25.6.61

สัญญาณที่จะบอกว่าคุณกำลังหมดไฟ


         “หมดไฟ” คำๆ นี้ฟังดูไม่ดีเลย เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณกำลังเกิดความรู้สึกหมดไฟในตัว นั่นหมายถึงว่าเป้าหมายที่มองไว้ข้างหน้า คุณอาจะไม่มีวันไปถึงมันได้ ไม่ว่าจะคนทั่วไปหรือผู้ประกอบการ ทุกคนมีโอกาสที่จะหมดไฟด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าเราปล่อยไปเฉยๆ คงไม่ดี ถ้ารู้ตัวก่อนอาจจะช่วยเติมไฟในตัวให้กลับมาได้ ดังนั้นหมั่นสังเกตตัวเองหรือคนรอบข้าง ดูสิว่าพวกเขาเริ่มมีสัญญาณเตือนแบบนี้บ้างหรือยัง?

ไม่มีสมาธิ

     เป็นเรื่องปกติที่คุณอาจจะเสียสมาธิในเวลาทำงานไปบ้าง แต่ถ้ามันไปถึงจุดที่คุณไม่สามารถโฟกัสอยู่กับงานตรงหน้าแม้เพียงชั่วเวลาสั้นๆหรือกับงานที่ทำอยู่เป็นประจำแล้วล่ะก็ นี่อาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่าคุณนั้นโดนภาวะหมดไฟเล่นงานเข้าให้แล้วซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำงานของคุณได้ 

ไม่แคร์ผลที่จะตามมา

     การไม่สนใจถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาในการทำงานที่คุณทำเป็นประจำนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องผิดปกติมากนัก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณได้รับผิดชอบงานสำคัญแล้วคุณยังไม่แคร์ว่าคุณจะทำมันออกมาได้ดีหรือเปล่า ถือเป็นอีกสิ่งที่เตือนว่าคุณอาจทำงานหนักมากเกินไปจนเข้าขั้นหมดไฟแล้วก็ได้ 

คำชมไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น

     เป็นเรื่องที่ดีถ้าได้รับคำชมเรื่องการทำงานจากบุคคลรอบข้าง ถ้าเป็นคนทั่วไปที่อยู่ในอารมณ์ปกติก็จะมีความสุขและรู้สึกยินดีต่อคำเหล่านี้ แต่สำหรับคนที่อยู่ในภาวะหมดไฟนั้นคำชมที่ได้ยินจะไม่มีผลอะไร นอกจากนี้เขายังไม่ใส่ในคำพูดเหล่านั้นอีกต่างหาก

ไร้ความคิดสร้างสรรค์
     อาการสมองไม่แล่นหรือคิดอะไรไม่ออกเวลาทำงานถือเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเจอ แต่ถ้าคุณจำครั้งสุดท้ายของการคิดไอเดียใหม่ๆไม่ได้อาจเป็นอีกสัญญาณที่บอกว่าคุณนั้นทำงานหนักมากเกินไปจนสมองเหนื่อยที่จะคิดสิ่งใหม่ๆออกมา

เริ่มไม่พอใจเพื่อนร่วมงาน

     ไม่มีกฎข้อไหนที่บอกว่าคุณต้องบูชาหัวหน้าหรือเป็นเพื่อนสนิทกับเพื่อนร่วมงานของคุณ แต่ถ้าคุณเริ่มมีความรู้สึกที่ไม่ดีกับคนเหล่านี้ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็เข้ากันได้ดี อาจตีความหมายได้ว่าคุณอยู่ในภาวะของการทำงานหนักเกินไปจนหมดไฟและไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงกับตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องระวัง เพราะการที่คุณหงุดหงิดตัวเองแล้วไปลงกับคนอื่นนั้นจะส่งผลให้สิ่งต่างๆนั้นแย่ลง
เลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์

     ถ้าคุณไม่อยากเข้าประชุม คุยโทรศัพท์ อยู่ในวงสนทนาหรือแม้กระทั่งไม่อยากนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะคุณอาจอยู่ในภาวะเหนื่อยล้าจากการทำงานจนอยากที่จะเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ซึ่งภาวะหมดไฟในการทำงานมักเกิดกับคนที่ทำงานด้านบริการเพราะเป็นงานที่ต้องใช้พลังงานและติดต่อกับผู้คนมากมาย


เหนื่อยใจ

     เมื่อคุณมีความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ คุณจะไม่ได้รู้สึกว่ามันมีผลแค่ทางด้านจิตใจเท่านั้นแต่ยังส่งผลไปถึงร่างกายและการรับรู้ทำความเข้าใจต่อสิ่งอื่นๆอีกด้วย รวมถึงจะมีอาการคลื่นไส้ ไม่สบายและมีปัญหานอนไม่หลับร่วมด้วย


บุคลิกวิปลาส

     การทำงานที่หนักมากเกินไปจนก่อให้เกิดความเครียดอย่างหนักจนถึงขั้นหมดไฟเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดบุคลิกวิปลาสหรือที่เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า บุคลิกภาพผิดปกติหรือแตกแยกนั้น ภาวะนี้จะเกิดขึ้นเมื่อคุณรู้สึกว่าตัวเองนั้นมีความแปลกแยกจากเพื่อนร่วมงานหรือเกิดการดูถูกในอาชีพของตัวเองซึ่งส่งผลให้รู้สึกไม่ดีต่องานที่คุณทำและคนที่คุณทำงานด้วย


มองค่าความสำเร็จลดลง

     การมีความรู้สึกว่าคุณนั้นไม่สามารถทำได้ดีหรือเป็นคนห่วยแตกนั้นเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดของภาวะหมดไฟหรืออาการเหนื่อยล้าจากการทำงาน เพราะมันจะส่งผลให้คุณมองว่าตัวเองนั้นไม่ดีพอ ไร้ความสามารถและลดคุณค่าในตัวเองลง 


www.smethailandclub.com
Previous Post
Next Post

post written by:

สาระน่ารู้ทั่วไป

loading...