8.12.59

“Spacemob” โคเวิร์กกิ้งสเปซสุดฮิปจากสิงคโปร์ จ่อยึดหัวหาด สยายปีกทั่วเอเชีย


"โลกอินเตอร์เนต" ที่เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในปัจจุบัน ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิต การสื่อสารของคนยุคนี้ แต่ยัง “พลิกรูปแบบการทำงาน” ของคนรุ่นใหม่ไปอย่างมาก หนึ่งในผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก่อให้เกิดธุรกิจใหม่มาแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างธุรกิจ “Coworking Space” หรือ บริการให้เช่าพื้นที่สำหรับทำงานในรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่ออฟฟิศสำนักงานแบบเดิมๆ แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการทำงานที่ครบครัน ทั้งสัญญาณไวไฟ อุปกรณ์สำนักงานพื้นฐาน ห้องประชุมรวมทั้ง พื้นที่ส่วนกลางสำหรับหาไอเดียใหม่ๆ เป็นต้น

ธุรกิจ “Coworking Space” ในประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งอีกธุรกิจที่น่าจับตามอง 2-3ปีที่ผ่านมา มีธุรกิจ “Coworking Space” ถือกำเนิดขึ้นมากมาย แต่หากมองในระดับภูมิภาค หนึ่งในธุรกิจ Co-Working Space ที่กำลังมาแรง และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคบ้านเรา นาทีนี้ต้องยกให้ “Spacemob” Co-Working Space จากสิงคโปร์ ที่กำลังเป็นดาวรุ่งในวงการ ล่าสุด เพิ่งสร้างประวัติการณ์ครั้งใหญ่ด้วยการระดมทุนในรอบ Seed เพื่อนำเงินทุนที่ได้ไปสยายปีกธุรกิจให้ครอบคลุมทั่วเอเชีย-แปซิฟิก โดยในการระดมทุนครั้งนี้ “Spacemob”  ได้เงินลงทุนก้อนโตจาก Vertex Ventures Southeast Asia  ซึ่งเป็นบริษัทลูกของเทมาเซก โฮลดิ้ง เป็นมูลค่าสูงถึง 5.5 เหรียญสหรัฐ

co1

ซีอีโอของ “Spacemob” ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการธุรกิจในอนาคตว่า เขามีแผนจะขยาย“Spacemob”ให้ได้ 30 แห่งทั่วเอเชียแปซิฟิก ภายใน 3 ปีจากนี้ โดยจะเน้นโฟกัสประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียเหนือ ออสเตรเลีย และ ฮ่องกง ซึ่งขณะนี้“Spacemob”ชิมลางเปิดให้บริการแล้วในย่านออร์ชาร์ด ของสิงคโปร์ และยังอยู่ระหว่างก่อสร้างอีกแห่งที่สิงคโปร์ และ กรุงจาการ์ตา ของอินโดเซียอีกย่านละแห่ง นอกจากนี้ยังมีแผนเดินหน้าสร้าง Co-Working Space ในไทย ฮ่องกง รวมทั้งไต้หวัน โดยจะใช้โมเดลในการทำธุรกิจแบบเดียวกับการบริหารเชนโรงแรมที่มีชื่อเสียง ในการบริหารงานเพื่อช่วยให้สามารถขยายธุรกิจได้อย่างมีมาตรฐานและรวดเร็ว

สำหรับจุดเด่นของ Spacemob ยังคงมุ่งเน้นตอบโจทย์ผู้ใช้ด้วยการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง ผ่านบริการที่ครบครัน ตอบโจทย์ผู้เช่าในแง่ความสะดวกสบาย มีซอฟท์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้เช่าสามารถจองห้องสำหรับใช้งานทางออนไลน์ สามารถ“เชื่อมต่อ”กับผู้คนในสายธุรกิจเดียวกัน มีแพ็คเกจสำหรับผู้เช่า เช่น  ประกันสุขภาพ โปรแกรมเงินเดือน (payroll) และ บริการ Payment Gateway ที่ช่วยให้ Website สามารถรับชำระค่าบริการธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ผ่านบัตรเครดิตได้ นอกจากนี้ยังจัดหาผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆไว้คอยซัพพอร์ตธุรกิจ เช่น นักสร้างคอนเทนต์ นักพัฒนาสำหรับทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งในส่วนนี้อาจมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม แม้ดูเหมือนว่าในเวลานี้ Spacemob จะเป็นผู้บุกเบิกในการขยายเชน Co-working Spaceไปทั่วเอเชียโดยไร้เงาคู่แข่ง เพราะท่าทีของ WeWork อีกหนึ่งผู้ให้บริการ Co-working Space ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐที่กำลังเน้นทำตลาดในจีน จะยังไม่มีแนวโน้มขยายตลาด แต่เชื่อว่าในไม่ช้าก็ต้องเห็นโอกาสทองนี้ เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ว่าในอนาคต Spacemob จะต้องเจอคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง Wework นี่ยังไม่รวมปัจจัยลบที่หลายฝ่ายเริ่มมองถึงทางตันของวงการสตาร์ทอัพ ที่อยู่ในช่วงฟองสบู่ว่าอาจไม่ใช่นาทีทองของธุรกิจ “Coworking Space”

สำหรับประเด็นนี้ซีอีโอของ “Space Mob” ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า ธุรกิจ “Coworking Space” จะยังไปได้ดี เพราะเขาไม่ได้มุ่งเจาะกลุ่มเฉพาะสตาร์ทอัพเท่านั้น แต่มองการณ์ไกลถึงการเจาะกลุ่มบริษัทขนาดเล็ก และ ลูกค้าที่เป็นบริษัทข้ามชาติด้วย

“เรามองถึงกลุ่มบรรษัทข้ามชาติ ที่ต้องการหาสถานที่สำหรับรองรับพนักงาน 200-300 คน โดยไม่ต้องลงทุนเพื่อสร้างสำนักงานใหม่ ซึ่งจุดเด่นของเราในเรื่องราคา และ ความคุ้มค่าที่เรามอบให้นี้เองคือ กุญแจสำคัญในการทำธุรกิจของเรา”

ทั้งนี้ “Spacemob” อยู่ภายใต้การดำเนินการของ Turochas “T” Fuad  ในเดือนก.ค. 2013 travelmob เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ HomeAway, Inc. ศูนย์รวมบ้านพักตากอากาศให้เช่าออนไลน์ชั่นนำของโลก  ปัจจุบัน  Spacemob มีแฟล็กชิพสเปซอยู่ในสิงคโปร์ 1 แห่ง อยู่ระหว่างก่อสร้างที่สิงคโปร์ และ จาการ์ตาของอินโดเซียอีกอย่างละแห่ง โดยแฟล็กชิฟสเปซของ Space Mob มีผู้เช่าอย่างสมัชชาใหญ่ (สหประชาชาติ) และ Survey Monkey.บริษัททำโพลออนไลน์


 ที่มา.http://www.smmagonline.com
Previous Post
Next Post

post written by:

สาระน่ารู้ทั่วไป

loading...