภาคใต้ ระนอง และพังงา 

นายสำเริง ระบุว่า 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกปานกลางถึงหนักมาก โดยภาคเหนือปริมาณฝนสูงสุดที่ จ.น่าน 133.0 มม. แม่ฮ่องสอน 129.5 มม. ลำพูน 88.5 มม. เชียงราย 84.5 มม. พะเยา 69.0 มม. ลำปาง 59.5 มม. ตามลำดับ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุดรธานี 55.0 มม. หนองคาย 52.2 มม. และ ภาคใต้ จ.ระนอง 92.5 มม.

        สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุดในอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 5 แห่ง เปรียบเทียบจากเมื่อวานนี้
1. เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ปริมาณน้ำ 755 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 5 ล้าน ลบ.ม คิดเป็น 106% น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 1 เมตร ลดลง 10 ซม. ขณะที่ปริมาณการระบายน้ำลดลง โดยระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 86 ซม. แนวโน้มลดลง ที่ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี สูงกว่าระดับตลิ่ง 35 ซม. แนวโน้มลดลง ทำให้พื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรียังที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ส่วนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี มีน้ำท่วมพื้นที่ที่มีระดับต่ำกว่าตลิ่งของคันกั้นน้ำเทศบาลลดลงเช่นกัน

2.เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำ 563 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 6 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 108% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 13.77 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 7.23 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 7.74 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 0.53 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง บริเวณบ้านนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม บ้านพอกใหญ่  อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

3. เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ปริมาณน้ำ 8,091 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 48 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 91% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 101 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 40 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออก 52.24 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 4 ล้าน ลบ.ม. โดยการระบายน้ำผ่านทางระบายน้ำล้นยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ และแจ้งให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตามลำน้ำแควน้อยให้ทราบถึงแผนการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง

4.เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ 195 ล้าน ลบ.ม. เท่ากับเมื่อวานนี้ คิดเป็น 87% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 8.21 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 0.28 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออก 7.68 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 0.84 ล้าน ลบ.ม. น้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นสูง 79 ซม. ลดลง 1 ซม.

5. เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปริมาณน้ำ 322 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 5 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 82%  ปริมาณน้ำไหลเข้า 6.17 ล้าน ลบ.ม. ลดลง  0.62 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออก ยังคงที่ 11.21 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำปราณบุรีวันนี้จะสูงขึ้นไม่เกิน 25 ซม.

          อย่างไรก็ตาม ศูนย์เฉพาะกิจฯ ยังคงเฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำฯ ทั่วประเทศ ในการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจากฝนตกหนักในช่วงฤดูฝนนี้ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญ คือ ไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนหรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องเกิดผลกระทบน้อยที่สุด โดยปัจจุบันอ่างฯที่ความจุเกิน 100% แบ่งเป็น ขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน 108%  เขื่อนแก่งกระจาน 106% ขนาดกลาง 27 แห่ง ขณะที่อ่างเฝ้าระวัง 80-100% ขนาดใหญ่ 5 แห่ง ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ 89%  เขื่อนวชิราลงกรณ 91% เขื่อนรัชชประภา 87%  เขื่อนขุนด่านปราการชล 87% เขื่อนปราณบุรี 82%  ขนาดกลาง 53 แห่ง ขณะที่พื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงน้ำท่วม ได้แก่ แม่น้ำเพชรบุรี 5 อำเภอ ได้แก่ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ลำน้ำก่ำ ลำน้ำสงคราม ลำน้ำอูน แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำนครนายก แม่น้ำยังที่ อ. เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีระดับสูงกว่าระดับตลิ่งแล้ว

เรียบเรียงโดย  นายลัทธภพ แก้วโย

Previous Post
Next Post
Related Posts