17.8.61

วิธีปลูกต้นหอม จำหน่าย หอมแห้งและหอมสด หอมแบ่ง ต้นหอม การปลูกหอม ปลูกหอม ต้นหอม


        หอมแบ่ง หรือ “ต้นหอม” เป็นผักที่เป็นส่วนผสมหรือเป็นเครื่องปรุงในอาหารเกือบแทบจะทุกอย่างที่เป็นอาหารคาวของคนไทยก็ว่าได้ จึงทำให้ความต้องการใช้ในแต่ละวันสูงมาก  สำหรับใครที่สนใจอยากจะเริ่มปลูกไว้บริโภคเองในครอบครัวปลูกหอมแบ่งสำหรับขาย จะมีวิธีการปลูกอย่างไรให้ได้ผล บางกอกทูเดย์เราได้เรียบเรียงข้อมูลการปลูกหอมแบ่งหรือต้นหอมมาให้ศึกษาและลองทำ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นธุกิจที่สร้างรายได้ในอนาคตก็เป็นไปได้

หอมแบ่ง หรือ ต้นหอม มาทำความรู้จักกันก่อน
            หอมแบ่ง หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Allumcepa var. aggregatum ซึ่งคนทั่วไปมักเรียกว่า “ต้นหอม” เป็นพืชที่มีลำต้นอยู่ใต้ดิน มีใบเป็นรูปทรงกลมกลวงด้านใน ปลายเรียวแหลม ตั้งอยู่บนฐานของหัว (Bulb) รอบๆลำต้น บริเวณโคนมีกาบใบสีขาวหุ้มลำต้น

สรรพคุณ
             ส่วนของกาบห่อหุ้มต้นทำให้มีลักษณะพองโตเป็นหัวเมื่อแก่เปลือกจะมีสีแดง นิยมรับประทาน ทั้งแบบสดและใช้เป็นส่วนประกอบของอาหาร สามารถรับประทานได้ทุกส่วน ตลอดจนยังมีสรรพคุณทางยาช่วยในการขับเหงื่อและบำรุงหัวใจ
            หากกินสดๆ อย่างต่อเนื่องสามารถลดไขมันในเส้นเลือดได้ หรือนำต้นหอมประมาณ 5-6 ก้านต้มกับของ 2 แว่น กรองน้ำดื่ม ช่วยขับเหงื่อและลดไข้อีกทั้งเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทุกสภาพดิน



การปลูกหอมแบ่ง หรือ “ต้นหอม”
            การปลูกต้นหอม ถ้าเอาไว้แค่บริโภคในครัวเรือนก็คงเป็นเรื่องง่าย แค่มีกระถางปลูกไว้สัก 1 อันหรือปลูกไว้พืนที่เล็กๆก็คงเพียงพอ ตามความต้องการของแต่ละบ้าน แต่ถ้าสนใจอยากจะเริ่มทดลองปลูก ศึกษา เพื่อที่จะปลูกหอมแบ่งไว้ขายในอนาคตแล้วก็ควรศึกษาวิธีปลูกเชิงการค้า ซึ่งบางกอกทูเดย์เราก็เรียบเรียงมาไว้แบบสรุปให้สั้นแต่คงเนื้อหาสำคัญให้ศึกษาทดลองปลูกดังนี้

การเตรียมดินสำหรับปลูกต้นหอม
              เริ่มจาการไถดินลึกประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ ประมาณ 10 – 15 วัน เพื่อกำจัดโรคพืช และศัตรพืช ภายในแปลง
              จากนั้นปรับสภาพดินด้วยการ ใส่ปูนขาว เล็กน้อยโรยบางๆ ให้ทั่วแปลงก่อนเสริมธาตุอาหารในดินด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพใส่ประมาณ 1-2 ตัน และใส่เศษซากพืช เช่น เศษใบไม้แห้ง เศษหญ้าแห้ง ประมาณ 3-4 ตัน พร้อมใส่เมล็ดสะเดาบดประมาณ 200 – 300 กิโลกรัม ทั้ง 3 ชนิดนี้ใส่คลุกเคล้าในดินพร้อมกันในพื้นที่ 1 ไร่    หลังจากนั้นยกร่องแปลงกว้าง 1 เมตร ปรับหน้าดินให้เรียบ รดน้ำให้ชุ่ม หมักทิ้งไว้ 5 – 7วัน ก่อนนำต้นพันธุ์ มาปลูก   จัดระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 10-15 เซนติเมตร ระยะระหว่างแถวประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร หลังจากเตรียมแปลงแล้วให้รดน้ำแปลงให้ชุ่ม



วิธีปลูกหอมแบ่ง 
              นิยมปลูกขยายพันธุ์โดยนำหัวกาบใบที่สมบูรณ์ มาตัดรากออกบางส่วน ตัดบริเวณส่วนยอดของหัวกาบใบแบ่งออกเพื่อให้เกิดการแตกหน่อที่รวดเร็วมากขึ้น ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วันเมื่อมีการแตกหน่อออกมาจึงนำไปปลูกลงแปลงต่อไป

วิธีดูแลรักษา 

การให้น้ำ
ให้รดน้ำเช้าและย็นจนกระทั่งใบยื่นยาว แล้วจึงรดน้ำเหลือเพียงวันละ 1 ครั้ง

การใส่ปุ๋ย
            ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 ตัน / ไร่ ของพื้นที่ก่อนปลูก ส่วนปุ๋ยเคมีใช้สูตร 20-10-10 หรือ 46 – 0 – 0 อัตรา 20-25 กรัม / ไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้งก่อนปลูกและหลังปลูก 20 วันหรือเมื่อต้นหอมแบ่งมีอายุได้ 20 – 25 วัน ให้ใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพประมาณ 1 กิโลกรัม / ตารางเมตร พร้อมใส่ปุ๋ยน้ำชีวภาพเล็กน้อย
           
          โดยส่วนผสมในปุ๋ยน้ำชีวภาพ มีคือ ปุ๋ยชีวภาพ 10 กิโลกรัม ปุ๋ยคอกแห้ง 3 กิโลกรัมและใบของพืชตระกูลถั่ว 5 กิโลกรัม ผสมคลุกเคล้าในภาชนะใส่น้ำเปล่า 100- 200 ลิตร หรือใส่น้ำเปล่าจนท่วมสูงประมาณ 10 เซนติเมตร หมักทิ้งไว้ 1 คืน (อัตราส่วนการนำไปใช้ คือ ปุ๋ย น้ำชีวภาพ 2 ลิตร ต่อ น้ำเปล่า 18 ลิตร )นำไปฉีดพ่นทุก 7 วันครั้ง

การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
              หากต้นหอมเกิดโรคให้ตัดทิ้งและนำไปทำลายทันทีหรือป้องกันและรักษา เช่น โรคใบไหม้ ให้นำน้ำปูนใสมาราดใส่ในช่วงระบาด

            รวมทั้งปลูกต้นผักชีแซมก็จะสามารถป้องกันหนอนหลอดได้เช่นกัน หรือถ้าหากฉีดน้ำหมักชีวภาพเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของต้นหอมแล้ว ยังช่วยลดการระบาดของโรคได้อีกทางด้วย

วิธีการเก็บเกี่ยวต้นหอม จะเก็บเมื่ออายุได้ประมาณ 45-60 วัน 
            สามารถเก็บเกี่ยวเพื่อนำไปรับประทานได้ซึ่งก่อนเก็บเกี่ยวให้รดน้ำให้ชุ่มก่อน จากนั้นใช้มือจับที่บริเวณโคนต้นดึงขึ้นมาเบาๆ ให้ติดรากมาด้วย นำไปล้างดินออกให้สะอาด แล้วนำมาผึ้งให้แห้ง



ผักในปัจจุบันมีแต่สารพิษปนเปื้อน โอกาสของเกษตรปลอดสาร
               ถ้าหากคุณสามารถปลูกผักหอมแบบปลอดสารพิษได้แล้วในปริมาณที่มากพอ พร้อมกับการนำเสนอ การหีบห่อที่ดี พร้อมจัดส่งแล้วละก็ เชื่อแน่ว่าตลาดจะเข้ามาหาเอง อีกทั้งยังได้เป็นการลดความความเสี่ยงจากการทำเกษตรพร้อมๆกับการขายอาหารที่ดีมีคุณภาพปลอดสารให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยถ้าของดีปลอดภัยแล้ว ราคาสูงกว่าท้องตลาด คนก็ยอมซื้อผักที่ปลอดภัยแน่นอน และถ้าสามารถหาวิธีปลูกให้ได้ปริมาณที่มากขึ้นพร้อมลดต้นทุนผักปลอดสารได้แล้วอาชีพเกษตร คงเป็นอีกอาชีพที่มีรายได้สูงติดอันดับต้นๆแน่ๆ…


ขอบคุณที่อ้างอิง หนังสือ รวยด้วยผักสวนครัวเพื่อการค้า
ที่มา: http://www.bangkoktoday.net/hom-bang/#sthash.5qngzRf0.PjRmO3WQ.dpuf
Previous Post
Next Post

post written by:

สาระน่ารู้ทั่วไป

loading...