.

4.4.59

วิธีสร้างแรงจูงใจให้กับทีมงาน เพื่อสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่


     สิ่งที่ท้าทายภาวะผู้นำประการหนึ่ง คือทีมงานไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และจะต้องแก้ปัญหาเพื่อทำให้ทีมงานกลับมาสร้างผลงานได้ดี มีปัจจัยมากมายที่ทำให้ทีมไม่ประสบความสำเร็จ หากเป็นเรื่องขาดความสามารถ ก็สามารถเคี่ยวเข็ญ ฝึกฝนขัดเกลา เพื่อพัฒนาความสามารถได้ แต่หากเป็นเรื่องแรงจูงใจ คงเป็นเรื่องที่ยากกว่าในการแก้ไข เพราะเรื่องเป็นเรื่องของคน ที่มีความซับซ้อน และต้องใช้ศิลปะในการชักจูงคนอย่างมาก
     ถึงแม้จะยากเย็นสักเพียงใด แต่ทุกปัญหามีทางออกเสมอ เราสามารถแก้ไขปัญหาทีมงานที่ขาดแรงจูงใจ และเติมไฟในการทำงานได้ด้วยวิธีนี้
1. หาตัวแปรสำคัญ
ในแต่ละทีมมักจะมีหัวโจก ที่สามารถสร้างแรงกระทบต่อสภาวะจิตใจของทีมงานได้ คนเหล่านี้มักจะมีความน่าเชื่อถือ พึ่งพาได้ และมักจะเป็นกระบอกเสียงของคนอื่น
หากเราสามารถชักจูงคนเหล่านี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการบรรลุเป้าหมายที่ท้าทาย ด้วยผลตอบแทนที่จะได้รับ หรือความภูมิใจที่ได้ในความสำเร็จ แม้กระทั่งโอกาสเลื่อนตำแหน่งในอนาคต ก็จะทำให้เขากลายเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้กับคนอื่น
พยายามสังเกตคนที่เป็นตัวแปรสำคัญ ที่มีผลต่อสภาวะจิตใจผู้อื่น แล้วหาเวลา หรือโอกาสเหมาะ ประกบตัวต่อตัว และชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมแนวทางที่จะใช้แก้ไข ทำให้ตัวแปรสำคัญเห็นพ้องต้องกันประเด็นที่เกิดขึ้น จะสร้างโมเมนตัมได้อย่างแน่นอน
2. ตั้งเป้าหมายที่เหมาะสม
บ่อยครั้งที่ทีมงานขาดแรงจูงใจในการบรรลุเป้าหมาย เกิดจากเป้าหมายนั้นไม่สมเหตุสมผล หรืออีกความหมายคือดูห่างไกล และเป็นไปได้ยากเกิน
ผู้นำทีมควรตั้งเป้าหมายที่เหมาะสม และไม่เกินความสามารถของทีมงานจนทำลายแรงจูงใจ กลับกันหากผู้นำทีมตั้งเป้าหมายที่ท้าทายพอสมควร ไม่ง่ายเกินไป หรือไม่ยากจนเกินไขว่คว้า ก็จะสามารถสร้างแรงจูงใจในการบรรลุเป้าหมายได้
อีกวิธีหนึ่งในการสร้างแรงจูงใจให้ทีมงานที่เพิ่งล้มเหลวมาหมาดๆ คือตั้งเป้าหมายที่สามารถสำเร็จได้ไม่ยากเกินไป มีความง่ายขึ้น เพื่อเรียกความมั่นใจให้กับทีมงาน แต่ไม่ควรง่ายจนไม่ต้องทำอะไร เมื่อเกิดความมั่นใจแล้ว การกำหนดเป้าหมายต่อไปในอนาคตจึงสามารถเพิ่มความยากเข้าไปได้
3. เอาใจใส่
บ่อยครั้งหัวหน้าทีมเอาแต่สนใจเป้าหมายมากเกินไป จนไม่ได้สนใจสภาพความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ว่ารู้สึกอย่างไร เหนื่อยล้าแค่ไหน ในการพยายามไปถึงจุดหมาย จนทำให้แรงจูงใจถดถอยไป
วิธีแก้ไขคือพยายามเอาใจใส่สภาพความเป็นอยู่ของคนอื่น เพราะการจะไปถึงเป้าหมายนั้น จะต้องคอยเติมน้ำให้นักวิ่งอยู่เสมอ น้ำในที่นี้คือน้ำใจ เอาใจใส่ลูกน้อง ดูแลคนในทีมจนเกิดความประทับใจ เมื่อทุกคนเห็นถึงน้ำใจแล้วต่อไป จะพยายามสู้สุดใจเพื่อตอบแทนความเอาใจใส่อย่างแน่นอน
4. หัวหน้าขาดความเป็นผู้นำ
ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งเช่นเดียวกัน การขาดความเป็นผู้นำของหัวหน้าทีม ส่งผลโดยตรงต่อสภาพจิตใจของคนในทีม
หัวหน้าที่ไร้ความสามารถ ไม่สามารถเอาชนะใจลูกน้องได้ จะทำให้ทีมงานรู้สึกถึงอนาคตที่ไม่แน่นอน และเกิดการต่อต้านขึ้นในที่สุด แม้อาจจะแสดงออกหรือไม่ก็ตาม
เป้าหมายต่อให้ง่ายดายสักเพียงใดก็ไม่สามารถสำเร็จได้ หากทีมไม่เชื่อในความสามารถของผู้นำ กลับกันหากทีมได้ผู้นำที่มีความสามารถ กำหนดทิศทางในอนาคตของทีมได้ ก็จะทำให้ทุกคนเกิดความมั่นใจ และพยายามสร้างผลงาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของแต่ละคนที่มีต่อทีม
หากเกิดปัญหาหัวหน้าทีมไม่มีความสามารถ หรือขาดความเป็นผู้นำ ควรเปลี่ยนตัวหัวหน้าทีม แม้จะทำร้ายจิตใจของคนเป็นหัวหน้าที่จะต้องถูกถอดออกจากตำแหน่ง แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็จะยิ่งทำร้ายอนาคตของทีม และของตัวหัวหน้าเอง ซึ่งเป็นผลเสียยิ่งกว่า
5. ขัดความสามัคคีบ้าง
ข้อนี้อาจจะขัดจากสิ่งที่เราเคยเรียนรู้มา ที่ว่าความสามัคคีคือพลัง ความสามัคคีคือพลังที่แท้จริง แต่หากสามัคคีจนเกินไป รักกันมากจนไม่เกิดการแข่งขันเลย ก็จะทำให้ทีมขาดแรงกระตุ้น
บ่อยครั้งที่การแข่งขันภายในทีมช่วยสร้างแรงกระตุ้นให้บรรลุเป้าหมายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับการขาย หากสามารถทำให้เกิดการแข่งขันกันภายในทีม ก็จะช่วยสร้างยอดขายได้มากกว่าสามัคคีกันขายไปพร้อมกัน
คนที่จะสร้างความสำเร็จได้ มักจะเป็นคนชอบการแข่งขัน เพราะคนเหล่านี้สามารถสร้างแรงจูงใจให้กับตนเองเสมอ อยากจะเอาชนะผู้อื่น พยายามอย่างยิ่งที่จะบรรลุเป้าหมาย ซึ่งทีมงานที่สามารถสร้างผลสำเร็จได้มากจะต้องมีคนที่ชอบการแข่งขันผสมอยู่
6. นำคนใหม่เข้ามาร่วมทีม
ทีมงานที่มีความกลมเกลียว อยู่ด้วยกันมานาน จำเป็นจะต้องถูกเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมบ้าง เพื่อไม่ให้ติดอยู่ใน comfort zone
หากไม่สามารถเปลี่ยนสภาพแวดล้อม หรือความรับผิดชอบในการทำงานได้ ก็ให้นำคนใหม่เข้ามาสู่ทีม ขยับคนเก่าออกไปบ้าง เพื่อสร้างทีมงานที่มีความแปลกใหม่ขึ้นมา
ยิ่งได้คนใหม่ไฟแรง ชอบการแข่งขัน และสามารถสร้างความสำเร็จได้มาสู่ทีม จะช่วยกระตุ้นคนอื่นๆ ให้ขยับตัวตาม ไม่สามารถอยู่เฉยได้ เพราะจะเกิดการเปรียบเทียบกับคนใหม่ และช่วยนำแรงจูงใจกลับมาสู่ทีมได้อีกครั้ง
7. หาแรงจูงใจของแต่ละคนให้เจอ
แต่ละคนมีแรงจูงใจแตกต่างกันไป บางคนอยากประสบความสำเร็จ เพราะรายได้ที่มากขึ้น บางคนอยากเติบโตในหน้าที่การงาน เพราะอยากเป็นหัวหน้า และแสวงหาความมั่นคง
การหาแรงจูงใจของแต่ละคนให้เจอ แล้วกระตุ้นด้วยความเหมาะสม จะช่วยสร้างผลงานได้ดีกว่าสร้างแรงจูงใจแบบเหมารวมทั้งทีม
เราสามารถค้นหาสิ่งที่แต่ละคนต้องการได้ จากการสนทนาพูดคุยเป็นการส่วนตัวอย่างไม่เป็นทางการ พยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย ยิ่งมีความสนิทสนมเท่าไหร่ การหาสิ่งที่ต้องการแท้จริงของคนในทีมก็จะง่ายขึ้น 
เมื่อทราบแล้วให้นำเป้าหมายของทีมเชื่อมโยงสอดคล้องไปด้วยกันกับเป้าหมายส่วนตัวของแต่ละคน ทำให้เกิดจุดมุ่งหมายร่วมกัน ก็จะทำให้ทุกคนอยากสร้างความสำเร็จให้กับทีมมากยิ่งขึ้น
          ท้ายที่สุดแล้วแต่ละคนมีมักจะความเห็นแก่ตัวซ่อนอยู่ภายใน จากสัญชาตญาณเอาตัวรอดของความเป็นมนุษย์ เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้นการทำให้ทุกคนให้เห็นประโยชน์ที่จะได้รับ เป็นปัจจัยสุดท้ายที่จะกระตุ้นให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจ ฝ่าฟันอุปสรรคไปสู่ความสำเร็จได้
Previous Post
Next Post

post written by:

สาระน่ารู้ทั่วไป

loading...