.

20.4.59

ไชยนิรันดร์ พยอมแย้ม จากอาชีพพิธีกร สู่ธุรกิจเครื่องสำอาง KOO



เป็นที่ทราบกันดีว่าการเริ่มต้นธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะคิด กว่าจะลงมือ แต่ที่ยากกว่าก็คือการทำให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ ในการดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่คุณต้องเจอกับสารพัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ตั้งแต่ปัญหาเล็กน้อยไปจนถึงปัญหาใหญ่ที่ทำให้คุณต้องคิดหาวิธีจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไป
                วันนี้ SMEs สร้างอาชีพได้รับเกียรติจาก คุณไชยนิรันดร์ พยอมแย้ม เจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางKOO และพิธีกรรายการทีวีช่องดาวเทียมสุวรรณภูมิ ชื่อ วันนี้ประเทศไทย และยังเป็นผู้บรรยายให้หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานอื่นๆ อีกมากมายในเรื่องของธุรกิจ มาพูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์การบริหารธุรกิจนับพันล้านจนประสบความสำเร็จ แต่กลับหันหลังเข้าสู่ธุรกิจขนาดเล็กอย่างธุรกิจ SMEs



จุดเริ่มต้นในการเข้าสู่ธุรกิจ SMEs
                ที่ผ่านมาผมได้บริหารธุรกิจมากมายไม่ว่าจะเป็นธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจออแกไนซ์ มีทุนจดทะเบียนบริษัทถึง 1,500 ล้านบาท ซึ่งขณะนั้นผมหุ้นกับเพื่อน 3 คน เปิดบริษัทขึ้นมา ถือว่าได้รับเป็นอย่างดี บริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยกับงานตรงนี้มาก ยิ่งบริษัทใหญ่โตขึ้นเท่าไหร่ หน้าที่ความรับผิดชอบก็ยิ่งสูงขึ้น ปัญหาในด้านต้นทุนสินค้า ต้นทุนแรงงานเป็นอะไรที่เราแก้ไม่จบ ปัญหามีค่อนข้างเยอะซึ่งจะทำให้เราต้องมีเรื่องเรื่องที่ต้องแก้ตลอดเวลา บางครั้งต้องแก้นาทีต่อนาที เพราะงานทุกอย่างมันต้องเดินเป็นระบบ หากมีการล่าช้าสักที่ ระบบต่างๆ ก็จะเกิดการผิดพลาดทันที

                ดังนั้น การเป็นผู้บริหารสำหรับผมไม่ใช่แค่สั่งงาน แต่เราจะต้องทำทุกอย่างให้เป็น ไม่ว่าจะเป็นขับรถแมคโคร ก่ออิฐ ฉาบปูน หรือแม้กระทั่งต้องคำนวณน้ำมันของรถสิบล้อ ซึ่งผมเข้าทำงานตั้งแต่ 7 โมงเลิกงาน 3-4 ทุ่มทุกวัน ซึ่งทำอยู่แบบนี้เกือบ 10 ปี ทำให้รู้สึกว่าไม่ไหวจึงตัดสินใจถอยออกมาทำธุรกิจ SMEs เล็กๆ ดีกว่า แม้จะมีรายได้น้อยกว่าเดิม แต่สำหรับผมมันสามารถเพิ่มความสุขได้เยอะมาก



ธุรกิจใหญ่กับธุรกิจSMEs ต่างกันอย่างไร
                ธุรกิจขนาดใหญ่ที่เราเคยทำมามันค่อนข้างที่จะเป็นระบบมันไม่ได้ยาก
แต่มันมีความรับผิดชอบสูง ซึ่งเราต้องทำงานกับคนหมู่มากและจะต้องแข่งขันกับเวลา ส่วนธุรกิจ SMEs ผมมองว่ามันเป็นงานที่ท้าทาย สิ่งสำคัญที่สุดของ SMEs คือคุณภาพสินค้า การเอาใจใส่ต่อลูกค้า การแก้ปัญหาของลูกค้า ซึ่ง SMEs จะมีปัญหากับลูกค้าค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะมีข้อสงสัยในด้านผลิตภัณฑ์ ซึ่งเราสามารถตอบทุกปัญหาของลูกค้าได้อยู่แล้ว

แนวทางในการบริหารธุรกิจ
                สิ่งแรกที่ผมคิดในการทำธุรกิจ SMEs คืออะไรที่คนเราใช้อยู่ทุกวัน อะไรที่เป็นของใช้ฟุ่มเฟือยแต่ก็ยอมซื้อมาใช้ ซึ่งธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอางเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์มากที่สุด ดังนั้นจึงตัดสินใจเปิดเครื่องสำอาง ภายใต้ชื่อ KOO ขึ้น โดยจะเน้นเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากตัวแทนจำหน่ายของเราส่วนใหญ่จะเป็นพยาบาลและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเป็นหลัก ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเกิดความประทับใจและใช้ต่อ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดขายสำคัญของสินค้า KOO

                ดังนั้นผมมองว่าการทำธุรกิจหากสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เราดีมันสามารถขายได้ด้วยตัวเอง ซึ่งผมยึดแนวทางนี้มาโดยตลอดซึ่งเราไม่จำเป็นจะต้องไปพึ่งธุรกิจประเภท MLM ขอเพียงสินค้าที่เราผลิตออกมามีคุณภาพดี ลูกค้าก็จะเข้ามาซื้อเอง ซึ่งขณะนี้เรามีจุดจำหน่ายสินค้าอยู่ที่ 400 จุดในภาคเหนือและภาคอีสาน




วางแผนระยะสั้น-ระยาวอย่างไร
                ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ KOO นั้นมีจำหน่ายเพียงภาคเหนือและภาคอีสานเท่านั้น ซึ่งถือว่ายังไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ ดังนั้นในแผนระยะเวลา 3-4 เดือนนี้ผมเตรียมที่จะบุกตลาดในภาคตะวันออกและในต้นปีหน้าเราก็เตรียมที่จะขยายตลาดไปยังภาคใต้ ซึ่งตอนนี้ได้มีดีลเลอร์ติดต่อเข้ามาแล้วซึ่งเราจะเลือกดีลเลอร์ในแต่ละภาค เพื่อความสะดวกในการกระจายสินค้าไปตามจุดจำหน่าย ต่างๆ ซึ่งเราตั้งเป้าจุดจำหน่ายสินค้าทั่วประเทศที่ 900 จุด
                สำหรับระยะยาวนั้นผมมองว่าอยากจะนำสินค้าของเราเข้าสู่ตลาดอาเซียน ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายในประเทศเพื่อนบ้านเราเป็นหลักโดยเตรียมที่จะออกโรดโชว์ตามงานต่างๆในต่างประเทศ นอกจากนี้ผมยังได้ขยายไลน์มาทำพวกขนมเพิ่มขึ้นอีกด้วย อาทิขนมทองม้วน ขนมกล้วยฉาบ เป็นต้น โดยจะเน้นขายตามร้านอาหาร และร้านกาแฟเป็นหลัก


ทำอย่างไรให้ธุรกิจSMEs อยู่ได้ ไม่มาไวไปเร็ว
                ที่ผ่านมาธุรกิจSMEs ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่มาเร็วไปเร็ว ซึ่งผมมองว่าส่วนหนึ่งมันเกิดจากธุรกิจ SMEs เอง ในเรื่องการดูแลคุณภาพสินค้าให้มีคุณภาพอย่างเนื่อง เพราะธุรกิจ SMEs ส่วนใหญ่เมื่อสินค้าเริ่มติดตลาดก็เร่งที่จะผลิตให้ได้ในปริมาณที่มากๆ ซึ่งทำให้ไม่สามารถดูแลคุณภาพให้มีมาตรฐานเหมือนช่วงแรกได้และเมื่อรู้ว่าผิดพลาดก็จะนำสินค้ามาลดราคา ซึ่งทำให้ลูกค้าขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งผลิตภัณฑ์KOO
เองก็เคยประสบปัญหานี้ ซึ่งเรามาพบปัญหาตอนส่งสินค้าให้ดีลเลอร์ต่างๆ แล้ว แต่เราเรียกคืนสินค้าทั้งหมดแล้วเปลี่ยนสินค้าให้ลูกค้าใหม่ ซึ่งครั้งนั้นเราเสียหายไปเยอะมากแต่เราก็ยอมเพราะเรามองว่ามันคุ้มกับอนาคตที่เราจะได้กลับมาเพราะลูกค้าเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า

                นอกจากการรักษาคุณภาพของสินค้าแล้วเราจะต้องพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง มีการตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งหากเราทำตรงนี้ได้รับรองเลยว่าธุรกิจของเราสามารอยู่รอดได้อย่างแน่นอน
Previous Post
Next Post

post written by:

สาระน่ารู้ทั่วไป

loading...