18.8.61

วิธีหาเงินออนไลน์ที่สามารถทำราย5-6หลัก โดยไม่ต้องมีสินค้าเป็นของตัวเอง



         เนื่องด้วยปัจจุบันเมื่อคนได้ยินคำว่า หาเงินออนไลน์ ,ทำเงินออนไลน์ หรือ งานออนไลน์ พวกเขามักคิดว่าเป็นธุรกิจหลอกลวง แต่ในความเป็นจริง การหาเงินออนไลน์ เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง และเป็นธุรกิจจริง สามารถสร้างรายได้หลักหมื่น หลักแสน ไปจนถึงหลักล้านบาทโดยแทบจะไม่ต้องใช้เงินลงทุน หรืออาจจะลงทุนเพียงหลักพันเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับธุรกิจ)

การสร้างรายได้ออนไลน์เป็นธุรกิจในกลุ่ม Internet business และ Internet marketing  E-Commerce หรือ การขายของออนไลน์ ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน และน่าจะเป็นวิธีหาเงินออนไลน์ที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จัก และคนไทยที่กำลังหาเงินออนไลน์ส่วนใหญ่ก็ทำเงินจากวิธีนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วธุรกิจอินเตอร์เน็ตยังมีอีกหลายแนวทางที่คุณสามารถทำเงินล้านต่อปีโดย ไม่มีต้องผลิต ไม่ต้องสต็อก ไม่แพ็ก และไม่ต้องส่ง ของใดๆทั้งสิน

วิธีหาเงินออนไลน์ที่สามารถทำรายได้

1. Advertising business ขายโฆษณาบนเว็บไซต์
2. Affiliate marketing นายหน้าขายสินค้า
3. Dropshipping ตัวแทนขายสินค้า
4. E-Learning เว็บคอร์สออนไลน์



1.เว็บบล็อก (Blog) คืออะไร

บล็อก ภาษาอังกฤษเรียกว่า Blog และชื่อเต็ม ๆ เรียกว่า Weblog มาจาก 2 คำผสมกัน ได้แก่ Website และ Log ซึ่งภายหลังนิยมเรียกให้สั้นลงว่า Blog และคำว่า Blog ได้รับการบรรจุลงใน Merriam-Webster Dictionary ให้เป็นคำศัพท์อย่างเป็นทางการในปี 2004

ด้วยความที่ บล็อก มีบทความสดใหม่ตลอดเวลา ช่วยให้ Coporate website หรือ เว็บไซต์ของกิจการต่าง ๆ นิยมนำรูปแบบการแสดงเนื้อหาแบบ บล็อก มาบรรจุลงในเว็บไซต์ธุรกิจ ใช้ส่วนที่เป็น บล็อก เพื่อเป็นกระดานข่าวสาร ประกาศข่าว แจ้งกิจกรรม ผลงาน สินค้า และบริการต่าง ๆ ของบริษัทนั้น ๆ แก่ลูกค้าและผู้สนใจ

        นอกจากนั้น ในฝั่งของบุคคลทั่วไปก็นิยมเขียน บล็อก เพื่อใช้เป็นไดอารี่ออนไลน์ บันทึกเรื่องราวที่ตนสนใจลงในบล็อก ในขณะที่คนสนใจเรื่องเดียวกันก็สามารถเข้ามาอ่านเพื่อเป็นความรู้หรือความบันเทิงก็ได้ นานไปก็พัฒนากลายเป็น แฟนคลับ ของ บล็อก นั้น ๆ และส่งผลให้ เจ้าของบล็อก หรือ บล็อกเกอร์ มีโอกาสกลายเป็น Influencer ในหมวดหมู่ที่เขาเขียน และนี่คือจุดเริ่มต้นของโอกาสในการสร้างรายได้จาก บล็อก ตัวอย่าง 5 บล็อกที่ทำเงินสูง


ชื่อบล็อก เจ้าของ รายได้ต่อเดือน โมเดลรายได้
1 The Huffington Post Arianna Huffington $2,330,000 Pay Per Click
2 Techcrunch Michael Arrington $800,000 Advertising Banners
3 Mashable Pete Cashmore $600,000 Advertising Banners
4 Perez Hilton Mario Lavandeira $450,000 Advertising Banners
5 Noupe The Blonde Salad $200,000 Private Advertising



2.Affiliate marketing ทำเงินออนไลน์จากการเป็นนายหน้า

Affiliate marketing ทำเงินจากการนำ สินค้า และ บริการ ของเจ้าของแบรนด์นั้น ๆ มาประชาสัมพันธ์ ใช้พื้นที่และชื่อเสียงของบล็อกในการเขียนบทความในรูปแบบใดแบบหนึ่ง ได้แก่

    เขียนวิเคราะห์และรีวิวผลิตภัณฑ์
    เขียนวิธีใช้งานและให้ความรู้ผลิตภัณฑ์
    เขียนโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์

จากนั้นแปะลิงค์ไปยังหน้า Sales page ของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ซึ่งลิงค์ที่ส่งออกไปจะมี Affiliate ID ของเจ้าของบล็อกอยู่ด้วย หากมีการสั่งซื้อสำเร็จ (และไม่มีการยกเลิกสินค้าภายในระยะเวลาที่กำหนด) เจ้าของบล็อกจะได้ส่วนแบ่งจากยอดขาย โดยมีค่านายหน้าระหว่าง 5% ไปจนถึง 50% และ 70% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและนโยบายเจ้าของสินค้า ซึ่งโดยมาก สินค้าที่เป็น Digital products เช่น ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ จะมีค่านายหน้ามากกว่า 30% ขึ้นไปยกตัวอย่างเช่น

This is Why I’m Broke เป็นเว็บไซต์นายหน้าขายสินค้าร่วมกับ Amazon.com เน้นการเขียน Copy Writing สั้น ๆ แต่น่า Click เพื่อให้คนคลิ๊กไปยังหน้าขายสินค้าของ Amazon, มีผู้เยี่ยมชมประมาณ 4 ล้าน++ Visitors ต่อเดือน และมีรายได้จากค่านายหน้าประมาณ 70,000 เหรียญ+ ต่อเดือน


 3.Dropshipping ทำเงินออนไลน์จากการขายตัวแทนขายสินค้า

Affiliate เป็นนายหน้าขายสินค้า ส่วน Dropshipping เป็นตัวแทนขายสินค้า สองโมเดลนี้ต่างกันอย่างไร? — ความแตกต่างหลัก ๆ คือ Affiliate จัดอยู่ในกลุ่ม ประชาสัมพันธ์ แต่เปลี่ยนจากรับเงินจากค่าประชาสัมพันธ์ไปเป็นรับส่วนแบ่งจากยอดขาย โดยเจ้าของบล็อกจะต้องส่ง Visitors ไปปิดการขายบนหน้าเว็บไซต์ของเจ้าของสินค้า

ข้อดีของ Dropshipping

คุณไม่ต้อง ผลิต, สต็อก และไม่ต้องจัดส่งสินค้าเองเหมือนการทำ E-Commerce ปกติ หลักการทำงานคล้าย Affiliate marketing แต่ได้กำไรสูงกว่า กล่าวคือ การทำ Affiliate สินค้าที่เป็น Physical products มีค่านายหน้าระหว่าง 5 – 10% ต่อหน่วย แต่หากทำเป็น Dropshipping คุณจะได้กำไรประมาณ 15 – 25% ต่อหน่วย

อุปสรรคของ Dropshipping

คุณต้องเรียนรู้การใช้ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เสมือนการทำเว็บไซต์ E-Commerce เต็มรูปแบบซึ่งจะมีความซับซ้อนกว่าการทำ บล็อก และเขียนบทความประชาสัมพันธ์สินค้าแบบ Affiliate marketing และส่งไปปิดการขายที่หน้าระบบของเจ้าของสินค้า หากคุณใช้ WordPress ในการทำบล็อก โปรแกรมทำระบบ E-Commerce บนบล็อกได้แก่ WooCommerce




4.E-Learning ทำเงินออนไลน์จากการขาย หลักสูตรเรียนออนไลน์

วิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่คุณต้องเป็นเจ้าของสินค้าเอง แต่ไม่ต้องสต็อกสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะอยู่ในรูปแบบดิจิตัล โดยก่อนจะอธิบายเรื่อง E-Learning เราขอพาคุณไปรู้จัก Information Business:

Information business คือ ธุรกิจขายข้อมูลและความรู้ ผู้ประกอบอาชีพนี้เรียกว่า Infopreneur และสินค้าความรู้เรียกว่า Information products มี 7 รูปแบบ ได้แก่ หนังสือ, หนังสืออิเลคทรอนิกส์, ออดิโอบุ๊ค (CD/ Flash drive / Online), วีดีโอคอร์ส (DVD/ Flash drive/ Online), อบรม/ สัมมนา/ เทรนนิ่ง, โคชชิ้งส่วนตัว, ที่ปรึกษาส่วนตัว

ทำเงินอย่างไร

คุณสามารถทำเงินจาก E-Learning โดยการบันทึกความรู้ของคุณออกมาในรูปแบบวีดีโอและนำไปขาย โดยในตลาดมีความรู้ 3 ประเภทที่ขายดีที่สุด ได้แก่

สอนสร้างรายได้:
ได้แก่ สอนประกอบอาชีพเฉพาะทาง (นักขาย, นักโปรแกรมเมอร์, นักกราฟิกดีไซน์), สอนวิธีสอบรับราชการ สอนวิธีสอบเป็นนักบิน สอนทำธุรกิจเฉพาะสาขา, สอนวิธีทำการตลาดออนไลน์, สอนการลงทุน เช่น เล่นหุ้น อสังหาฯ เทรดบิตคอยน์ เป็นต้น ฯลฯ

สอนสร้างสุขภาพ:
ได้แก่ สอนฟิตเนส สอนฟิดหุ่นสวยหรือกล้ามใหญ่ สอนวิธีลดน้ำหนักด้วยการโภชนาการที่ถูกต้อง สอนการดูแลรักษาร่างกาย สอนกายภาพบำบัดให้คนที่กำลังฟื้นฟูร่างกาย เป็นต้น ฯลฯ

สอนสร้างความสัมพันธ์:
ได้แก่ สอนจีบเพศตรงข้าม สอนหาคู่ สอนวิธีรักษาความสัมพันธ์ในคู่หรือในครอบครัว พ่อ แม่ ลูก สอนวิธีพัฒนาความสัมพันธ์ในสังคม และที่ทำงาน เป็นต้น ฯลฯ

นี่คือ 3 หัวข้อใหญ่ที่ขายได้อย่างแน่นอนโดยคุณมักสังเกตได้ด้วยเองอยู่แล้ว เช่น ตามแผงหนังสือชั้นนำมักมีหนังสือใน 3 หัวข้อนี้ติดอันดับ Best Seller อยู่เสมอ อย่างไรก็ตามก่อนที่คุณจะมีรายได้ออนไลน์เราต้องลงแรง ลงมือทำ พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเสมอๆ และหากมีความชำนาญเรื่องไหนก็สามารถนำมาทำเป็นคอร์สสอนผู้คนได้...
Previous Post
Next Post

post written by:

สาระน่ารู้ทั่วไป

loading...